What's In
Alternative Plant-based Ingredient: Sustainable Development for Next-Generation Bakery Products
ส่วนผสมทดแทนจากพืช: การพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมเบเกอรีต้องปรับตัว ด้วยเหตุนี้ นวัตกรรมด้านส่วนผสมทดแทนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับความคาดหวังสำหรับการบริโภคอย่างยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “plant-based” ได้กลายเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในยุคปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์เบเกอรีที่ใช้วัตถุดิบจากพืชนี้กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอาหาร การใช้เทคโนโลยีทางเลือกเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติโปรตีนจากพืช การใช้เทคโนโลยีทางเอนไซม์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรีทางเลือกจากโปรตีนพืช โดยเฉพาะการปรับปรุงรสชาติและเนื้อสัมผัส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น (1) การใช้เอนไซม์โปรตีเอส (Protease) เพื่อช่วยย่อยสลายโปรตีนจากพืชให้มีขนาดเล็กลง ทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์เบเกอรีมีความนุ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังลดความหยาบกระด้างที่มักจะเกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโปรตีนพืช เทคโนโลยีการหมัก เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรีทางเลือก ซึ่งสามารถปรับปรุงได้ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ โดยเทคโนโลยีนี้เกี่ยวข้องกับการใช้จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส และจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ซึ่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการหมักในผลิตภัณฑ์เบเกอรีทางเลือกจะช่วยพัฒนารสชาติให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มกลิ่นหอมจากกรดอินทรีย์และแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหมัก […]
Dietary Supplements Key Trends in 2025: Innovations Fueling Holistic Health and Wellness
เทรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแห่งปี 2568: นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมและความเป็นอยู่ที่ดี ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะสูงขึ้นจาก 127.2 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2567 เป็น 139.9 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2568 เนื่องจากเทรนด์การดูแลสุขภาพเริ่มเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยสู่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมควบคู่กับข้อมูลทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ดังนั้น ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้จะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและนวัตกรรมการผลิต โดยเทรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3 กลุ่มหลักที่มาแรงในปี พ.ศ. 2568 นี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านโภชนาการกีฬา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการกีฬาได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ให้ความชุ่มชื้นและอิเล็กโทรไลต์เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 49.3 ส่วนยอดจำหน่ายสารเสริมสมรรถภาพกลุ่มครีเอทีน (Creatine) เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.8 ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับให้ความชุ่มชื้นมักจะมีส่วนผสมของแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ร่วมกับการออกแบบสูตรเพื่อเสริมความทนทานและการฟื้นตัว ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพของผู้หญิง […]
Sustainable Successes of Thailand’s Future Food Industry
ความสำเร็จที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตในประเทศไทย อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนจึงไม่ใช่เป็นเพียงแนวโน้มที่น่าสนใจ แต่เป็นนโยบายที่แต่ละองค์กรต้องกระทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ‘อาหารแห่งอนาคต’ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤตด้านความมั่นคงทางอาหารและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบอาหารได้ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จึงได้จัดงานเสวนาเชิงลึกในหัวข้อ ‘Thailand Future Food for Sustainability’ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งงานนี้ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Kelly Stange ที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตฝ่ายการเกษตร สถานทูตสหรัฐอเมริกา และ ศ.ดร. นิศรา การุณอุทัยศิริ รักษาการรองผู้อำนวยการด้านสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ ความสำเร็จจากการใช้นวัตกรรมการผลิตอาหารแห่งอนาคต จากการสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคของโครงการวิจัย ‘UC […]
Study of Interactions between Polyphenols and Macronutrients on the Efficacy of NCDs Prevention
การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างพอลิฟีนอลและสารอาหารหลักต่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรค NCDs คุณสมบัติของพอลิฟีนอลต่อการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค NCDs ฤทธิ์ทางชีวภาพที่ได้รับการศึกษาและมีงานวิจัยมากที่สุดของกลุ่มสารพอลิฟีนอล คือ ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ จากงานวิจัยทางคลินิกพบว่า การบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของสารพอลิฟีนอลจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในเซรัมและพลาสมาในเลือดได้ ทั้งยังช่วยควบคุมความดันโลหิต การทำงานของเยื่อบุหลอดเลือด และลดภาวะเส้นเลือดอุดตัน นอกจากนี้ ยังสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดทั้งขณะอดอาหารและหลังรับประทานอาหาร รวมถึงลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) ในเลือดได้ ตลอดจนมีส่วนร่วมโดยตรงในการควบคุมการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง รวมถึงการส่งเสริมยีนที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ เป็นต้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพอลิฟีนอลและส่วนประกอบหลักต่อการดูดซึมสารอาหารในร่างกาย คุณสมบัติทางสุขภาพด้านต่างๆ ของพอลิฟีนอลต่อการป้องกันโรค NCDs จะขึ้นอยู่กับปริมาณ ความเข้มข้น และอัตราการดูดซึมในร่างกาย อย่างไรก็ตาม พอลิฟีนอลส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมในปริมาณต่ำ จึงจำเป็นต้องศึกษาวิธีเพิ่มการดูดซึมในร่างกาย โดยเฉพาะการมีปฏิสัมพันธ์กับสารอาหารหลัก เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เมื่อบริโภคพร้อมกัน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคาร์โบไฮเดรตและพอลิฟีนอล […]
Reducing the 8 Wastes in Organizations to Enhance Value with the ‘Lean Approach’
ลดความสูญเปล่าในองค์กรทั้ง 8 ประการสู่การเพิ่มคุณค่าด้วย ‘วิถีแบบลีน’ ความสูญเสียทั้ง 8 ประการ: ลดได้ ย่อมลีนได้ กิจกรรมใดที่ไม่นำไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ นับว่าเป็นความสูญเสียตามแนวคิดของการผลิตแบบลีน ซึ่งมีการขยายความไว้เป็น 8 รายการ ด้วยคำย่อว่า ‘DOWNTIME’ อันได้แก่ 1.Defects (ของเสียหรือข้อบกพร่อง) การผลิตที่เกิดความผิดพลาดและไม่ได้มาตรฐานมักนำไปสู่การแก้ไข (Rework) หรือการทำซ้ำ (Reprocess) ซึ่งก่อให้เกิดสินค้าเกรด B หรือต้องทำลายทิ้ง ทำให้ต้องเสียเวลาในการทำงานและเกิดต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัญหานี้มักพบได้จากกระบวนการผลิตโดยตรงหรือพบได้ที่ตัวผลิตภัณฑ์ เช่น มีรสชาติหรือส่วนผสมที่ไม่สม่ำเสมอ มีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์เกิดการเสียรูปและอาหารเน่าเสียตามมา นอกจากนี้ ข้อบกพร่องดังกล่าวอาจไม่ได้หมายถึงสินค้าที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกด้วย เช่น รายงานที่มีข้อมูลไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง การเก็บข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และการสื่อสารที่ผิดพลาด เป็นต้น 2.Overproduction (การผลิตที่เกินความต้องการ) การผลิตสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการหรือมีจำนวนเกินกว่าที่ลูกค้าต้องการ อาจก่อให้เกิดสินค้าที่หมดอายุและมีจำนวนสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น 3.Waiting (การรอคอย) ปัญหาของการรอคอย คือ การขาดทรัพยากรหรือขาดการสื่อสารข้อมูล รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ‘รอยต่อ’ ของกระบวนการที่ไม่เชื่อมโยงประสานกัน มีขั้นตอนที่เกิดขึ้นทั้งช้าและเร็วในกระบวนการผลิต รวมถึงกระบวนการที่จะต้องรอคอยจนเป็น […]
National Food Institute and Role in Empowering Thai Entrepreneurs for the Global Stage
‘สถาบันอาหาร’ กับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยสู่เวทีระดับโลก จากระยะเวลาการดำเนินงานของ ‘สถาบันอาหาร’ ภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิมาเกือบ 30 ปี กับพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ปัจจุบันสถาบันอาหารอยู่ภายใต้การบริหารงานของ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กับบทบาทในการพัฒนามาตรฐานด้านการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารผ่านการให้บริการด้านต่างๆ อย่างครบวงจร ปัจจุบันสถาบันอาหารได้ขยายบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 95 ของผู้ประกอบการอาหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของการวิจัยและพัฒนา การให้บริการทดสอบ รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบทบาทของสถาบันอาหารในด้านของการให้บริการงานวิจัยและพัฒนา คือ การรับทำหน้าที่ในการเป็น ‘นวัตกร’ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอาหาร ตั้งแต่การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นต้น จนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน อีกทั้งยังมีการให้บริการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดลองผลิตในโรงงานต้นแบบ เพื่อการทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาด ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ก้าวสู่ ‘ครัวของโลก’ ในปี พ.ศ. 2568 สถาบันอาหารได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้บริหารโครงการ Soft Power ตามนโยบายของภาครัฐ ภายใต้คลัสเตอร์ “OFOS – หนึ่งครอบครัว หนึ่ง Soft […]
VEGA: ผู้นำด้านเทคโนโลยีการวัดระดับและความดันสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติ
VEGA ได้สะสมประสบการณ์กว่า 60 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีการวัดที่มีคุณภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในด้านการวัดระดับและความดัน ด้วยเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ทันสมัยในสภาวะการทำงานที่ท้าทาย พร้อมมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ในทุกความต้องการสำหรับการควบคุมและการตรวจสอบกระบวนการในอุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยีเซนเซอร์ของ VEGA ช่วยให้การติดตั้งและใช้งานเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยการตั้งค่าและการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นผ่าน IO-Link ซึ่งช่วยลดการจัดการสต็อกสินค้าที่ซับซ้อน และสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่รองรับ IO-Link ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับการแสดงสถานะการทำงานผ่านหน้าจอ 360° เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ VEGA ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูง โดยเฉพาะเซนเซอร์ VEGARPULS 42 ที่ออกแบบมาเพื่อการวัดระดับในถังหรือภาชนะที่มีความสูงได้ถึง 15 เมตร และรองรับการเปลี่ยนแปลงระดับที่รวดเร็วได้อย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีการวัดระดับด้วยคลื่นเรดาร์ที่ได้รับการพัฒนามากว่า 30 ปี ซึ่งทำให้เซนเซอร์นี้มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน โดย VEGAPULS 42 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำงานสำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงาน โดยเทคโนโลยีเรดาร์นี้ช่วยให้การวัดระดับเป็นไปอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ โดยไม่ขึ้นกับสภาพแวดล้อมการทำงานหรือเงื่อนไขของกระบวนการ ซึ่งแตกต่างจากเซนเซอร์อัลตราโซนิกที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมหรือการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ VEGA ตามข้อมูลด้านล่างนี้ ติดต่อ: VEGA Instruments Co., Ltd.โทร: +66 2700 9240อีเมล: […]
Supplier Finder January 2025
See What’s New in the Star Items January 2025
พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Lean Laboratory: Safe and Efficiency Operations Approach
ห้องปฏิบัติการแบบลีน: แนวทางปฏิบัติงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ความแม่นยำในการวิเคราะห์และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ปฏิบัติงานต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจัดการกับสารเคมีหรือสารออกฤทธิ์สำคัญ นอกจากนี้ ความรวดเร็วในการปฏิบัติงานก็มีความสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดแบบลีน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการวัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนการทำงาน เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น โดยจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดแบบลีนมาใช้ คือ การปรับสถานที่ทำงานให้เหมาะสมด้วยการใช้หลักการ 5ส.+1 (5S+1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน พัฒนาคุณภาพการวิเคราะห์ รวมถึงเสริมสร้างความปลอดภัย ซึ่งมีหลักการดังนี้ สะสาง (Seiri) หลักการ 5ส. เริ่มจากขั้นตอนการ “สะสาง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยกและการจำแนกประเภทสิ่งของทั้งหมดในพื้นที่ทำงานของห้องปฏิบัติการเพื่อระบุว่าสิ่งใดจำเป็นและสิ่งใดไม่จำเป็น เป็นการช่วยกำจัดสิ่งของที่ไม่เป็นระเบียบและไม่ต้องการออกไป คงเหลือไว้เพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ ส่วนประกอบ และเครื่องจักรที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเท่านั้น สะดวก (Seiton) ส.ที่ 2 นั้นหมายถึง การจัดระเบียบสิ่งของที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้เรียบร้อยเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานตามขั้นตอนการทำงานและลดเวลาที่จะสูญเปล่าไปกับการเคลื่อนย้ายสิ่งของ นอกจากนี้ การจัดสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบจะช่วยให้ทราบได้อย่างรวดเร็วกรณีที่มีสิ่งของบางอย่างสูญหายได้อีกด้วย 3. สะอาด (Seiso) Seiso แปลว่า “การทำความสะอาดและการตรวจสอบ” หมายถึง การทำความสะอาดพื้นที่ทำงานและอุปกรณ์รวมถึงการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานที่เหมาะสม สร้างมาตรฐาน (Seiketsu) ในบริบทของ […]
Guidelines for Improving Tea Production and Active Ingredients
แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพและสารสำคัญในกระบวนการผลิต ‘ชา’ ชาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำเปล่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ จากข้อมูลของ Statista ได้รายงานเกี่ยวกับตลาดชาของประเทศไทยว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.45 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 2.24 ในปี พ.ศ. 2567-2572 จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและพฤติกรรมของผู้บริโภค Research and Markets จึงได้สรุปปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดชาทั่วโลก ดังนี้ ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ (Consumer Awareness Regarding Tea’s Health Benefits) ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้ให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าประเภทเครื่องดื่มชาที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความยั่งยืน (Sustainability) นอกเหนือจากการผลิตชาให้มีคุณภาพและรสชาติที่ดีแล้ว ผู้ผลิตและผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความสะดวกสบาย (Convenience) ท่ามกลางความเร่งรีบของสังคมยุคใหม่ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ชาที่สะดวกต่อการบริโภค ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสำเร็จรูป (Ready to Drink; RTD) ในรูปแบบบรรจุขวดกำลังเติบโตมากขึ้นในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ชาพรีเมียมหรือชาชนิดพิเศษ (Premiumization and Specialty Teas) ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มกำลังมองหาชาที่มีคุณภาพสูง พร้อมด้วยคุณลักษณะพิเศษที่มีการบอกเล่าเรื่องราวผ่านผลิตภัณฑ์จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการดื่มชาได้มากขึ้น […]
Future-Forward of Food Technology: Innovation for Boosting Productivity and Building a Sustainable
เทคโนโลยีการผลิตอาหารแห่งอนาคต: นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างความยั่งยืน นวัตกรรมการผลิตอาหารในอนาคตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีและการสร้างความสมดุลระหว่างคุณภาพอาหารและความยั่งยืนในกระบวนการผลิตมากขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของการแปรรูปอาหารไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น เทคโนโลยีสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารและสร้างความปลอดภัยต่อการบริโภค เทคโนโลยีเอนไซม์เพื่อเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตลาดเอนไซม์ทรานส์กลูตามิเนสทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าประมาณ 474.1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 7.4 ต่อปี ทำให้มูลค่าตลาดอาจสูงถึง 967.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2574 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของการใช้งานเอนไซม์ในหลากหลายอุตสาหกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การพิมพ์อาหารสามมิติสู่ผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ เทคโนโลยีการพิมพ์อาหารสามมิติก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากบริษัทอาหารทะเลทางเลือกในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตอาหารด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์อาหารสามมิติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 60 ตันต่อเดือน โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรก คือ “The Filet” หรือเนื้อปลาแซลมอนจากไมโครโปรตีนของเชื้อรา ความปลอดภัยของเทคโนโลยีลำแสงอิเล็กตรอน เทคโนโลยีลำแสงอิเล็กตรอนเป็นกระบวนการใช้อิเล็กตรอนพลังงานสูงเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนและปราศจากการใช้สารเคมี หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการพาสเจอไรซ์แบบเย็น (cold pasteurization) โดยลำแสงอิเล็กตรอนพลังงานสูงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาจากวัตถุกัมมันตภาพรังสี แต่เกิดจากอุปกรณ์เฉพาะทางที่เรียกว่า เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน ซึ่งอิเล็กตรอนพลังงานสูงจะสามารถทะลุผ่านอาหาร จนเกิดการแตกตัวเป็นไอออนและทำลายดีเอ็นเอของจุลินทรีย์ได้ การยับยั้งจุลินทรีย์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลต Far-UV เป็นช่วงของแสงอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น […]







