
คุณประสิทธิ์ สุขสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุตสาหกรรมแป้งมันบ้านโป่ง จำกัด หรือบ้านโป่งทาปิโอก้า เปิดเผยว่า บ้านโป่งทาปิโอก้า เป็นบริษัทครอบครัวมีฐานการผลิตและสำนักงานใหญ่อยู่ที่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีพนักงานจำนวน 550 คน มีโรงงานทั้งหมด 11 แห่งในจังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี มีลูกค้ากว่า 200 รายที่กระจายอยู่ใน 21 ประเทศทั่วโลก โดยแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่บริษัทฯ ยึดถือมาโดยตลอดครึ่งทศวรรษ คือ การคำนึงถึงความอยู่รอดในระยะยาวและเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งการจะก้าวไปสู่จุดนั้นจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดีในทุกมิติ ทั้งชุมชน สิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด ตลอดจนการมองหาโอกาสและช่องทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ต่อไป

คุณกิตติ สุขสมิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายซัพพลายเชน กล่าวเสริมว่า BCG Model ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบริษัทฯ เพราะการดำเนินงานภายใต้นโยบายดังกล่าวเป็นสิ่งที่บ้านโป่งทาปิโอก้ายึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติอยู่แล้ว
เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ธุรกิจของบ้านโป่งทาปิโอก้าเกี่ยวพันทั้งด้านการเกษตรและธุรกิจอาหารจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร บริษัทฯ มีการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายContract Farming ปลูกมันสายพันธุ์พิเศษ อย่างสายพันธุ์ลูเซนท์ (Lucent) เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของมันสำปะหลังและรับซื้อจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด 100-150% นอกจากนี้เกษตรกรในเครือข่ายจะได้รับการดูแลจากบริษัทฯ อย่างครบวงจรอีกด้วย
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กระบวนการแปรรูปมันสำปะหลังของบริษัทฯ ไม่มีส่วนใดที่เหลือทิ้ง เพราะมันสำปะหลังทุกส่วนจะถูกนำมาใช้หมุนเวียนและเพิ่มมูลค่าในระบบเศรษฐกิจภายในชุมชนและบริษัทฯ ผ่านการจัดการตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ อาทิ การนำกากมัน เปลือกมัน และตะกอนดินมาพัฒนาเป็นอาหารเลี้ยงแมลงที่เป็นแหล่งโปรตีน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ด้วย และได้มีการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้จากกระบวนการล้างและน้ำเหลือทิ้งจากการสกัดหัวมัน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนน้ำมาใช้ใน 2 รูปแบบ คือ น้ำที่สะอาดตามมาตรฐานเพื่อนำกลับมาใช้ในกระบวนการล้าง และอีกส่วนจะใช้ในการผลิตไบโอแก๊ส เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงพลังงานความร้อนสำหรับการอบแป้ง
เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) นอกจากกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ที่นับว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถลดการใช้พลังงานได้จริงแล้ว ยังมีนโยบายการใช้พลังงานทดแทน ด้วยการจัดทำโซลาร์ฟาร์มที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในเวลากลางวันได้ถึง ร้อยละ 80 ของพลังงานที่โรงงานต้องใช้ และตั้งเป้าให้ถึง 100% ภายในปี พ.ศ. 2569

พร้อมกันนี้ คุณชัยวุฒิ สุขสมิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายผลิต ได้กล่าวถึงภาพรวมการผลิตของบ้านโป่งทาปิโอก้าว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ใช้หัวมันสำปะหลังกว่า 600,000 ตัน เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใน 4 กลุ่ม ดังนี้
1. แป้งมันสำปะหลังแบบดั้งเดิม (Native Starch) มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ ร้อยละ 15 โดยมีราคาเฉลี่ยในท้องตลาด12 บาทต่อกิโลกรัม
2. แป้งมันดัดแปรพื้นฐาน (Basic Modified Starch) มีปริมาณการผลิต ร้อยละ 41 ซึ่งมีราคาเฉลี่ยในท้องตลาดอยู่ที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม
3. แป้งดัดแปรมูลค่าสูง (High Value Food Texture Solution) สำหรับการปรับปรุงและพัฒนาเนื้อสัมผัสในอาหารและเครื่องดื่ม มีปริมาณการผลิตที่ ร้อยละ 41 มีราคาเฉลี่ยในท้องตลาดประมาณ 50 บาทต่อกิโลกรัม
4. แป้งดัดแปรที่นำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารทางการแพทย์ (Nutrition) มีปริมาณการผลิต ร้อยละ 3 โดยมีราคาเฉลี่ยในท้องตลาดอยู่ที่ 100-800 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นกับประเภทอาหารที่นำไปทดแทน

นพ.สมิทธิ์ สุขสมิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายงานนวัตกรรม ได้เสริมว่า อีกหนึ่งหัวใจหลักสำหรับการเติบโตของบริษัทฯ คือ การนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้พัฒนากระบวนการผลิต การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัทฯ ให้เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินกิจการจากโรงงานแปรรูปแป้งแบบเดิมเพื่อก้าวเป็น Texture House Company ผู้ให้บริการ Texture Solution ที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาทางด้านเนื้อสัมผัส โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อาหารทางการแพทย์ ยาและกลุ่มอุตสาหกรรมกระดาษ

ในโอกาสนี้ ฟู้ด โฟกัส ไทยแลนด์และสื่อมวลชน ได้รับเกียรติเยี่ยมชมโรงงาน ณ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยการนำของคณะผู้บริหารฯ จึงได้เห็นถึงการดำเนินงานและกระบวนการผลิตต่างๆ ตั้งแต่การลำเลียงหัวมันเข้าสู่การล้างและแปรรูป ไปยังขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ภายในองค์กรให้แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสามารถติดตามข้อมูลย้อนกลับได้จนถึงต้นทาง ตลอดจนเยี่ยมชมกระบวนการหมุนเวียนพลังงาน ทั้งการบำบัดน้ำเสียจากจุลินทรีย์ที่มีหลากหลายขั้นตอน การทำไบโอแก๊ส ฟาร์มโซลาร์และการกักเก็บคาร์บอนเพื่อจำหน่ายให้กับองค์กรอื่นต่อไป นับได้ว่า บ้านโป่งทาปิโอก้า เป็นบริษัทที่มีรากฐานการดำเนินกิจการด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรและบุคลากร ตลอดจนผลิตภัณฑ์ให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืนซึ่งสอดคล้องตามนโยบายเศรษฐกิจ BCG ได้อย่างแท้จริง








