
Q: หากต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ทางโรงงานจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง
A: เมื่อโรงงานจะทำการเปลี่ยนแปลงจากระบบการทำงานแบบเดิมมาใช้ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ แรงต้านจากผู้ปฏิบัติงาน กระบวนการสำคัญคือการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานให้ทราบถึงประโยชน์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รวมถึงการสื่อสารภายใน สาธิตวิธีการใช้งานระบบอย่างถูกต้อง (AGILE)
Q: กรณีที่สินค้าเป็นของสด เช่น เนื้อสัตว์ชิ้นส่วนต่างๆ จะสามารถนำระบบคลังสินค้าอัจฉริยะมาใช้ได้อย่างไร เหมาะสมหรือไม่
A: แม้ว่าจะเป็นของสด ก็สามารถนำระบบคลังสินค้าอัจฉริยะมาใช้ได้ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิในคลังสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยสามารถนำเอาระบบ IoT เข้ามาช่วยจัดการในส่วนนี้ได้เช่นกัน
Q: กรณีที่สินค้าเป็นอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์สั้น เหมาะที่จะใช้ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะหรือไม่
A: ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะจะช่วยในการจัดการ FEFO (First Expire date First Out) และช่วยลดปัญหาสินค้าหมดอายุได้ เหมาะที่จะใช้กับสินค้าเป็นอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์สั้นเป็นอย่างมาก
Q: ระบบ AS/RS (Automated Storage/Retrieval System) หรือ ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ เหมาะกับสินค้าประเภทใด
A: ระบบ AS/RS (Automated Storage/Retrieval System) หรือ ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ มีความคล้ายคลึงกับระบบ Selective Lacking ที่สามารถจัดเก็บได้หลาย Item เหมาะกับสินค้าที่มีอัตราการหมุนเวียนสูงเพื่อให้คุ้มค่ากับการใช้งาน AS/RS
Q: เทคโนโลยี RFID สามารถนำมาใช้ในห้องเย็นอุณหภูมิ -18 องศาได้หรือไม่
A: ระบบ RFID มีเทคโนโลยีรองรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำๆ เช่นกัน
Q: ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะสามารถนำมาปรับใช้กับโรงงานที่มีขนาดพื้นที่จำกัดได้หรือไม่
A: สามารถทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะใช้การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) เข้ามาช่วย ยกตัวอย่างเช่น
โรงงานจะต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาคำนวณความคุ้มค่า หากมีการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้นก็จะทำให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วจึงไปดูเรื่องของคลังสินค้าอัจฉริยะต่อไป
Q: หากในปัจจุบันนี้โรงงานเก็บสินค้าใส่พาเลทแบบ Nestable Stacking Rack (พาเลทเหล็กแบบมีขาตั้ง) เนื่องจากสินค้าเป็นกระสอบ/ถุงที่สามารถลื่นได้ ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะมีโซลูชันสำหรับรองรับพาเลทประเภทนี้หรือไม่
A: สำหรับการใช้พาเลทเหล็กแบบมีขาตั้ง เมื่อทำการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัจฉริยะเข้าไป อาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับความเสียหายของอุปกรณ์ เนื่องจากวัสดุที่เป็นเหล็กทั้งในส่วนของพาเลทและส่วนของโรลเลอร์
-การคาดการณ์ปริมาณความต้องการซื้อให้แม่นยำมากขึ้น
-การเพิ่มความถี่ในการจัดส่งสินค้าจากผู้ขาย
-การลดขนาดการผลิตต่อครั้ง
โดยส่วนใหญ่ทาง Interroll จะแนะนำให้ลูกค้าทำเป็น Slave Pallet ที่เป็นพาเลทแบบมาตรฐาน แล้วนำพาเลทเหล็กที่มีอยู่เดิมวางทับ หรือสามารถปรับเปลี่ยนพาเลทเดิมที่มีอยู่โดยติดตั้งขาตั้งที่เป็นไม้เข้าไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น
Q: หากธุรกิจมีเงื่อนไข FEFO (First Expire date First Out) และมีหลาย SKU (Stock Keeping Unit) รวมถึงมีการจ่ายสินค้าทั้งเต็มพาเลท และไม่เต็มพาเลท ควรใช้ Rack แบบไหนจึงจะเหมาะสม
A: แนะนำให้เลือกใช้ระบบ Selective Lacking ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่มี SKU จำนวนมาก มี FIFO (First In First Out) หรือ FEFO (First Expire date First Out) สามารถเลือกหยิบได้ครั้งละหลาย SKU พร้อมกัน หรือ ระบบ Drive-in ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการหยิบ (Put-Away) ของธุรกิจด้วย
สนใจรับชมรายการย้อนหลัง ติดต่อ ea.atenta@interroll.com








