An Ice Cream for Every Occasion…Nighttime Ice Cream (Ep.1)

ทุกวันนี้เชื่อว่าหลายๆ คนเลือกไอศกรีมเป็นสแน็กที่กินได้ทุกช่วงเวลา แม้แต่ตอนที่อากาศหนาวๆ การกินไอศกรีมยังกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับใครหลายคน รวมถึงบางคนเลือกกินไอศกรีมแก้เครียดก็มี…มินเทลได้สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศอังกฤษพบว่า 3 ใน 4 ของผู้บริโภคไอศกรีมนั้นให้ความเห็นว่าไอศกรีมคืออาหารว่างที่พวกเขากินได้ตลอดเวลาไม่จำกัดช่วงเลย ในขณะที่ทางฝั่งเอเชียนั้นผู้บริโภคจัดอันดับให้ไอศกรีมเป็นของหวานยอมนิยมอันดับที่ 3 ซึ่งพวกเขาจะซื้อมารับประทานก็ต่อเมื่ออยากรู้สึกผ่อนคลาย

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้เปิดโอกาสสำหรับผู้ผลิตไอศกรีมได้จับกลุ่มตลาดและผู้บริโภคเป้าหมายอย่างเฉพาะมากขึ้น โดยสามารถสร้างความแปลกใหม่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ไอศกรีมได้ทั้งเป็นอาหารว่างในช่วงเวลากลางคืน หรือสแน็กรับวันใหม่ในมื้ออาหารเช้า (An Ice Cream for Every Occasion…Better-for-you Ice Cream for Breakfast) รวมถึงในช่วงเวลาการออกกำลังกาย (An Ice Cream for Every Occasion…Riding the Fitness Trend) ด้วย โดยทุกช่วงเวลาสามารถสร้างความแปลกใหม่ให้ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเข้าไปมีส่วนร่วมกับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว

เริ่มต้นด้วยช่วงเวลากลางคืน นอกจากนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอนแล้ว…ไอศกรีมจะสร้างความน่าสนใจได้อย่างไรบ้าง

เทรนด์ไอศกรีม…อาหารว่างที่กินได้ทุกช่วงเวลา – Nighttime Ice Cream

ตัวอย่างแรกคือผลิตภัณฑ์ไอศกรีม Nightfood ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัวเองได้ชัดเจนตามชื่อเลยว่าเป็นของกินตอนกลางคืนหรือกินก่อนนอนได้นั่นเอง ไอศกรีม Nightfood มาในแนวเป็นมิตรกับการนอนหลับ คือช่วยให้หลับสบาย “Sleep-friendly” โดยมีส่วนผสมของโปรตีน กรดอะมิโน และเอนไซม์ที่มีส่วนช่วยให้หลับสบายคลายความเครียด ทั้งยังมีแล็กโทสต่ำ รวมถึงมีใยอาหาร และเป็นสูตรน้ำตาลน้อย รสชาติไฮไลท์ที่วางตลาดแล้วตอนนี้ คือ Cherry Eclipse ซึ่งเป็นไอศกรีมรสเชอร์รีหวานซ่อนเปรี้ยวแบบลงตัว โดยสารสำคัญของเชอร์รีนั้นจะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งช่วยให้หลับสบาย และเตรียมว้าวกับรสชาติใหม่ “Plant-based” ที่เตรียมมากระชากความสนใจของคนรักไอศกรีมกันต่อไปในปี 2020 ได้เลย

Nightfood, USA

ไม่เพียงแต่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น บริษัทและแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกก็ต่างกำลังก้าวเข้าสู่เทรนด์อาหารเพื่อการผ่อนคลายในลักษณะเดียวกันนี้บ้างแล้ว คาดว่าในอนาคตเราจะเริ่มเห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการรับประทานในยามค่ำคืนอีกมากมายทีเดียว

อีกตัวอย่างพาไปที่ประเทศจีน ที่นี่มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโปรตีน Soda Tiger Nut Vegetable Protein Beverage ที่แนะนำสำหรับรับประทานในช่วงเวลาก่อนนอนเช่นกัน เครื่องดื่มโปรตีนชนิดนี้จะช่วยเรื่องการทำงานของกระเพาะอาหารให้ดีขึ้นในเวลาที่คุณหลับ อีกตัวอย่างในตลาดเอเชีย คือโยเกิร์ต Meiji Yogurt for Night Time ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนามาเพื่อเป็นอาหารว่างก่อนเข้านอน โดยมีแคลอรีลดลงจากสูตรปกติถึง 44% และไขมันเพียง 16% เท่านั้นเอง

Soda Tiger Nut Vegetable Protein Beverage, China

Meiji Yogurt for NightTime, Japan

 

Source: An Ice Cream for Every Occasion Report, Sam Moore, Global Food & Drink Analyst, Mintel

www.mintel.com/blog/food-market-news/an-ice-cream-for-every-occasion?utm_campaign=11020065_Mintel%20newsletter%20-%20Global%20-%2031%2F10%2F2019&utm_medium=email&utm_source=dotm&dm_i=2174,6K74X,PFFSFX,Q33CR,1

—————————————————————————————————————————————–

An Ice Cream for Every Occasion…Nighttime Ice Cream (Ep. 1 )

An Ice Cream for Every Occasion…Better-for-you Ice Cream for Breakfast (Ep.2)

An Ice Cream for Every Occasion …Riding the Fitness Trend (END)

 

Original Belgian Fries เผยยอดนำเข้ามันฝรั่งจากเบลเยียมพุ่ง สะท้อนความนิยมบริโภคมันฝรั่งทอดและผลิตภัณฑ์มันฝรั่งอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเข้ามันฝรั่งแช่แข็งกว่า 50,000 ตันใน 6 เดือนแรกของปี 2562

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 ไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากมันฝรั่งจากเบลเยียมแล้วเกือบ 3,000 ตัน สะท้อนความนิยมบริโภคมันฝรั่งทอดและผลิตภัณฑ์มันฝรั่งอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในปีแล้วไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่งจากเบลเยียมมากถึง 8,262 ตัน ซึ่งเติบโตเกือบ 100% จากปริมาณการนำเข้า 4,543 ตัน ในปี 2552

นอกจากนี้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นตลาดเป้าหมายขนาดใหญ่สำหรับผู้ผลิตมันฝรั่งชาวเบลเยียมตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นตลาดที่กำลังเติบโตสำหรับผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่งที่มาจากประเทศใจกลางยุโรป โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ประเทศในภูมิภาคนี้นำเข้ามันฝรั่งแล้วกว่า 50,000 ตัน

ผู้ผลิตสินค้าจากมันฝรั่งรายใหญ่ที่สุดของเบลเยียม ได้แก่ อกริสโต, บาร์ทส โพแทโต คัมปะนี, แคลร์เบาท์ โพแทโทส์, อีโคฟรอสต์ และมีดิเบล ซึ่งล้วนเป็นวิสาหกิจตครอบครัวที่ส่งผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่งไปทั่วโลก

เพื่อส่งเสริมการบริโภคเบลเจี้ยน ฟรายส์ ในภูมิภาคนี้ ออริจินัล เบลเจี้ยน ฟรายส์ (Original Belgian Fries) จึงได้สนับสนุนการประกวด “Back to Basic” ในงาน Thaifex 2019 ที่ผ่านมา โดยมีเชฟกว่า 1,300 คนร่วมลงแข่งขันตลอด 5 วันของการจัดการประกวด เชฟแต่ละคนต้องเตรียมท็อปปิ้งและเครื่องจิ้มประเภทละ 2 อย่างเพื่อรับประทานคู่กับมันฝรั่งทอดรสเยี่ยมสไตล์เบลเจี้ยน

เชฟทิพปภา พุทธลา จากวิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ชนะรางวัลเหรียญเงิน (สำหรับเชฟที่ทำคะแนนได้ 80.00 – 89.99) ด้วยคะแนน 80.00 คะแนน ซึ่งเมนูที่ขนะใจกรรมการครั้งนี้ก็คือสตูว์หมูซอสบาร์บีคิว (ท็อปปิ้งสไตล์ตะวันตก) และซอสมายองเนสส้ม (เครื่องจิ้มสไตล์ตะวันตก) ปลาหมึกทอดไข่เค็ม (ท็อปปิ้งสไตล์เอเชีย) และน้ำจิ้มซีฟู้ดมายองเนส (เครื่องจิ้มสไตล์เอเชีย)

 

Additional Information

VLAM (Flanders’ Agricultural Marketing Board) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมการขาย การเพิ่มมูลค่า การบริโภค และภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และบริการทางการเกษตรกรรมของชาวเบลเยียม พืชสวน การประมง และภาคการเกษตรอาหารในประเทศเบลเยียม และต่างประเทศ

Belgapom คือสมาคมของอุตสาหกรรมการค้าและแปรรูปมันฝรั่งของเบลเยียม ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้แก่ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์มันฝรั่ง ผู้ค้ามันฝรั่งเพื่อการบริโภค ผู้ค้ามันฝรั่งก่อนแบ่งบรรจุ ผู้ส่งออก อุตสาหกรรมมันฝรั่งปอกเปลือก และอุตสาหกรรมแปรรูปมันฝรั่ง | www.belgapom.be

7 มาตรการทางการตลาด รองรับการตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)  วาง 7 มาตรการรองรับผลกระทบการตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯ เตรียมหาตลาดใหม่ทดแทน อาทิ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น บาห์เรน กาตาร์ แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร รัสเซีย CLMV และ อินโดนีเซีย พร้อมเร่งขยายการส่งออกให้สูงขึ้นก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้

 

จากกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า (GSP) ที่เคยให้ไทยบางรายการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นั้น นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงมาตรการดังกล่าวว่าจะยังคงไม่กระทบต่อเป้าส่งออกสินค้าไทยที่ส่งไปสหรัฐฯ ในปี 2562  ที่วางไว้ขยายตัวร้อยละ 4 เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่มีคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าและทยอยส่งมอบไปแล้ว ซึ่งยอดส่งออก 9 เดือนแรกคิดเป็นร้อยละ 73-75 ของทั้งปี  คาดว่าช่วงนี้ผู้นำเข้าจะเร่งนำเข้าสินค้าก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เตรียมมาตรการรองรับ และเพิ่มกิจกรรมหาตลาดทดแทน พร้อมทั้งได้หารือกับภาคเอกชนเพื่อกำหนดตลาดและกิจกรรมด้วยแล้ว โดยในเบื้องต้นมี 7 มาตรการรองรับ ดังนี้

1. เร่งขยายการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ช่วงปลายปีนี้จนถึงก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ โดยมีกิจกรรมผลักดันให้การนำเข้าขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผู้นำเข้าจะเร่งนำเข้าสินค้าที่จะได้รับผลกระทบการมาเตรียมไว้ก่อน ดังนั้น ในช่วงนี้อาจมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฐานการผลิตในไทย ในขณะเดียวกันได้มีการคืนสิทธิ/ผ่อนผันตามเกณฑ์จีเอสพีรายสินค้าแก่ไทยจำนวน 7 รายการ ได้แก่ ปลาแช่แข็ง ดอกกล้วยไม้สด เห็ดทรัฟเฟิล ผงโกโก้ หนังของสัตว์เลื้อยคลาน เลนส์แว่นตา และส่วนประกอบของเครื่องแรงดันไฟฟ้า ซึ่งกรมจะเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ให้แก่สินค้าเหล่านี้ไปพร้อมกัน

2. เร่งกระจายความเสี่ยงโดยหาตลาดส่งออกให้หลากหลายและแสวงหาตลาดใหม่ให้กับสินค้าที่โดนผลกระทบ การดำเนินงานของทูตพาณิชย์ในขั้นต่อไปคือเร่งหาตลาดให้แก่สินค้าที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความต้องการของตลาด ทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนขายสินค้าของประเทศไทย โดยในช่วงนี้ถึงกลางปี 2563 เตรียมบุกตลาดและกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าไทยในประเทศเป้าหมายทั่วโลก อาทิ อินเดีย บาห์เรนและกาตาร์ แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ตุรกี รัสเซีย CLMV ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เป็นต้น

3. ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร และอาหารแปรรูป โดยใช้โอกาสจากภาวะเงินบาทแข็งค่าไปลงทุนในสหรัฐฯ ในรูปของสำนักงานขาย หรือการแสวงหาเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หรือในประเทศที่สหรัฐฯ มีข้อตกลงการค้าเสรีด้วย อาทิ แคนาดา ชิลี และเม็กซิโก เพื่อใช้สิทธิในการส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ

4. เร่งสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า โดยการกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตร และเพิ่มความร่วมมือกับผู้นำเข้าขนาดกลาง และ SMEs ในประเทศต่างๆ

5. สร้างความต้องการสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารไทย และกิจกรรมส่งเสริมสินค้าไทยในหลายตลาด

6. รักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า โดยการพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม สอดคล้องกับแนวโน้ม (Trend) ของตลาด อีกทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้แบรนด์สินค้าและทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าเพื่อสร้างจุดเด่นและความได้เปรียบของสินค้าไทย

7. ผลักดันการค้าผ่าน thaitrade.com ซึ่งเป็นช่องทางการค้าออนไลน์ที่สามารถส่งออกสินค้าไทยคู่ขนานไปกับการค้ารูปแบบเดิม พร้อมกันนี้กรมได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยจะเปิด TopThai Flagship Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าของไทยในแพลตฟอร์มต่างประเทศ และในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดตัวร่วมกับ TMall Global ในจีน และจะขยายสู่ประเทศสำคัญอื่นๆ ต่อไป

Health & Wellness for Aging Society – สูงวัยอย่างมีคุณภาพและคุณค่า

จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยปี พ.ศ. 2560  โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าผู้สูงวัยที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีจำนวน 11,312,447 คน คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของประชากรไทย มีการคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2573 คนไทยที่อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์จะมีมากกว่าร้อยละ 25 แต่ในหลายประเทศผู้สูงวัยหมายถึงบุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่ความเสื่อมของร่างกายตามธรรมชาติปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน มีโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามวัยได้ องค์การอนามัยโลกให้คำจำกัดความผู้สูงอายุที่มีสุขภาวะดีว่าเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคน้อย แม้มีโรคก็มีสุขภาพดี โดยมีร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง จิตใจผ่องใสและเป็นสุข ดูแลตนเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น เข้าสังคมและร่วมกิจกรรมในสังคมได้ จัดเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและคุณค่า

 

รายงานในปี พ.ศ.2557 พบว่า ร้อยละ 70 (10.5 ล้านปี จากทั้งหมด 14.9 ล้านปี) ของปีสุขภาวะที่คนไทยสูญเสีย เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (non-communication diseases) โดยโรคที่พบเป็นสาเหตุบ่อยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์และอัมพาต โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง กลุ่มโรค NCDs ทั้งหมดเกิดจากคนไทยดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งการกิน การอยู่ แบบคนเมืองมากขึ้น นั่นคือ บริโภคอาหารปริมาณมาก แต่สัดส่วนและคุณภาพไม่เหมาะสม มีไขมัน น้ำตาลและเกลือปริมาณมาก มีการเคลื่อนไหวร่างกาย และกิจกรรมออกแรงน้อยลง ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียด รีบเร่งและแข่งขัน แวดล้อมด้วยมลพิษ ยาสูบ แอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทุกวัย เริ่มตั้งแต่ทารกในครรภ์ มารดาต้องเรียนรู้และดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง เพื่อให้มีสุขภาพดี มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม ประมาณ 12-15 กิโลกรัม ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การบริโภคและกิจกรรมออกแรงที่มารดาทำจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของทารกในครรภ์ ถ้ามารดาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก บางคนมากเกิน 20 กิโลกรัม ทารกอาจมีน้ำหนักตัวแรกเกิดมากเกินไป หรือถ้ามารดาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยไป ทารกอาจมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ทำให้มีความเสี่ยงขณะคลอดและสุขภาพที่ไม่ดีในอนาคต นอกจากนี้มารดาต้องนำสิ่งที่เรียนรู้ในขณะตั้งครรภ์มาเลี้ยงดูลูกให้เติบโตและพัฒนาตามวัย รวมทั้ง ควรดูแลความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวเพื่อให้ปลอดจากโรคเรื้อรัง NCDs ด้วย

ในวัยเรียน เด็กควรได้เรียนรู้การกินการอยู่ที่ถูกต้องจากโรงเรียนและทำได้จริง สอดคล้องกับการเลี้ยงดูที่บ้าน เมื่อเป็นผู้ใหญ่จึงดูแลตนเองได้และในที่สุดสามารถดูแลครอบครัวให้กินดีอยู่ดี วัยผู้ใหญ่หรือเมื่อเริ่มทำงานเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่สำคัญเพราะเป็นช่วงเวลาของการสร้างฐานะ สร้างครอบครัว และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน นอกจากนี้ เป็นช่วงชีวิตที่โรคเรื้อรัง NCDs มักก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากระยะเริ่มแรกของโรคเรื้อรังไม่แสดงอาการใดๆ สัญญาณเริ่มแรกของโรคเรื้อรังที่เห็นง่ายวัดง่าย คือ น้ำหนักตัว รอบเอว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น คนที่การกินการอยู่ไม่เหมาะสมโรคเรื้อรังจะก่อตัวเร็วขึ้น หากไม่รู้ตัวไม่ได้รับการแก้ไขหรือรักษา โรคจะเป็นมากขึ้น จนแสดงอาการและความเจ็บป่วยออกมาชัดเจน ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาและติดตามต่อเนื่อง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ถ้าวัยเรียนหรือวัยผู้ใหญ่สุขภาพไม่ดี มีโรคเรื้อรังเกิดขึ้น จะเป็นผู้สูงวัยที่เป็นภาระต้องรับการดูแลรักษาและความช่วยเหลือตลอดไป

จากรายงานการศึกษาพยากรณ์อายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาวะของประชากรไทย โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ.2558 ค่าอายุเฉลี่ยของคนไทยเท่ากับ 74.8 ปี แต่ค่าอายุเฉลี่ยที่มีสุขภาพดีของคนไทยเท่ากับ 68.2 ปี นั่นคือ ก่อนเสียชีวิตคนไทยอยู่โดยมีสุขภาพไม่ดีนานถึง 6.6 ปี ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งควรเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ คือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีคุณภาพและคุณค่าตามลักษณะที่กล่าวข้างต้น ดังนั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวดูแลสุขภาพตั้งแต่เยาว์วัย โดยต้องสร้างสุขภาวะดีตลอดอายุขัย เพื่อคนไทยมีชีวิตอยู่โดยปีที่มีสุขภาพไม่ดีน้อยลง ไม่ให้ประเทศชาติต้องแบกรับภาระด้านต่างๆ ของโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นในวัยทำงานหรือเมื่อสูงวัยมากเกินไป ความคาดหวังให้ประเทศไทยมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ สังคมไทยและชาติไทยมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนจึงจะเป็นจริงได้

 

โดย: ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิง วรรณี  นิธิยานันท์

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

High-tech Indoor Farming – A Key to fixing Dubai’s Food Supply

Indoor farming หรือสวนผักในอาคารกำลังเกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ โดยเริ่มต้นจากเป็นแหล่งวัตถุดิบพืชผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่ยาวนานสำหรับบริโภคในชุมชน และขยายผลจนสร้างรายได้ให้ประเทศ หรืออาจกลายเป็นทางออกสำหรับการจัดการด้านซัพพลายเชนอาหารของในบางประเทศเช่นกัน

 

สำหรับประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทะเลทรายอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นต้องเผชิญกับความท้าทายของสภาพภูมิอากาศร้อนและไม่ค่อยมีฝนตก จึงไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ประเทศนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารเท่าใดนัก แถมยังพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเป็นส่วนมากด้วย นครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างดูไบแม้เป็นเมืองที่เฟื่องฟูด้วยเศรษฐกิจและการลงทุน แต่ร้อยละ 80 ของสินค้าอาหารนั้นนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าอาหารของดูไบ การนำเทคโนโลยีการเกษตรแบบ Indoor farming มาใช้จึงกลายเป็นทางออกที่กำลังน่าจับตามองของเมืองนี้เพื่อให้สามารถผลิตอาหารบางส่วนได้เอง และกระจายต่อไปยังเชนร้านอาหารได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น

Indoor farming…ทำได้จริงหรือ?

Indoor farming หรือการทำสวนผักในอาคารมักออกแบบให้เป็นสวนระบบปิดที่ควบคุมความชื้น อุณหภูมิ การให้น้ำ แสง และสภาพภูมิอากาศให้สามารถปลูกพืชผักได้มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผักสลัดหลากหลายชนิดไปจนถึงเห็ดและมะเขือเทศ โดยอาศัยวัสดุเก่าเหลือทิ้ง เช่น กล่องส่งของ หรือเครื่องบดเก่ามาเป็นภาชนะสำหรับปลูก มีทั้งแบบในอาคารหรือใช้พื้นที่ที่แต่ก่อนไม่เคยใช้ประโยชน์อย่างดาดฟ้าบนอาคารเป็นที่ตั้งเรือนเพาะปลูก เป็นต้น ส่วนผลผลิตที่ได้นั้นก็สามารถเก็บเกี่ยวแล้วนำไปใช้ในชุมชน ร้านอาหาร หรือส่งขายไปยังชุมชนใกล้ๆ ได้ในระยะเวลาสั้นๆ และมีผลผลิตที่แน่นอนตลอดทั้งปีด้วย นอกจากนี้ การทำ Indoor farming ยังมีข้อดีคือ ไม่มีตัวแปรสำคัญทางสภาพอากาศที่แปรปรวนหรือภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือสารเคมีกำจัดวัชพืช ในบางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้ดินสำหรับเพาะปลูกด้วยซ้ำไป

ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจที่ให้บริการด้าน Indoor farming เป็นธุรกิจสนับสนุนที่มีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการระบบแสง ระบบการให้น้ำ ระบบปรับสภาวะอากาศ ไปจนถึงระบบควบคุมแบบอัตโนมัติและเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยในตลาดโลกผู้ที่ให้บริการในธุรกิจดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา และในแถบยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศเหล่านี้จากข้อจำกัดด้านภูมิอากาศที่หนาวเย็น ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกผักและผลไม้บางชนิด รวมถึงระยะทางการขนส่งผักและผลไม้จากแหล่งเพาะปลูกไปยังร้านค้าที่มีระยะไกล ก่อให้เกิดการเน่าเสียของผักและผลไม้ระหว่างการขนส่ง ส่งผลให้เกิดการมุ่งพัฒนาระบบการเพาะปลูกพืชที่สามารถเพาะปลูกที่ใดก็ได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

 

อ้างอิง:

www.cnbc.com/2019/10/02/high-tech-indoor-farming-seen-as-key-to-fixing-dubais-food-supply.html

www.fastcompany.com/40420610/has-this-silicon-valley-startup-finally-nailed-the-indoor-farming-model

Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

European Innovators Target the ‘Chocoisseurs’

There is no arguing that Europeans love their chocolate: on average three-quarters of consumers include chocolate in a typical grocery basket, while per capita consumption rates are among the highest in the world, with annual intakes of 10kg or more in six of the West European nations.

Guatemalan culture, fresh natural cacao pods,cacao beans, and chocolate bar, still life.

A new report from Innova Market Insights highlights the growing sophistication of many of Europe’s chocolate shoppers, with a push towards premium and indulgent products clearly reflected in new product development (NPD). For example, activity in chocolate blocks continues to grow and they represented 45% of the region’s launches in 2018, while wrapped chocolates showed fastest growth in launch numbers between 2014 and 2018. At the same time, NPD in more everyday chocolate bars or countlines has been sliding.

Premiumization of the market is further indicated by growing use of dark chocolate, which increased its penetration from 25% to 35% of launches between 2014 and 2018, while there was a comparative drop in milk chocolate products, down from 71% to 59%.

But it is no longer the case that innovators are restricted to simple milk, dark or white chocolate types. ‘Limits in chocolate development are being broken down,’ reports Lu Ann Williams, Head of Innovation at Innova Market Insights. ‘Ruby chocolate has emerged as an entirely new concept within chocolate formulation, while darkmilk choices are also hitting the shelves, offering a halfway point between rich dark and smooth milk recipes.’

Meanwhile, Barry Callebaut – creator of ruby chocolate in 2018 – has followed up with the introduction of WholeFruit chocolate, which it claims is the first to use the entire cacao fruit, rather than just the beans. This results in a fruitier flavor and will also appeal to eco conscious customers as it reduces waste. The US will see the first use of WholeFruit chocolate but as soon as European approvals are achieved, the region’s ‘chocoisseurs’ will certainly be ready for it.

 

Source: www.innovamarketinsights.com/european-innovators-target-the-chocoisseurs/

Luxury Hand-crafted KitKats in the U.K. Market

Nestle is launching what it describes as luxury, hand-crafted KitKats in the U.K. market, with the custom-made chocolate bars set to cost up to 14 pounds ($17.40) each.

The range, which will be sold at the “KitKat Chocolatory,” includes several special edition flavors, including gin and tonic, cherry bakewell and earl grey, which will cost £7.50 each.

Customers will also be able to create their own bespoke candy bars for as much as £14, with almost 1,500 flavor combinations on offer. Custom-made “Create Your Break” KitKats will be eight-finger bars, which will offer a choice of milk, white, dark or ruby chocolate and three ingredients, such as salted caramel chunks and rose petals.

 

A standard four-finger bar retails in U.K. shops for around sixty pence.

Every KitKat sold in the “Chocolatory” will be individually made, with customizable packaging that will let customers have personalized names and messages printed on the front of the packs.

The premium KitKats will go on sale at 30 John Lewis department stores and the Chocolate Story in the city of York later this week, with the online store due to be rolled out in November.

KitKat’s Chocolatory already has an international presence, with a boutique store in Melbourne, Australia, and several stores in Japan.

The KitKat candy bar is licensed under Hershey in the United States. Prior to being bought out by Nestle it was launched in September 1935 by the U.K. firm Rowntree.

 

Source: www.cnbc.com/2019/09/23/luxury-bespoke-kitkat-candy-bar-to-be-sold-in-the-uk.html

Introducing new Head of PET Processing Asia/Pacific – AXEL CAUVIN

There is an old saying that “Time is Money”. For the manufacturers and bottlers of PET containers, this means optimizing PET production performance and organizing high-quality output. To stay competitive, processing plants must be continually improved.

Krones AG is a German packaging and bottling machine manufacturer. It is the world’s leading manufacturer of lines for filling beverages in plastic and glass bottles or beverage cans. The company manufactures stretch blow-molding machines for producing polyethylene terephthalate (PET) bottles, plus fillers, labellers, bottle washers, pasteurisers, inspectors, packers and palletisers. Krones product portfolio is complemented by material flow systems and process technology for producing beverages, plus syrup kitchens, for clients like breweries, dairies and soft-drink companies.

Understanding that Krones is essentially part of customers’ “production line” is what drives us to prepare and develop technical guidance through a collection of PET process  data. The purpose is to provide timely customer service and deliver customized solution at a minimal cost. For us, each customer is a person with diverse needs and requirements, and is treated as a partner – efficiently, reliably and honestly.

As the Head of PET Processing Asia/Pacific at Krones, Axel is responsible for building a team of PET Process specialists in the region. The team provides direct service point for bottle optimization, proposal design, light-weighting tests and troubleshooting.  Axel also develops energy saving approach for customers. Prior to Krones, he was involved in PET packaging and processing for biggest players in the market.  He has a proven professional track record with over 20 years experience improving overall bottle quality on biggest production lines as well as weight reducing of existing bottle for famous beverage brands. His passion is about the future of PET development and sustainability through innovations and technology that Krones is consistently improving.