The Taste of Innovation – Handtmann Co-extrusion System

ยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารด้วยระบบ Co-extrusion System โซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยให้การผลิตไส้กรอกเป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์การผลิตในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ

– Coex Kit 87-36: เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ไส้กรอกสอดไส้ เช่น ไส้กรอกทั่วไปหรือไส้กรอกค็อกเทล โดยการอัดและทวิสไส้จะทำงานด้วย Holding Device และยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบราวแขวนอัตโนมัติได้อีกด้วย

– Coex Kit 87-40: เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผลิตภัณฑ์สอดไส้ขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้งานควบคู่กับเครื่องคลิป เช่น โบโลน่า แฮม ยอ และอื่นๆ

 

พบกับโซลูชันใหม่!!

           Coex Forming System: ผลิตภัณฑ์แบบเลเยอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนหลัก เสมือนลักษณะของเบคอนตามธรรมชาติ อัตราส่วนปริมาณเนื้อแดงและเนื้อขาวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 70/30 ถึง 80/20 นอกจากนี้ส่วนเนื้อขาวและเนื้อแดงยังสามารถสลับตำแหน่งกันได้ (Reverse layering) เช่น Chicken Strips, Vegan Bacon และ Pork Bacon เป็นต้น

ท่านที่สนใจนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก Handtmann แวะมาเยี่ยมชมได้ที่งาน ProPak Asia 2026 Hall C3 / Booth C3-AS42 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในวันที่ 10-13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Continue reading “The Taste of Innovation – Handtmann Co-extrusion System”

Pregelatinized Starch: Enhancing Quality and Texture in Modern Foods

แป้งพรีเจลาตินไนซ์: นวัตกรรมเสริมคุณภาพและปรับเนื้อสัมผัสในอาหารยุคใหม่

 

ในกระบวนการผลิตอาหาร ผู้ผลิตมักเผชิญข้อจำกัดด้านเวลาและอุณหภูมิ ทำให้แป้งไม่สุกเต็มที่และแสดงคุณสมบัติได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยแป้งพรีเจลาตินไนซ์ ซึ่งผ่านการทำให้สุกล่วงหน้าด้วยวิธีสเปรย์ดรายหรือดรัมดราย จนพร้อมใช้งานทันทีและให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

ประโยชน์ของแป้งพรีเจลาตินไนซ์ มีดังนี้

(1) ละลายได้ในน้ำเย็น

(2) สร้างความข้นหนืดโดยไม่ต้องใช้ความร้อน

(3) ให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม

(4) ให้ความคงทนต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระยะยาว

(5) ผลิตได้จากแป้งดัดแปรทุกประเภท

(6) ทนต่อกระบวนการผลิตในสภาวะต่างๆ เช่น ให้ความร้อนซ้ำหรือการแปรรูปขั้นตอนต่างๆ

(7) ใช้งานได้กับอาหารหลายประเภท ตั้งแต่ซอส ซุป น้ำสลัด ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มผง ไส้ขนมและเค้ก

ในอาหารคาว เช่น ซอส ซุป และน้ำสลัด แป้งชนิดนี้ช่วยเพิ่มความหนืดได้ทันทีทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านความร้อน ช่วยให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ลดการแยกชั้น และคงคุณภาพได้ดีทั้งอุณหภูมิห้องและแช่เย็น สำหรับเบเกอรี เช่น ไส้ขนมและเค้ก แป้งพรีเจลาตินไนซ์ช่วยให้ได้ความหนืดและความคงตัวสม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติละลายน้ำเย็น เพิ่มความหนืดรวดเร็ว และรักษาคุณภาพระยะยาว จึงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารยุคใหม่

Continue reading “Pregelatinized Starch: Enhancing Quality and Texture in Modern Foods”

Special Beer: A New Balance Between Health and Pleasure

เบียร์ชนิดพิเศษ: ทางเลือกใหม่ของสมดุลระหว่างสุขภาพและความรื่นรมย์

 

 

ในยุคที่การดูแลสุขภาพมีความสำคัญ “เบียร์” กำลังถูกพัฒนาให้มีส่วนประกอบเชิงหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยอาศัยหลักการทางเทคโนโลยีชีวภาพในการเปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูป ผ่านการทำงานของเอนไซม์และจุลินทรีย์ซึ่งกำหนดกลิ่น รสชาติ และคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของเบียร์ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะ “พอลิฟีนอล” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่พบในเบียร์ ทำให้เบียร์ชนิดพิเศษดังต่อไปนี้ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

– เบียร์แอลกอฮอล์ต่ำและไลท์เบียร์ ผลิตโดยการลดคาร์โบไฮเดรตและแอลกอฮอล์ ช่วยลดอาการมึนเมาและควบคุมน้ำหนัก

– เบียร์ปราศจากแอลกอฮอล์ มีปริมาณเอทานอลอยู่ที่ร้อยละ 0–0.5 ผลิตโดยการกำจัดแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องใช้สารเสริม เช่น แซ็กคาริน กรดแอสคอร์บิก และกรดแลคติค เพื่อปรับปรุงคุณภาพทางประสาทสัมผัส

– เบียร์เสริมโพรไบโอติกส์ การใช้เทคนิค Encapsulation หรือเลือกสายพันธุ์ทนทานอย่าง paracasei L26 และ S. cerevisiae var. boulardii ช่วยให้โพรไบโอติกส์รอดชีวิต และมีศักยภาพต่อสุขภาพลำไส้

– เบียร์ปราศจากกลูเตน ผลิตจากธัญพืชและธัญพืชเทียมที่ไม่มีกลูเตน โดยปริมาณกลูเตนต่ำกว่า 20 ppm

– เบียร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การเติมวัตถุดิบเสริม เช่น สมุนไพร ผัก เห็ดและผลไม้ ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้ในการผลิตเบียร์เพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงสุขภาพและปรับปรุงคุณลักษณะทางประสาทสัมผัส

เบียร์ชนิดพิเศษมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการใช้วัตถุดิบและกลิ่นรสใหม่ ดึงดูดผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม แม้ต้นทุนและความซับซ้อนสูง แต่ผู้บริโภคยังยินดีจ่ายเพื่อคุณค่าและประสบการณ์เฉพาะตัว

Continue reading “Special Beer: A New Balance Between Health and Pleasure”

THAIFEX – Anuga Asia 2026 Expands into Hall 4 as Show Reaches New Heights

THAIFEX – Anuga Asia 2026 ขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 เปิดมิติใหม่แห่งนวัตกรรม

 

 

            กลับมาอีกครั้งกับงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในปีนี้มีการขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติมไปยังฮอลล์ 4 จึงทำให้การจัดงานครั้งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดงานมา พร้อมทั้งเปิดตัวประเทศผู้เข้าร่วมงานใหม่ พาวิลเลียนระดับนานาชาติ ตลอดจนกิจกรรมและไฮไลท์พิเศษต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในระดับโลก

ขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 พร้อมจุดประกายไอเดียที่ไร้ขีดจำกัด

            การขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 ในครั้งนี้ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก รวมถึงความต้องการที่สูงขึ้นจากกลุ่มบริษัทอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคเอเชีย โดยฮอลล์ดังกล่าวได้จัดภายใต้แนวคิด F&B Idea Engine ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเทรนด์และองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมไว้ในที่เดียว พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานผ่านโซนสำคัญต่างๆ ได้แก่ Future Food Experience+, tasteInnovation Show, Trend Zone, Startup, New-to-Market Street, Taste the Future, Alternative Protein Taste & Flavour Challenge และ Thailand Ultimate Chef Challenge พื้นที่ดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนเวทีที่รวบรวมนวัตกรรมด้านวัตถุดิบแห่งอนาคต ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกระแสหลักของตลาดในภายภาคหน้า

            พลาดไม่ได้กับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เวทีสำคัญสำหรับการเจรจาการค้า สร้างเครือข่าย และก้าวนำเทรนด์ตลาด โดยในเดือนพฤษภาคมนี้ ภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลกจะมารวมตัวกัน ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแห่งโอกาสระดับนานาชาติ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaifex-anuga.com

 

            THAIFEX – Anuga Asia returns to IMPACT Muang Thong Thani, Bangkok from 26 to 30 May 2026, expanding into Hall 4 as the show reaches its largest edition yet. The upcoming event will introduce new participating countries, new national pavilions, and new features reflecting the continued growth of the global F&B trade.

 

Expanding into Hall 4: Sparking Continuous Innovation

            Introduced to accommodate growing global participation and rising demand from international F&B companies targeting Asian markets, Hall 4 is the show’s F&B Idea Engine — where innovation and market trend insights are concentrated and amplified for buyers and brands. Home to Future Food Experience+, the tasteInnovation Show, Trend Zone, Startup, New-to-Market Street, Taste the Future, the Alternative Protein Taste & Flavour Challenge, and the Thailand Ultimate Chef Challenge, it is where next-generation ingredients and disruptive concepts converge before entering mainstream markets.

            An event you can’t miss! THAIFEX – Anuga Asia 2026 remains a key platform for trade negotiations, networking, and staying ahead of market trends. This May, the global food and beverage industry will converge in Bangkok to participate in this international platform of opportunity. For more information, please visit www.thaifex-anuga.com

 

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care เดือนพฤษภาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น U share V care ลุ้นรับของกำนัล   

Air Purifier  (2 Lucky Winners)

ลุ้นรางวัลกับเราได้ตามลิงก์ด้านล่างเลย อย่าลืมกรอกให้ครบ..นะคะ

Winner of U Share V Care March 2026

ประกาศรางวัลU Share V Care เดือนมีนาคม 2569

Mini Air Purifier
(2 Lucky Winners)

1. Pattamaporn Sakprom
EOSH Auditor
Haad Thip Public Company Limited

2. Ratchatorn Sansa-ard
Product Development Lead
Chotiwat Manufacturing Public Company Limited

NSF Certifies First Malaysian Bottled Water Client for Beverage Quality

Spritzer, a leading Malaysian bottled beverage brand, has earned certification to ANSI-Accredited Product Certification Body – Accreditation #0216

 Kuala Lumpur, Malaysia  (April 7, 2026)—NSF, a leading global organization dedicated to protecting human health, has awarded its first accredited product certification for bottled water and beverages in Malaysia.  Spritzer, a leading Malaysian bottled beverage company, received certification to ANSI-Accredited Product Certification Body – Accreditation #0216 for three of its product lines: Natural Mineral Water, Distilled Drinking Water and Sparkling Natural Mineral Water.

“With this first certification for bottled water and beverages in Malaysia, NSF is expanding its footprint in the APAC region, supporting even more businesses in their efforts to prioritize quality and safety,” said Sutida Ketudut, Managing Director, NSF APAC. “NSF’s Bottled Water and Packaged Ice certifications help clients to stand out in a highly competitive market, while ensuring that consumers have a verified, reliable option for drinking water and beverages.”

NSF developed the Bottled Water Certification program, which includes comprehensive guidelines and requirements specifically for bottled water. It is the only accredited product certification program that offers analysis for bottled water, including microbiological, chemical and radiological analyses in accordance with national and international regulations.

Dr. Chuah Chaw Teo, a key executive and the Research and Development (R&D) Director at Spritzer Bhd, received an official certificate from Sutida Ketudut, Managing Director of APAC, NSF.

Spritzer’s certified products can now carry the official NSF certification mark and be listed on NSF website, helping consumers and retailers to easily identified verified products. The popular beverage brand was founded in 1989 and offers innovative, sustainable and delicious hydration solutions.

NSF’s certification process involves a thorough product and manufacturing facility analysis. The products must be produced in a manufacturing facility that is inspected annually for compliance with international regulations, such as the United States Food and Drug Administration (FDA), Environmental Protection Agency (EPA), China Natural Mineral Water and European Union (EU). Additionally, the facility must undergo a rigorous annual or biannual audit to verify it meets all certification requirements.

Learn more about NSF’s beverage quality certification.

About NSF

NFI is an independent, global services organization dedicated to improving human and planet health for more than 80 years by developing public health standards and providing world-class testing, inspection, certification, advisory services and digital solutions to the food, nutrition, water, life sciences and consumer goods industries. NSF has 40,000 clients in 110 countries and is a World Health Organization (WHO) Collaborating Center on Food Safety and Water Quality.

About Spritzer
For over three decades, Spritzer has been synonymous with excellence in the bottled water industry. From its humble beginnings in 1989 to its current status as a pioneer and innovator, the group’s journey reflects a steadfast commitment to quality, sustainability, and customer satisfaction. As Spritzer continues to lead the way forward, it not only quenches the thirst of millions but also sets a refreshing standard for responsible and innovative business practices in Malaysia.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไทยลุยตลาดสิงคโปร์! ส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก” ประเทศแรกในรอบ 28 ปี คาดสร้างรายได้ปศุสัตว์ไทยกว่า 150 ล้านบาท ในปี 2569

           กรมปศุสัตว์ เผยความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ หลังสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency; SFA) อนุมัติให้ประเทศไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกผ่านความร้อน” ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยอาหารไทย (Thai Food Safety) ในเวทีโลก พร้อมทำสถิติเป็นประเทศแรกที่เปิดตลาดสิงคโปร์ได้สำเร็จหลังวิกฤตนิปาห์ไวรัสปี พ.ศ. 2541

 

 

           นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) ได้มีหนังสือแจ้งอนุมัติรับรองให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกที่ผ่านความร้อน (Heat-treated Pork Blood Products) ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ทันที ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพการดำเนินงานเชิงรุกของกรมปศุสัตว์ในการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหาร (GHPs) และระบบควบคุมโรคระบาดที่เข้มแข็งจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

           “ความสำเร็จในครั้งนี้มีจุดเริ่มจากการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นโดยคณะผู้แทน SFA ได้เดินทางมาตรวจประเมินโรงฆ่าสุกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568  ซึ่งผลการประเมินยืนยันชัดเจนว่า ระบบการผลิต กระบวนการจัดเก็บ และการแปรรูปเลือดสุกรของไทยมีสุขอนามัยและความปลอดภัยในระดับสูง (Premium Quality & Safety) สอดคล้องกับมาตรฐานที่เข้มงวดของสิงคโปร์ทุกประการ จึงอนุมัติรับรองให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกที่ผ่านความร้อน (Heat-treated Pork Blood Products) ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ทันที” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว

ที่มา / Source: Pasakorn, 2026

 

           ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เลือดสุกรสุกในประเทศสิงคโปร์ได้สำเร็จ หลังจากที่มีการระงับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จากสถานการณ์การระบาดของโรคนิปาห์ไวรัส การเปิดตลาดครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูและขยายโอกาสทางการค้า โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สุกรของไทยในปี พ.ศ. 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 150 ล้านบาท

           นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยอาหารเข้มงวดระดับโลก ให้การรับรองประเทศไทย นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อสินค้าปศุสัตว์ไทยในตลาดนานาชาติ กรมปศุสัตว์จึงพร้อมเดินหน้าร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการขยายตลาด ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

 

เอกสารอ้างอิง / Reference

Pasakorn. (2026, April 4). สิงคโปร์ ไฟเขียวไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก.” กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์. https://foreign.dld.go.th/index.php/th/public-relation-menu/dilc-contents-menu/stategy/sgpbloodexport

Grand Halal Bangkok 2026: โอกาสใหม่ของอาหารไทยในตลาดฮาลาลพรีเมียม

          อุตสาหกรรมฮาลาลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในตลาดเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก จากจำนวนประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความต้องการสินค้าอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบได้ ปัจจุบันมูลค่าตลาดฮาลาลโลกอยู่ที่ประมาณ 2.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีสัดส่วนสูงเกือบร้อยละ 60 ของตลาดทั้งหมด แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการอาหารทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

 

          ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในตลาดฮาลาล ด้วยความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งด้านคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของวัตถุดิบ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการอาหารฮาลาลมากกว่า 15,000 ราย และสถานประกอบการกว่า 3,500 แห่ง ขณะที่มูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลอยู่ที่ประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะยังเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดโลก แต่ก็สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตอีกมากในอนาคต

          จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือ ระบบการรับรองฮาลาลที่มีความน่าเชื่อถือ ดำเนินงานโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ซึ่งมีบทบาทในการกำกับดูแลมาตรฐาน ตรวจสอบกระบวนการผลิต และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ ส่งผลให้สินค้าอาหารฮาลาลของไทยได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก

          ในยุคปัจจุบัน แนวคิด “Halal-Toyyiban” กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมฮาลาล โดยไม่ได้เน้นเพียงความถูกต้องตามหลักศาสนาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความสะอาด ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการผลิต เช่น ระบบตรวจสอบย้อนกลับ เทคโนโลยียืดอายุอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

          นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดพรีเมียม ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การเล่าเรื่องแบรนด์ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สะท้อนถึงคุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้า พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารออร์แกนิก และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขยายตลาดคือ ความร่วมมือระดับนานาชาติ ผ่านข้อตกลงการยอมรับมาตรฐานร่วมกัน (MRA) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค

          ท่ามกลางโอกาสและการแข่งขันในตลาดโลก งาน Grand Halal Bangkok 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนและคู่ค้าจากทั่วโลก ภายในงานรวบรวมธุรกิจฮาลาลครบวงจร ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การเงิน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และต่อยอดสู่การขยายตลาดในระยะยาว

 

สร้างความมั่นใจในทุกการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปกป้องแบรนด์จากความเสี่ยง ด้วยโซลูชันจาก METTLER TOLEDO

เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด(ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “สร้างความมั่นใจในทุกการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร ปกป้องแบรนด์จากความเสี่ยง” ณ โรงแรมราชบุระ จังหวัดราชบุรี โดยบรรยากาศภายในงานนั้นเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ ภายในงานผู้เข้าร่วมสัมมนายังได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของเครื่องมือต่างๆ    จากบริษัทฯ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detection) เครื่องเอกซเรย์ (X-ray Inspection) และเครื่องชั่งบนสายพาน (Checkweigher)

มากกว่าความรู้ คือการได้ “สัมผัสจริง” และ “คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ”

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา คือ การสาธิตการทำงานของเครื่องตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นทั้งลักษณะการใช้งานจริงและความสามารถในการตรวจจับที่ตอบโจทย์สำหรับโรงงานอาหารโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมีช่วง Q&A ที่เปิดโอกาสให้ถาม-ตอบ แชร์ประสบการณ์ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับทีมวิศวกรฝ่ายขายและฝ่ายบริการผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ซึ่งช่วยคลายข้อสงสัยและสามารถนำแนวทางไปปรับใช้ในโรงงานได้ทันที เรียกว่าได้ความรู้แบบครบองค์เพื่อนำไปต่อยอดแบรนด์ให้แข็งแกร่งและมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

 

METTLER TOLEDO ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านที่ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 บริษัทฯ มีกำหนดจัดสัมมนา ณ จังหวัดสมุทรสาคร ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี

สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในสายการผลิต การประกันคุณภาพ (QA/QC) การควบคุมคุณภาพ (QC) หรือผู้ที่มีความสนใจในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ว่าจะสังกัดหน่วยงานใด และอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครหรือพื้นที่ใกล้เคียง สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ผ่านช่องทาง LINE Official Account: @mtth เว็บไซต์ www.mt.com/webinars โทรศัพท์ 0 2723 0300 หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Food Focus Thailand