มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (SCI-TU) จับมือกับ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KCG) เปิดตัวนวัตกรรมซูเปอร์ฟู้ด “ไรซ์เบอร์รีสเปรด” (Riceberry Spread) แยมข้าวไรซ์เบอร์รีน้ำตาลต่ำที่มาพร้อมคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและกระตุ้นระบบขับถ่าย

จากแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่เร่งรีบและอาจจะพลาดมื้ออาหารที่สำคัญ ทีมวิจัยนำโดย ดร.สุธีรา วัฒนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้พัฒนาซูเปอร์ฟู้ด “ไรซ์เบอร์รีสเปรด” หรือแยมข้าวไรซ์เบอร์รีน้ำตาลต่ำ โดยมีส่วนผสมของวัตถุดิบหลัก 4 ชนิด คือ 1) แป้งข้าวไรซ์เบอร์รีทำจากข้าวไรซ์เบอร์รีออร์แกนิก โดยมูลนิธิโครงการเพื่อนพึ่งภาฯ 2) น้ำมัลเบอร์รีที่อุดมด้วยสารแอนโธไซยานินซึ่งช่วยในเรื่องต้านอนุมูลอิสระ 3) น้ำเชื่อมพรีไบโอติกจากแก่นตะวันที่มีคุณสมบัติให้พลังงานน้อย ประกอบด้วยฟรุกโทโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructo-oligosaccharides; FOS) ซึ่งเป็นใยอาหารและพรีไบโอติก และ 4) นมสดช่วยเพิ่มกลิ่นรสและเนื้อสัมผัส

ทั้งนี้ แยมข้าวดังกล่าวมีลักษณะคล้ายแยมทั่วไป มีความข้นหนืด แต่มีกลิ่นหอมของแป้งข้าวไรซ์เบอร์รี และมัลเบอร์รี พร้อมบรรจุผลิตภัณฑ์ในขวดหรือถุงและฆ่าเชื้อด้วยวิธีการ Pasteurization ทำให้สามารถเก็บได้นานมากกว่า 6 เดือนที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษา พกพาและรับประทาน ผลิตภัณฑ์มีทั้งในรูปแบบทาขนมปัง/แซนด์วิชเพื่อเป็นมื้อเช้า หรือรับประทานเป็นอาหารว่างคู่กับกล้วย หรือเลือกดื่มคู่กับนมร้อนสักแก้ว
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากทีมนักวิจัยร่วมสาขาฯ คือ ดร.กฤติยา เขื่อนเพชร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และทีมนักวิจัยของ รศ.ดร.สาโรจน์ ศิริศันสนียกุล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสนับสนุนองค์ความรู้และวัตถุดิบ คือ น้ำเชื่อมพรีไบโอติกจากแก่นตะวันเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา
ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัย เรื่อง “สูตรและกระบวนการผลิตไรซ์เบอร์รีสเปรด” ระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยงานและพันธมิตรเข้าร่วมจำนวนมาก ณ อาคารโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ในโอกาสนี้ได้แนะนำผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารตอบโจทย์ผู้บริโภคภายใต้โครงการ “ทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารทางประสาทสัมผัส” โดยความร่วมมือกับศูนย์ประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ KCG การประเมินคุณภาพอาหารตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิเคราะห์ผ่านประสาทสัมผัส ทั้ง 5 มิติ คือ การมองเห็น การได้กลิ่น การรับรส การสัมผัส และการได้ยิน เพื่อแยกแยะผลิตภัณฑ์ว่ามีความเหมือนหรือต่าง ค้นหาความต้องการผู้บริโภคได้ วิเคราะห์ข้อมูลความชอบและการยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารของผู้บริโภค ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยภาคธุรกิจตัดสินใจ และนำไปสู่แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค สร้างโอกาสทางการตลาดที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่ง ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้ในอนาคต







