Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
News

บีโอไอ ส่งเสริมไทยสู่ยุค Future Food หนุนเป็น ‘ซิลิคอน วัลเลย์ อาหารแห่งอนาคต’

Future Food หรืออาหารแห่งอนาคต คืออาหารที่ผลิตด้วยการใช้องค์ความรู้ที่หลากหลายแขนง ร่วมกับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะอาหารกลุ่มนี้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่า เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการอาหารต่างจากอดีต ไม่ว่าจะเป็นการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ และประเด็นอื่นๆ ที่มองไปไกลกว่าแค่การเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว โดยสถาบันอาหาร ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้แบ่งอาหารแห่งอนาคต 4 ประเภท ได้แก่

1. อาหารอินทรีย์ – ปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมาก เช่น ผักปลอดสารพิษ หมูที่ปราศจากจากสารเคมีในการเลี้ยง
2. อาหารเสริมสุขภาพหรืออาหารฟังก์ชัน – เป็นอาหารที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอการเสื่อมโทรมของอวัยวะ เป็นต้น
3. อาหารทางการแพทย์ – อาหารเพื่อบำบัดผู้ป่วย เช่น อาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการกลืน
4. อาหารที่ผลิตขึ้นใหม่จากนวัตกรรม – อาหารที่ผลิตใหม่ เช่น โปรตีนทางเลือกจากพืช เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยนั้นให้ความสนใจกับอาหารประเภท Future Food เช่นกัน โดยในปี 2567 มีการคาดการณ์ว่าอาหารแห่งอนาคตกลุ่มนี้จะเติบโตยิ่งขึ้น และอุตสาหกรรมตั้งแต่สตาร์ทอัปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะให้ความสนใจและวิจัยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดเป็นผลิตภัณฑ์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้เห็นถึงความสำคัญของ Future Food ในประเทศไทย จึงพร้อมที่จะส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจนี้ โดยผู้ประกอบการหรือบริษัทใดสนใจ สามารถยื่นขอรับการการส่งเสริม (ภายใต้ประเภทกิจการวิจัยและพัฒนาที่มีการพัฒนาสูตรต่างๆ) โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ อาทิ

1. ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี โดยไม่กำหนดวงเงิน ยกเว้นภาษีอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ
2. ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 50% เป็นระยะเวลา 5 ปี หากสถานที่ตั้งอยู่ในเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการส่งเสริมหรือเห็นชอบจากคณะกรรมการของบีโอไอ
3. สำหรับกิจการผลิตและถนอมอาหาร เครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร หรือสิ่งปรุงแต่งอาหาร โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่บีโอไอมอบให้แม้จะไม่มีการสนับสนุนเงินทุน เพื่อช่วยผู้ประกอบการ
4. สำหรับอาหารทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการสกัดเพื่อเอา Active Ingredient ขึ้นทะเบียนจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือหน่วยงานอื่นที่เป็นมาตรฐานสากล จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี

โดยทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์ที่ทางบีโอไอมอบให้ผู้ประกอบการหรือบริษัทที่สนใจและต้องการวิจัยและพัฒนา ‘อาหารแห่งอนาคต’ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารเพื่อความยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารอนาคต หรือการเป็น ซิลิคอน วัลเลย์สำหรับอาหารแห่งอนาคต (Silicon Valley of Future Food)

รายละเอียดเพิ่มเติม : CLICK HERE