Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
News

Food & Drink Trends and New Opportunities for Cheese (Ep.1)

เทรนด์อาหารและการประยุกต์ใช้ชีสให้ออกรส! (ตอนที่ 1)

สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ชีสในบทบาทของอินกรีเดียนท์นั้นนับว่ามีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้มีรสชาติหลากหลายและน่าสนใจสำหรับผู้บริโภค

จากข้อมูลการวิจัยโดยมินเทลเกี่ยวกับเทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม และแนวทางการประยุกต์ใช้ชีสในระดับอุตสาหกรรม พบว่าในประเทศไทยชีสถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นจากร้อยละ 2.6 เติบโตไปที่ร้อยละ 3.7 และจะยังคงค่อยๆ เติบโตไปอีกอย่างต่อเนื่อง โดยชีสมักเข้ามามีบทบาทมากที่สุดในประเภทอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงกลุ่มสินค้าประเภทสลัด แซนด์วิช เป็นต้น รองลงมาคือกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป เบเกอร์รี สแน็ก และไอศกรีม

การนำชีสมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มควรต้องคำนึงถึงความเข้ากันได้ของชีสและผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อนำชีสมาใช้เป็นอินกรีเดียนท์ได้อย่างเหมาะสม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ลองมาดูว่าเทรนด์อาหารและความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคมีส่วนผลักดันให้เกิดความหลากหลายของการนำชีสมาเป็นส่วนผสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจได้อย่างไรบ้าง…

เทรนด์อาหารและการประยุกต์ใช้ชีสให้ออกรส! (ตอนที่ 1) นำเสนอเทรนด์เรื่อง Elevated Convenience คือเทรนด์ที่ว่ากันด้วยเรื่องความสะดวกสบาย…

สำหรับผู้บริโภคนั้นคือการมองหาผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นมากกว่าความสะดวกในการรับประทาน เช่น อาหารเช้าที่รับประทานง่ายและสะดวกพกพาไปทันที (Grab & Go Breakfast) จากการวิจัยโดยมินเทลพบว่าผู้บริโภคร้อยละ 26 มีความต้องการอาหารเช้าประเภท Grab & Go มากขึ้นจากปี 2560 ที่มีเพียงร้อยละ 18 โดยเฉพาะผู้บริโภคในสังคมเมืองที่เร่งรีบ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารเช้าในรูปแบบพร้อมรับประทานยังต้องมีคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย โดยร้อยละ 56 ของผู้บริโภคในสังคมเมืองให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วน และใช้ส่วนผสมอาหารธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทรนด์ความต้องการที่ยังคงทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อและเป็นความต้องการอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคที่ไม่ควรมองข้าม

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกว่าร้อยละ 67 ก็ให้ความสนใจกับความแปลกใหม่ของรสาติที่ไม่ซ้ำใคร การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับประทานอาหารก็จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการรสชาติที่หลากหลายของผู้บริโภคได้ ในประเทศญี่ปุ่นมีการเปิดตัว Potato Farm Jaga Rimuse Potato Set ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สแน็กที่ไม่มีการปรุงแต่งรสชาติ แต่สามารถสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคแบบที่ให้ผู้บริโภคได้เลือกผสมผงปรุงรสกับสแน็กเอง โดยในแพ็กจะมีซอสและผงปรุงรสชาติต่างๆ เช่น ผงโรยรสชาติชีส ข้าวโพด สาหร่าย เป็นต้น

Potato Farm Jaga Rimuse Potato Set (Japan) ในหนึ่งกล่องมีมันฝรั่งที่ไม่ปรุงแต่งกลิ่นรสมาให้ 4 ซอง โดยมาพร้อมกับผงปรุงรสชาติ 4 รสชาติ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือก Mix & Match รสชาติเองได้ตามใจชอบ

นอกจากนี้ยังมีเทรนด์ย่อยที่น่าสนใจในเรื่องความสะดวกสบาย นั่นก็คือเรื่อง Food Service/Food Delivery ในรูปแบบออนไลน์ ตามแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยี ซึ่งทำให้คนเข้าถึงสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน ดังนั้น ในบทบาทของสินค้าอาหารและเครื่องดื่มก็ควรให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารและเป็นช่องทางในการเข้าถึงสินค้าครั้งต่อๆ ไปของผู้บริโภคได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

Bring Cheese to Main Meal

จากเทรนด์ดังกล่าวพบว่าแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโดยใช้ชีสเป็นส่วนผสมนั้นควรชูจุดเด่นของสารอาหารที่สำคัญในชีสและคุณประโยชน์ทางด้านสุขภาพ ประกอบกับการพัฒนารสชาติให้อร่อย มีความหลากหลายและน่าสนใจ ที่สำคัญคือมีความสะดวกในการรับประทาน พกพาไปได้ทุกที่ ซึ่งชีสสามารถช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับเมนูอาหารเดิมๆ มีความน่าสนใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สแน็กอาหารเช้าและกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ จากการสำรวจโดยมินเทลพบว่ากลุ่มผู้บริโภคในเอเชียมองหาความแปลกใหม่ของรสชาติอาหาร อีกทั้งการสร้างประสบการณ์ในการกินก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารของพวกเขา

Mochi + cheese – Uchi Café Mochees Chewy Cheese Mochi Rice Cakes (Japan) โมจิใส้ครีมชีส อีกหนึ่งความแปลกใหม่ของรสชาติที่โด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น

Korean mixed with Mexican – Ottogi Real Mexican Rice Burrito with Bulgogi (South Korea) บูร์ริโต หรืออาหารแบบเม็กซิโกที่ใช้ส่วนผสมเป็นเนื้อย่างสไตล์เอเชีย และใช้ชีสมอสซาเรลลาในการสร้างความแปลกใหม่ของรสชาติ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่เพียงอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟก็สามารถรับประทานได้เลย และยังสะดวกพกกพาด้วย

Pizza-bun – Or caled piza-man (Japan) ซาลาเปาไส้พิซซ่า โดยที่ไส้พิซซ่านั้นทำมาจากชีสและซอสมะเขือเทศ ส่วนความแปลกใหม่ของรสชาติคือความเข้ากันของเนื้อแป้งซาลาเปานุ่มๆ และชีสเยิ้มๆ ของใส้พิซซ่านั่นเอง

ในยุโรปผู้บริโภคเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารทางโภชนาการครบถ้วนเป็นสำคัญ รองลงมาคือความสะดวกในการรับประทาน หรือปรุงเองได้ไม่ยุ่งยาก และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายก็กำลังมีแนวโน้มเติบโตเป็นที่น่าจับตามอง

เช่นเดียวกับผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเน้นความสะดวกสบายในการรับประทานอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารเช้า Ore-Ida Just Crack an Egg Protein Packed Scramble Kit ที่มีส่วนผสมจัดเตรียมมาพร้อมในบรรจุภัณฑ์สำหรับปรุงรับประทานเอง เพียงฉีกซองและทำตามขั้นตอนการปรุงง่ายๆ ก็สามารถรับประทานได้เลย ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าแต่ยังคงมีความต้องการอาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

Ore-Ida Just Crack an Egg Protein Packed Scramble Kit เซ็ททำไข่คนหรือ Scrambled Eggs ที่มีการนำเชดด้าชีสมาเป็นส่วนผสมสำคัญร่วมด้วยไส้กรอกหมู และเบคอน เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเช้าที่เน้นให้พลังงานและโปรตีนที่จำเป็นกับร่างกาย เพียงแค่ตอกไข่ลงไป 1 ฟองและเตรียมตามขั้นตอนง่ายๆ โดยใช้ไมโครเวฟก็สามารถรับประทานได้เลย

Aldi’s Parmesan Crisps เวเฟอร์กรุบกรอบทำจากพาเมซานชีสและส่วนผสมคุณภาพจากธรรมชาติ ไม่เติมแต่งกลิ่นรส ปราศจากกลูเตน และไม่มีส่วนผสมของแป้งและน้ำตาล เป็นผลิตภัณฑ์สแน็กพร้อมปรุงที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยใช้ไมโครเวฟ

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีวางจำหน่ายแล้วในตลาดต่างประเทศและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก สำหรับตลาดในประเทศไทย มินเทลคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเช้าแบบพร้อมรับประทานลักษณะดังกล่าวนี้ก็จะมีโอกาสเติบโตได้มากถึงร้อยละ 7.4 ภายในปี 2567 จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยใช้ชีสเป็นวัตถุดิบหลัก เนื่องจากผู้บริโภคไม่เพียงแต่มองหาความสะดวกรวดเร็วในการเตรียมอาหารเท่านั้น แต่ยังมีความใส่ใจคิดถึงสุขภาพและโภชนาการตลอดจนการเปิดประสบการณ์ด้านรสชาติอาหารด้วย


Special thanks to U.S. Cheeses – Effective Cheese Application Ideas for Successful New Product Development. Food & Drink Trends and New Opportunities for Cheese by Mintel. U.S. Dairy Export Council.

Compiled and Translated By: Pimchanok Kanoklawan