กระทรวงพาณิชย์เผย 6 แนวทางการพัฒนาสินค้าอาหารจากพืช เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

          สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ได้ดำเนินโครงการจัดทำภาพอนาคตสินค้าอาหารจากพืช (Plant-based Food) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ศักยภาพ โอกาส แนวโน้มทิศทาง รวมถึงการจัดทำภาพอนาคต (Foresight) ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สำหรับการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งทางการค้าของผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

          คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการจัดทำภาพอนาคตว่า ได้ภาพอนาคตสินค้าอาหารจากพืชของไทย 4 ฉากทัศน์ โดยฉากทัศน์ของอนาคตที่เป็นไปได้ (Probable Future) คือ ประเทศไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพของโลก ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบเพื่อผลิตและส่งออกอาหารสุขภาพ รวมถึงตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร

 

          นอกจากนี้ ยังมีอนาคตทางเลือก (Alternative Future) อีก 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ 1) ฉากทัศน์ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเทศกาล วัฒนธรรม และเกษตรยั่งยืน คือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเทศกาลวัฒนธรรมและเกษตรยั่งยืนของคนไทยและชาวต่างชาติ 2) ฉากทัศน์ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ คือ ประเทศไทยเป็นแหล่งของธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีการประยุกต์วัฒนธรรมอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นร่วมกับธุรกิจอาหารในทุกมุมของประเทศ และ 3) ฉากทัศน์ของสินค้าอาหารแปรรูป Plant-based Food ซึ่งเป็นภาพอนาคตที่เกษตรกรไทยพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารจากพืชที่มีคุณภาพและมูลค่าสูง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดโลก

 

          จากผลการศึกษามีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 6 ด้าน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าอาหารจากพืชของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก ดังนี้

1) ด้านการผลิตและแปรรูป ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม Plant-based Food ที่สำคัญของโลก ผ่านการส่งเสริมคุณภาพการผลิต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมทางด้านทักษะต่างๆ

2) ด้านการตลาด ส่งเสริมการตลาดและการท่องเที่ยว เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพิ่มการเข้าถึงของลูกค้า และขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง อาทิ เชิงเทศกาลวัฒนธรรม เชิงเกษตรยั่งยืน และเชิงสุขภาพ รวมทั้งสร้างแบรนด์ โดยสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้โดดเด่นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

3) ด้านวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าและยกระดับคุณภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้าน Plant-based Food ระดับโลก ผ่านการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และเผยแพร่องค์ความรู้ รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการวิจัยพัฒนา

4) ด้านฐานข้อมูล ควรมีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและ Plant-based Food เพื่อใช้วางแผนการพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดทำฐานข้อมูลพืชที่มีศักยภาพในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม Plant-based Food ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

5) ด้านการลงทุน ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความยั่งยืนในกระบวนการผลิตและการใช้ทรัพยากร อาทิ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรและอีคอมเมิร์ซ ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม Plant-based Food สร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีศักยภาพ และการสนับสนุนด้านเงินทุนและการวิจัยพัฒนาให้กับ SMEs ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

6) ด้านกฎหมาย ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร และ Plant-based Food เพื่อสร้างกรอบที่ชัดเจน ทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และตอบสนองความต้องการของตลาด อาทิ การจัดทำข้อกำหนดฉลากอาหารจากพืชของไทยเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค และพิจารณาทบทวนการปรับลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งพิจารณาทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยี GMO

          นอกจากนี้ คุณพูนพงษ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า สนค. ได้จัดทำแผนที่นำทางหรือโรดแมป (Road Map) สำหรับการพัฒนาสินค้าอาหารจากพืชของไทย พ.ศ. 2567 – 2576 ที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่กล่าวมาข้างต้น โดยแบ่งเป็นระยะเริ่มต้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย รวมถึงหน่วยทุนและหน่วยสนับสนุนทางการค้า สตาร์ทอัป และ SMEs ใช้เป็นข้อมูลและแนวทางการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาสานต่อการสร้างภาพอนาคตสินค้าอาหารจากพืช (Plant-based Food) และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตระดับโลก ด้วยศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความพร้อม และความตั้งใจที่จะสร้างคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนแก่คนไทยและพลเมืองโลก

 

อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่: https://tpso.go.th/news/2409-0000000001

ขับเคลื่อนประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มด้วย ‘เทคโนโลยีคลาวด์’ Drive Efficiencies in Food and Beverage Production Processes with ‘Cloud Technology’

          บริษัท อินฟอร์ ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์เพื่อธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ได้จัดงานสัมมนา Cloud Technology Tools: Drive Efficiencies and Productivity with Cloud for F&B Industry” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี กรุงเทพ สุขุมวิท เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมกับแนวทางในการประยุกต์ใช้งานระบบคลาวด์สำหรับนำไปพัฒนาศักยภาพในกระบวนการผลิตอาหารและการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

          คุณพงษ์ศักดิ์ วรสายัณห์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย และเวียดนาม จากบริษัท อินฟอร์ ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของบริษัทฯ ที่มีการออกแบบให้มีความเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมโดยเฉพาะ การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่รองรับผู้เช่าหลายราย ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS จึงช่วยให้ข้อมูลบนระบบคลาวด์มีความปลอดภัย ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น และสอดคล้องตามข้อกำหนด อันจะช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการผลิตได้อย่างยั่งยืน

 

          รศ.ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ จากสถาบันไอเอ็มซี ได้อัปเดตถึงเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลที่ทันสมัย จากการที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอาหารจำเป็นต้องรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย จึงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล (Digital Transformation) นำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่อยู่เสมอ ทั้งนี้ระบบคลาวด์ถือเป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถนำมาผนวกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากระบบสามารถควบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งและปรับแต่งข้อมูลได้ตามความต้องการด้วยพื้นฐานของระบบ ERP ซึ่งจะเข้ามาช่วยจัดการทั้งระบบการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพ รวมถึงช่วยปรับขนาดของกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับทรัพยากรและความต้องการของตลาดได้อีกด้วย

 

          คุณพัทธ์ธีรา วชิรเชาวพงศ์ ที่ปรึกษาด้านโซลูชันอาวุโส บริษัท อินฟอร์ ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงซอฟต์แวร์อัจฉริยะของบริษัทฯ อย่าง Infor CloudSuite F&B ที่ออกแบบมาพร้อมกับความสามารถในการวางแผนทรัพยากรขององค์กรสำหรับโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ ขนมอบ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์และสัตว์ปีก อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่เย็นและแช่แข็ง รวมถึงส่วนผสมอาหาร ด้วยระบบคลาวด์ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย สามารถกำหนดข้อมูลได้ตามประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และหากใช้งานร่วมกับระบบ AI, IoT และ BI ก็สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมายพร้อมกรณีศึกษาต่างๆ อาทิ การตรวจสอบย้อนกลับ การวางแผนและควบคุมต้นทุนในการผลิต การจัดการระบบเอกสารระบบคุณภาพ การลดขั้นตอนในการออกใบเสร็จรับเงิน ซึ่งสามารถออกแบบการทำงานได้อย่างครอบคลุมในแต่ละแผนกของโรงงาน

          คุณกาญจนา ว่องพิสุทธิพงศ์ ที่ปรึกษาด้านโซลูชัน บริษัท อินฟอร์ ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอระบบ WMS Cloud Solution ซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดการคลังสินค้าได้แบบครบวงจร ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นข้อมูลสินค้าคงคลัง คำสั่งซื้อ อุปกรณ์ และบุคลากรได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงช่วยเสริมความถูกต้องและแม่นยำในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติได้ ทั้งนี้ ระบบ WMS รุ่นล่าสุดสามารถใช้งานร่วมกับระบบ ERP, OMS, TMS, WCS, MHE และ Robotics หรือผสานร่วมกับระบบที่มีอยู่เดิมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

          สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายในการบูรณาการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อพัฒนาธุรกิจของคุณ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาเพิ่มเติมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อินฟอร์ ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.infor.com/th-th

          Continue reading “ขับเคลื่อนประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มด้วย ‘เทคโนโลยีคลาวด์’ Drive Efficiencies in Food and Beverage Production Processes with ‘Cloud Technology’”

Kerry’s new office and Customer Application Centre in Bangna, Bangkok will support innovation and co-creation partnerships.

         Kerry’s new office and Customer Application Centre in Bangkok was officially opened on 19 August. 

          Featuring a beverage lab facility for dairy, refreshing, and carbonated beverages applications, collaborative spaces, and ergonomic furniture, the 749 sq.m. Customer Application Centre is designed to enhance customer engagement while fostering creativity, innovation, and productivity.

   

 

          The new facility enables Kerry Thailand to better serve its customers and drive growth in Thailand’s high potential market.

    

เบอร์เคิท (ประเทศไทย) เปิดตัวสำนักงานแห่งแรกประจำประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างความสัมพันธ์และความสำเร็จที่ยั่งยืน

Bürkert (Thailand) Co., Ltd. Grand Opening Launches Its First Office in Thailand with a Vision to Build Sustainable and Successful Relationships

          บริษัท เบอร์เคิท (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำด้านระบบการวัดและระบบควบคุมของเหลวและแก๊ส ได้ฤกษ์ดีเปิดตัวสำนักงานแห่งแรกประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ อาคาร RASA ONE พหลโยธิน กรุงเทพฯ

          งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณเอกชัย องค์วงศ์สกุล ผู้จัดการทั่วไป จากบริษัท เบอร์เคิท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับและตัดริบบิ้นในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ร่วมกับคุณ Chris Hoey, Director Global Service จาก Bürkert Fluid Control Systems พร้อมด้วยผู้บริหารและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มาร่วมแสดงความยินดีในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและทำบุญสำนักงาน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจกับพนักงานในองค์กร

          ภายในสำนักงานแห่งนี้ได้รับการตกแต่งที่ทันสมัยพร้อมพื้นที่อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องทดสอบทางวิศวกรรม ห้องฝึกอบรม และพื้นที่คลังสินค้า ทั้งนี้คุณเอกชัย องค์วงศ์สกุล ได้แสดงวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนและบริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีการวัดของเหลวและแก๊สที่ผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัย ซึ่งจะช่วยเสริมความแม่นยำและประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังได้มีการสนับสนุนการทำวิจัยและร่วมพัฒนากระบวนการผลิตกับลูกค้าอีกด้วย

 

          นิตยสารฟู้ด โฟกัส ไทยแลนด์ ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวของบริษัท เบอร์เคิท (ประเทศไทย) จำกัด มา ณ โอกาสนี้ หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ สามารถเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่ info.th@burkert.com หรือติดต่อ www.burkert.co.th

 


 

          Bürkert (Thailand) Co., Ltd., one of the leading manufacturers of measurement and control systems for liquids and gases, grand opening launched its first office in Thailand as part of its business expansion in ASEAN on Thursday, August 1st, 2024, at the RASA ONE Building, Phaholyothin area, Bangkok.

 

          The event was honored by Mr. Ekachai Ongwongsakul, General Manager of Bürkert (Thailand) Limited., who gave a welcoming speech. A ribbon-cutting ceremony was held together with Mr. Chris Hoey, Director of Global Service from Bürkert Fluid Control Systems, along with executives and business alliances who witnessed the official opening ceremony and joined the merit-making to enhance auspiciousness and encouragement for employees in the organization.

 

          Bürkert Thailand’s modern interior office is equipped with facilities such as an engineering test and assembly area, a training room, and warehousing reinforces. Mr. Ekachai Ongwongsakul expressed the company’s vision of bringing innovative and state-of-the-art technologies, along with a commitment to provide full support and service to customers with innovative solutions in liquid and gas measurement and control systems with the assurance of the highest hygienic standards, precision, and efficiency, as well as supporting research and development covering the entire production process with customers.

 

          Food Focus Thailand Magazine would like to express our heartfelt congratulations on another step of success for Bürkert (Thailand) Co., Ltd. If anyone is interested in more information about the company, you can visit the details a info.th@burkert.com or www.burkert.com