ตลาด ‘ซอสและเครื่องปรุงรส’ มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก เพราะสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้นและจำเป็นต้องทำอาหารรับประทานเอง จึงเป็นโอกาสที่จะสามารถขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ทำอาหาร ในทางตรงกันข้ามร้านอาหารหรือร้านค้าต่างๆ ที่ถูกจำกัดเวลาทำการในการขาย ส่งผลให้ความต้องการในการใช้ซอสหรือเครื่องปรุงรสลดลง
ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 ประเทศไทยสามารถส่งออกเครื่องปรุงรสเป็นมูลค่าสูงถึง 201.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 12.05 เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยตลาดส่งออกหลักเป็นประเทศในแถบเอเชีย เช่น จีน เป็นต้น

มูลค่าทางการตลาดของเครื่องปรุงรสและซอสในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 47,977 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 4.8 โดยข้อมูลจากศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารพบว่า โครงสร้างตลาดเครื่องปรุงรสของประเทศไทยแบ่งออกเป็นในประเทศร้อยละ 65 และต่างประเทศอีกร้อยละ 35 สำหรับประเทศไทยเองมีส่วนแบ่งในตลาดโลกถึงร้อยละ 5.7 ในปี 2562 โดยภายในประเทศสินค้าที่ขายได้สูงสุดคือซุปก้อน ตามด้วยน้ำปลา และซอสถั่วเหลือง ตามลำดับ
สำหรับการส่งออก ตลาดเครื่องปรุงรสของประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในระยะยาว รวมถึงปัจจุบันนี้เครื่องปรุงรสของประเทศไทยเริ่มวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ พร้อมกับการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในไทยที่จะขยายตลาดการส่งออก โดยเฉพาะตลาดที่ไทยมี TFA (Trade Facilitation Agreement) ด้วย และในปี 2563 ไทยส่งออกเครื่องปรุงรสไปต่างประเทศ มีมูลค่าสูงถึง 851 ล้านดอลลาร์สหรัฐเติบโตร้อยละ 8 และส่งออกไปใน 18 ประเทศคู่สัญญา TFA มูลค่ารวมกัน 442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 9.1
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกซอสและเครื่องปรุงรส เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยในช่วงต้นปี 2564 ประเทศไทยสามารถส่งออกซอสและเครื่องปรุงรสอาหารไปต่างประเทศมีมูลค่าสูงถึง 140.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวร้อยละ 3.6
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Marketeer Online
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://marketeeronline.co/archives/216406?fbclid=IwAR0GhxXs0Mvy7QSN_OR0LtZKYc0cfiYKIBId_2P7ZVuUPN6TZCAAhLV_RjU







