
ตลาดของสินค้าอาหารในภูมิภาคเอเชียจะยังคงขยายตัว โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากปัจจุบัน 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 เนื่องจากการเติบโตของประชากรและการขยายตัวของกลุ่มชนชั้นกลาง อาหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการกินดีอยู่ดี โดยสินค้าอาหารจะพัฒนาไปตามพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการจากการขยายตัวของประชากรสูงวัย แต่เมื่อห่วงโซ่อุปทานด้านสินค้าอาหารของโลกถูกรบกวนโดยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และวิกฤตการณ์ยูเครน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศฉับพลัน การส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจึงเป็นความท้าทายที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ที่เล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงได้จัดทำนโยบาย 30 by 30 เพื่อเพิ่มการผลิตอาหารภายในประเทศให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี 2573
และเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา นาย Heng Swee Keat รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสานงานด้านนโยบายเศรษฐกิจสิงคโปร์ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโรงทดลองผลิตอาหาร FoodPlant ในเขต Jurong Innovation District ซึ่งโครงการ FoodPlant เป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอาหารเพื่อตอบสนองการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร และรองรับความต้องการอาหารที่ขยายตัวในภูมิภาค เช่น โครงการวิจัยอาหาร Singapore Food Story ของสถาบัน A*STAR ภายใต้กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์-MTI ที่เน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการผลิตอาหารในเมืองที่ยั่งยืน การผลิตโปรตีนด้วยเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยทางอาหาร
ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์เล็งเห็นถึงการจัดตั้งเครือข่ายสาธารณูปโภคด้านอาหารเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ใช้งานร่วมกัน ซึ่งรวมถึงบริษัทสตาร์ทอัปและ SMEs ที่มักประสบปัญหาเรื่องการขาดสาธารณูปโภค หรือโรงงานทดลองที่มักมีราคาสูงและต้องมีจำนวนการผลิตขั้นต่ำ ทำให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูง สำหรับบริษัทข้ามชาติ (MNCs) และบริษัทขนาดใหญ่ ก็เป็นการยากที่จะยุติการผลิตสินค้าอาหารหลัก เพื่อทดลองผลิตสินค้าใหม่ ดังนั้น การจัดตั้ง FoodPlant จึงมีส่วนอย่างยิ่งในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารในสิงคโปร์ โดยสถาบัน Singapore Institute of Technology (SIT) ร่วมกับหน่วยงาน Enterprise Singapore และหน่วยงาน JTC Corporation จะเป็นผู้บริหารจัดการ FoodPlant ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารแบบใช้งานร่วมกัน (Shared facility) แห่งแรกที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ (Singapore Food Agency; SFA) คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตอาหารมากกว่า 200 แห่ง และเกิดการพัฒนาและวิจัยสินค้าชนิดใหม่มากกว่า 400 ชนิด ภายในปี 2569 ตัวอย่างบริการของ FoodPlant ได้แก่ การให้บริการห้องผลิตและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร เช่น เครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray drier) โดยใช้ Pulsed Electric Field equipment นอกจากนี้ FoodPlant ยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนทักษะและความรู้ระหว่าง SIT กับภาคธุรกิจผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ การอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญ และงานสัมมนา โดย SIT จะให้บริการคำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาเกิดใหม่ เช่น (1) อาหารแห่งอนาคต (2) โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ และ (3) การแปรรูปอาหารขั้นสูง
นอกจากนี้ ประเทศสิงคโปร์ยังต้องการจัดตั้งโรงงานอาหารแห่งใหม่ของการท่าอากาศยานสิงคโปร์ โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2565 บริษัทการท่าอากาศยานสิงคโปร์ (Singapore Airports Terminal Services; SATS) ประกาศลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อก่อสร้างโรงผลิตอาหาร SATS Food Hub แห่งใหม่ในเขต Jurong Innovation District โดยเป็นโรงงานขนาด 5 ชั้น บนพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2567 โดยโรงผลิตอาหารแห่งนี้จะผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ซุป ซอสในเชิงพาณิชย์ ขนมอบ และอาหารประเภทอื่นๆ ทั้งนี้โรงผลิตอาหารมีกำลังการผลิต 80 ตัน/วัน เทียบเท่า 200,000 มื้อ โรงผลิตอาหารใหม่ของบริษัท SATS จะเน้นการพัฒนาในหลายมิติ เช่น ด้านรสชาติอาหาร เทคโนโลยีด้านอาหาร ห่วงโซ่อาหาร นวัตกรรม ความยั่งยืน การนำดิจิทัลมาใช้ ความปลอดภัยด้านอาหารและโภชนาการ นอกจากนี้ บริษัทได้นำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและฝึกฝนทักษะใหม่ที่จำเป็นในอนาคต เช่น ระบบภายในโรงงานผลิตอาหารเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ที่จะช่วยในการวางแผน เพิ่มการใช้สินทรัพย์ และลดขยะอาหารอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทจะตั้งศูนย์ SATS Global Innovation Centre (SGIC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง SATS Innovation Hubs ของสิงคโปร์ และสหราชอาณาจักรเพื่อสร้างโอกาสความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารร่วมกัน
Source







