โอกาสส่งออกเครื่องปรุงรสและวัตถุดิบอาหารสู่ชิลี

กรุงซันติอาโก ประเทศชิลี, 4 ธันวาคม 2561

ทูตพาณิชย์ชิลี เผยร้านอาหารไทยสุดบูม ผู้บริโภคนิยม นักท่องเที่ยวชอบ เหตุรสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพ ใช้เครื่องปรุงสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีจำนวนร้านเปิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ระบุส่งผลดีต่อการส่งออกเครื่องปรุงและวัตถุดิบอาหารของไทย “บรรจงจิตต์” สั่งการลงพื้นที่สำรวจคุณภาพ มาตรฐาน หากเข้าเกณฑ์ ดันรับตรา Thai Select เพื่อช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์

น.ส.จุฬาลักษณ์ เข็มทอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก ประเทศชิลี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาหารในชิลี ได้รายงานผลการสำรวจตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศชิลี โดยพบว่ามีการขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านอาหารประเภท Fast Food และร้านที่เปิดในลักษณะ Kiosk ที่ให้บริการส่งอาหารถึงบ้าน แต่ร้านที่เปิดเพิ่มในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากร้านข้างต้น ยังมีร้านอาหารนานาชาติที่เปิดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น ร้านอาหารเปรู ร้านอาหารโคลอมเบีย ร้านอาหารจีน ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารไทย

“จากการเข้าไปสอบถามเจ้าของร้านอาหารไทยในชิลี ได้ทราบข้อมูลว่าตอนนี้ร้านอาหารไทยมาแรง ปัจจุบันชาวชิลีรู้จักและให้ความสนใจในร้านอาหารไทยมากกว่าในอดีต เพราะเดิมเข้าใจว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด จึงไม่กล้าที่จะลองรับประทาน แต่พอได้มาลิ้มลอง จึงมีความเข้าใจและนิยมบริโภคอาหารไทยเพิ่มขึ้น ประกอบกับในชิลีมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปเที่ยวมากขึ้น และนักท่องเที่ยวเหล่านี้รู้จักอาหารไทยอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้มีการบริโภคอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น”

นอกจากนี้ ยังมีนิตยสารหลายฉบับได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับอาหารไทย และมีรายการโทรทัศน์ของชิลีหลายรายการที่ได้เผยแพร่สารคดีท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งพิธีกรที่ดำเนินรายการได้กล่าวถึงอาหารไทยว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ เพราะใช้เครื่องปรุงสมุนไพรหลายชนิดเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร ก็ยิ่งทำให้คนชิลีนิยมรับประทานอาหารไทยเพิ่มขึ้น

เพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างการรับรู้ให้กับอาหารไทย สำนักงานฯ ได้เดินหน้าจัดโครงการประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารไทยร่วมกับห้างสรรพสินค้าของชิลี และร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในชิลี จัดกิจกรรมเผยแพร่อาหารไทยอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งส่งผลให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในชิลี ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจร้านอาหารไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งการขยายสาขาของผู้ประกอบการรายเดิม และการเปิดสาขาเพิ่มของผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งนี้ ผลจากการที่มีจำนวนร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้น ได้ส่งผลดีทำให้มีความต้องการใช้เครื่องปรุงรส และวัตถุดิบอาหารไทยเพิ่มขึ้น โดยผู้ส่งออกที่ต้องการขยายตลาดสินค้าในกลุ่มนี้เข้าสู่ตลาดชิลี สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานฯ ทางอีเมล์ thaitrade@ttcsantiago.cl

Taking Thai Taste Global

เผยรสชาติไทยแท้สู่ตลาดโลกผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์รับเทรนด์สุขภาพ

นายภูมิกิจ วราห์สิทธินนท์ ประธานบริษัท แจ็คสันโกลบอล พาร์ทเนอร์ส จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมลงนามเป็นพันธมิตรกับ บริษัท สไตล์ บ๊อบ ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตกาแฟและผลิตภัณฑ์อาหารสไตล์บ๊อบ และ บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ในเครือ บริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผักกรอบในรูปแบบขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ แบรนด์ Deedy ภายใต้โครงการ “Taking Thai Taste Global” เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของสองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย ยศสุข อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นประธานภายในงาน

Mr. David Lee Jackson ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาดต่างประเทศ ของบริษัท แจ็คสัน โกลบอลพาร์ทเนอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า “การจับมือทางธุรกิจครั้งนี้จะนำมาซึ่งโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารของไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอาหารไทยกำลังเป็นที่ต้องการมากในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งในความร่วมมือครั้งนี้เน้นขยายตลาดสินค้า 2 กลุ่ม คือ เมล็ดกาแฟคั่ว บด ภายใต้คอนเซ็ปท์สไตล์บ๊อบคอฟฟี่ และขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ แบรนด์ Deedy เชื่อมั่นว่าจะสามารถเปิดตลาดได้อย่างดีในสหรัฐอเมริกาและสามารถสร้างชื่อเสียงของสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนสร้างโอกาสในการขยายเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป”

นายณัฐธีร์ กิติวิบูลย์ชัย นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟคั่ว บด ภายใต้คอนเซ็ปท์สไตล์บ๊อบคอฟฟี่ เปิดเผยถึงคอนเซ็ปท์อันแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์ว่า “กาแฟจัดเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงและมีความท้าทายสูงเช่นกัน โดยเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดเราจึงคัดสรรเมล็ดกาแฟออร์แกนิกที่มีคุณภาพโดยการรับซื้อจากชาวเขาทางภาคเหนือนำมาผ่านกระบวนการคั่วแบบสามขั้นตอน (Triple Roast Process) ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ในด้านรสชาติ และเพิ่มความแปลกใหม่ของกาแฟด้วยการนำผลผลิตทางการเกษตรของไทยอย่างเช่นพริกมาคั่วผสมเพื่อดึงกลิ่นรสอันเผ็ดร้อนของพริกทำให้ได้กาแฟคั่วกลิ่นหอมเข้มเต็มรสชาติความเป็นไทยแท้ โดยคาดว่าจะสามารถจับกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายเพิ่มขึ้น”

คุณปกรณ์ พงศ์วราภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็ม อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ในเครือบริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยที่มาของอีกหนึ่งธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารว่า “เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น มีความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีประโยชน์ แปลกใหม่ และดีต่อสุขภาพ ประกอบกับปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพมีการเติบโตสูงโดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา จากความต้องการของตลาดกลุ่มนี้เราจึงได้ขยายธุรกิจเข้ามาในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ผักกรอบ 5 สายพันธุ์สูตรผงน้ำสลัด แบรนด์ Deedy ขึ้นเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปท์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการทอดแบบสุญญากาศ (Vacuum fried) จึงช่วยรักษาคุณภาพของอาหาร เช่น สี กลิ่น รสชาติ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 รสชาติ คือ ผงน้ำสลัดเทาซันไอส์แลนด์ ผงน้ำสลัดวาซาบิ และผงน้ำสลัดรสซีฟู้ด โดยเริ่มต้นรุกตลาดภายในประเทศผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดรวมถึงช่องทางออนไลน์ และวางแผนขยายตลาดไปยังจีน สหรัฐอเมริกา และยุโรปต่อไป”

พาณิชย์ดันสินค้าข้าวไทยรุกตลาดฮ่องกง

ฮ่องกง, 2561

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนางบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีและคณะผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเดินทางเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเพื่อต่อยอดกระชับความสัมพันธ์เชิงรูปธรรมในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พร้อมพบหารือภาคเอกชนรายสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้ค้าข้าวนำโดย Mr. Kenneth Chan ประธานสมาคมผู้ค้าข้าวฮ่องกง และประธานบริษัท 759 Stores (Ms. Ida Tang) ซึ่งดำเนินกิจการร้านสะดวกซื้อที่มีสาขากว่า 200 แห่งทั่วเกาะฮ่องกง

นายสนธิรัตน์ เปิดเผยว่า “ฮ่องกงถือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทย และมีความสำคัญในฐานะเป็นซูเปอร์คอนเนคเตอร์ที่เชื่อมโยงจีนแผ่นดินใหญ่กับโลกผ่านเขตเศรษฐกิจ PPRD และ GBA โดยที่ผ่านมา ฮ่องกงถือเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงที่สำคัญของไทย ซึ่งการพบหารือกับกลุ่มผู้นำเข้าข้าว รวมถึงเครือข่ายร้านสะดวกซื้อในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือในการส่งเสริมการตลาดสินค้าข้าวไทยแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวคุณภาพสูงและมีความหลากหลายของสายพันธุ์ออกสู่ตลาดโลก ซึ่งทั้งประธานสมาคมผู้ค้าข้าวฮ่องกง และประธานบริษัท 759 Stores ต่างก็ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพของข้าวไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ บริษัท 759 Stores ยินดีที่จะพิจารณาเพิ่มการนำเข้าข้าวไทย ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล และข้าวสังข์หยด ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากข้าว อาทิ น้ำมันรำข้าว แป้งข้าวโปรตีนต่ำ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงสินค้าอื่นๆ จากไทยเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Niche Market ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

“การเติบโตของตลาดกลุ่ม Niche Market ในฮ่องกงถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขยายการส่งออกสินค้าข้าวชนิดพิเศษรวมถึงผลิตภัณฑ์จากข้าวไปสู่ตลาดจีน เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่มองว่าชาวฮ่องกงเป็นกลุ่ม Trend Setter รวมทั้งสินค้าหรือบริการที่เข้าสู่ตลาดฮ่องกงได้ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถตีตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ได้เช่นกัน” นายสนธิรัตน์กล่าวเสริม

นอกจากนี้ บริษัท 759 Stores ยังได้จับมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในจัวหวัดต่างๆ ของไทยทำ Co-Branding ในหลากหลายสินค้าซึ่งรวมถึงหอมมะลิและข้าวสีต่างๆ ของไทย และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคฮ่องกง ซึ่งนายสนธิรัตน์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผมเห็นว่าการทำ Co-branding เป็นโมเดลที่ดีเพื่อสร้างความยั่งยืนในการส่งออกให้กับสินค้าแบรนด์ไทย ถือเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจอันจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวได้อย่างมั่นคง”

ฮ่องกงเป็นตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่าร้อยละ 65 หรือมากกว่า 2 แสนตัน/ปี โดยในปี 2560 การส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยคิดเป็นปริมาณกว่า 1.61 ล้านตัน หรือประมาณ 1245.13 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ยอดการส่งออกข้าวหอมมะลิในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2561 คิดเป็นปริมาณ 8.7 แสนตัน ด้วยมูลค่ากว่า 985.53 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

CPF Showed Its Innovative Sausage Production with “Smoked System” to Enable TARs Separation

นายณฤกษ์ มางเขียว รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจอาหารสำเร็จรูป และ นายวิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกันนำคณะสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการการผลิตไส้กรอก CP อันทันสมัยโดยนวัตกรรมล่าสุด “ระบบรมควัน”ที่สามารถดักแยกสารทาร์ (TARS) ซึ่งมีองค์ประกอบของสารก่อมะเร็งออกจากไส้กรอกได้โดยเด็ดขาด ตอกย้ำนโยบายคุณภาพด้านความปลอดภัยอาหารของไส้กรอก CP ณ โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก ถ.สุวินทวงศ์./

Mr.Narerk Mangkeow, EVP for Processing Food Business, together with Mr. Vittavat Tantivess, EVP for Marketing, welcome reporters who visit to learn modern sausage production process at Nong Jok Food Processing Plant. CPF’s sausage production is equipped with “smoked system” to enable separate TARs from product. This reassure CP sausage are free from carcinogenic substance.

NSC จับมือ World’s Sushi Skills Institute (WSSI) จัดแข่งขัน “THE GLOBAL SUSHI ACADEMY: NORWAY MEETS JAPAN” A National Competition to Crown Thailand’s Top Sushi Chef

กรุงเทพฯ – 27 พฤศจิกายน 2561

การแข่งขัน “THE GLOBAL SUSHI ACADEMY: NORWAY MEETS JAPAN” A National Competition to Crown Thailand’s Top Sushi Chef เป็นการร่วมมือกันระหว่าง สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) และ สถาบัน World’s Sushi Skills Institute (WSSI) เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเชฟผู้ชนะจากประเทศไทยคนแรกไปร่วมแข่งขันในรายการ WORLD SUSHI CUP JAPAN 2019 ที่จะจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นปีหน้า โดยนอกจากการแข่งขันแล้ว การจัดงานครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของเชฟให้ได้มาตรฐาน และยังสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการปลาแซลมอนที่ถูกต้อง การเตรียม และสุขลักษณะในพื้นที่ครัวให้แก่เชฟที่เข้าร่วมด้วย

DITP ชี้โอกาสธุรกิจอาหารไทยบุกอีคอมเมิร์ซจีน

กรุงเทพฯ – 27 พฤศจิกายน 2561
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ชี้โอกาสสินค้าอาหารของไทยซึ่งได้รับความนิยมจากชาวจีน ผู้ประกอบธุรกิจอาหารของจีนมักมีช่องทางจำหน่ายทั้งทาง Online และ Offline
แต่การสั่งซื้อสินค้าจากทางออนไลน์มีสินค้าหลากหลาย สะดวกในการเลือกซื้อและสั่งซื้อ ผู้บริโภคจึงนิยมช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง พบว่า ธุรกิจ e-Commerce ระหว่างประเทศของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็ว สินค้าที่ขายดีที่สุดคือ สินค้าอาหาร โดยในปี 2560 จีนได้นำเข้าสินค้าอาหารจาก 187 ประเทศ มีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 58,280 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขยายตัวร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยอาหารเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนมากที่สุด นอกจากเรื่อง ของราคาแล้ว ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นแบรนด์ที่มีขื่อเสียง อีกทั้งทางการจีนได้เข้มงวดกับสินค้าอาหารนำเข้า ก่อนเข้าสู่ตลาดจีนต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวจีน ทำให้ชาวจีนนิยมสินค้าอาหารนำเข้ามากขึ้น และมีการตรวจสอบแหล่งที่ผลิตสินค้าก่อนทำการสั่งซื้ออีกด้วย
“ในยุคที่มีการใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงการแข่งขัน
ทางการค้า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวเข้าสู่ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในรูปแบบใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีนโยบายพัฒนาผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก และผลักดันสินค้าไทยให้ไปอยู่บน e-Marketplace ชั้นนำระดับโลก และยกระดับแพลตฟอร์ม “Thaitrade.com” เชื่อมโยงกับผู้ให้บริการระดับโลก เช่น Amazon, Alibaba, e-Bay, JD.com และผู้ค้าตลาดใหม่ๆ จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยในปี 2560 มีมูลค่า 2,812,592 ล้านบาท ขยายตัว 9.86%” นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวเสริมว่า ในปี 2560 บริษัทอีคอมเมิร์ซ JD.com ของจีนมียอดจำหน่ายสินค้าอาหารนำเข้าเติบโตกว่าร้อยละ 50 และบริษัทได้วางแผนเปิดเว็บเพจจำหน่ายสินค้านำเข้า 50 เพจในปี 2562 โดยทำการเปิดเพจของประเทศไอร์แลนด์ ไทย ฮอลแลนด์ มาเลเซีย สิงคโปร์ รัสเซีย ฯลฯ ไปแล้ว โดยเว็บเพจสินค้าจากประเทศต่างๆ ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตจีนที่อยู่ในประเทศนั้นๆ หรือรัฐบาลของประเทศนั้นๆอีกด้วย
นางสาวบรรจงจิตต์ ทิ้งท้ายว่า สินค้าอาหารของไทยได้รับความนิยมจากชาวจีน โดยช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์จะสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคจีนได้เลือกซื้อสินค้าอาหารของไทยมากขึ้น สินค้าอาหารไทย
ที่ได้รับความนิยม เช่น ข้าวหอมมะลิ เครื่องปรุงรส เครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมจากแอลกอฮอล์ ผลไม้อบแห้ง ขนมทานเล่น เป็นต้น จึงถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย SME และ Startup กลุ่มธุรกิจอาหารที่ต้องการส่งออกหรือมองหาช่องทางการส่งออกสินค้าไปยังจีนที่จะพัฒนาสินค้าให้สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างทันท่วงที
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care เดือน ธันวาคม 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care  เดือน ธันวาคม 2561 ลุ้นรับของกำนัล
Enjoy Starbucks Iced Coffee Maker (Only 1 Lucky Winner)

ลุ้นรางวัลกับเราได้ตามลิงก์ด้านล่างเลย อย่าลืมกรอกให้ครบ..นะคะ
https://goo.gl/forms/R6cE8aPNlDfamCo73

มอนเดลีซยกระดับศักยภาพฐานการผลิตในไทย เสริมแกร่งการเป็นศูนย์กลาง การผลิตลูกอมและหมากฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดของมอนเดลีซครอบคลุมสามภูมิภาคทั่วโลก

กรุงเทพฯ, 21 พฤศจิกายน 2561

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านขนมและของว่างระดับโลกเปิดโรงงานมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เป็นครั้งแรก ให้คณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งแบรนด์ระดับโลก ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อาทิ ฮอลล์ เดนทีน และคลอเร็ท เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย และอีกหลายแบรนด์ดังชั้นนำของโลก เพื่อส่งออกไปยัง 15 ประเทศในตลาดเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

โรงงานมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เริ่มดำเนินการผลิตเมื่อ พ.ศ. 2550 นับเป็นโรงงานผลิตลูกอมและหมากฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดของมอนเดลีซในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีพนักงานกว่า 680 คน เป็นฐานการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งแบรนด์ระดับโลกกว่า 200 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ฮอลล์, เดนทีน, คลอเร็ท, ไทรเด้นท์ และ สไตรด์ เป็นต้น และมีศักยภาพใน
การผลิตมากกว่า 39,000 ตันต่อปี แบ่งเป็นลูกอม 60 เปอร์เซ็นต์และหมากฝรั่ง 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยัง 15 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาครอบคลุมตลาดอาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการลงทุนเพื่อขยายและพัฒนาสินค้าใหม่แบบครบวงจร และมีระบบการจัดการด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอนตามกฎหมาย ข้อจำกัด และมาตรฐานของแต่ละประเทศที่ส่งออกไปอย่างเคร่งครัด

นายจิรพงษ์ เจริญศรี ผู้จัดการโรงงาน บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยมาตรฐานและเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมด้านการผลิตอาหารและความปลอดภัยที่ได้การรับรองในระดับสากล โรงงานลาดกระบังยังได้นำระบบ IL6S (Integrated Lean – 6 Sigma) มาใช้บริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการฝึกอบรมและพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยี ระบบออโตเมชัน และคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อเป้าหมายในการสร้างเสริมศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ ผลผลิต และคุณภาพสูงสุด ในขณะที่สามารถกำจัดความสูญเสียอย่างมีระบบ ลดต้นทุนและความผิดพลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งโรงงานลาดกระบังเป็นหนึ่งในโรงงานต้นแบบและศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานมอนเดลีซในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา”

อีกหนึ่งจุดเด่นของโรงงานมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง คือ พันธกิจใน
การขับเคลื่อนสู่การเป็นโรงงานสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงานเพื่อลดการใช้พลังงาน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โรงงานแห่งนี้สามารถลดอัตราการใช้พลังงานได้กว่า 37 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
ไดออกไซด์ได้ถึง 64 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 14,220 ตันต่อปี (เทียบได้กับต้นไม้ถึง 1.4 ล้านต้น) และลดต้นทุนการผลิตได้กว่า 81 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงงานของมอนเดลีซที่ขอนแก่นยังเป็นโรงงาน
แห่งแรกของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

รพ.ศิริราช รับมอบเงินสมทบกองทุนเพื่อผู้ป่วยเรื้อรัง จากโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบเงินรายได้ จำนวน 381,999 บาท จากการจัดงานวันไข่โลกครั้งที่ 5 จัดโดยโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง (เมื่อ 12 ตุลาคม 2561) เพื่อสมทบเข้ากองทุนศิริราชมูลนิธิ “เพื่อผู้ป่วยเรื้อรัง” สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในงานวิจัยเพื่อหาสาเหตุและพัฒนานวัตกรรมในการรักษาโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป โดยมี นางณัฐกานต์ พันธ์ชัย กรรมการและเลขานุการโครงการฯ เป็นผู้แทนมอบ ร่วมด้วยผู้แทนกรมปศุสัตว์ กรมอนามัย และเจ้าหน้าที่รพ.ศิริราช ณ ตึกอำนวยการ รพ.ศิริราช เมื่อเร็วๆ นี้