Skip to main content
T_OHAUS
T_GNT0126
T_VEGA
T_SAMYANG0126
T_BENEO0326
T_MTF0426

What's In

Single-Cell Protein: Future Food for Reducing Greenhouse Gas Emissions
What's In

Single-Cell Protein: Future Food for Reducing Greenhouse Gas Emissions

โปรตีนเซลล์เดียว: อาหารแห่งอนาคตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนาคตภายในปี พ.ศ. 2593 คาดการณ์ว่าโลกจะต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 และต้องผลิตเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมให้ได้ปริมาณ 1,250 ล้านตันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น แต่นั่นย่อมหมายถึงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้นอย่างมหาศาลจากภาคการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากเรามีวิธีการผลิตโปรตีนคุณภาพสูงโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสัตว์ ดังนั้น “โปรตีนเซลล์เดียว (Single Cell Protein; SCP)” จึงเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการนี้ได้ การผลิตโปรตีนเซลล์เดียว ขั้นตอนการผลิตโปรตีนเซลล์เดียว ประกอบด้วย 1) การเตรียมอาหารสำหรับเพาะเลี้ยง การผลิตเพื่อการบริโภคของมนุษย์นั้นจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบหรือส่วนผสมที่เป็นเกรดอาหาร (Food grade) ส่วนการผลิตอาหารสัตว์สามารถใช้ส่วนเหลือทิ้ง (By-products) หรือของเสีย (Wastes) ได้ 2) การเพาะเลี้ยงภายใต้สภาวะที่เหมาะสมของจุลินทรีย์นั้นๆ 3) การแยก การทำให้เซลล์แตก และการทำให้เข้มข้น และบางกรณีอาจมีขั้นตอนที่ 4) การทำแห้งหรือการทำให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม (Ingredients) หรือผลิตภัณฑ์ แหล่งที่มาและคุณค่าทางอาหารของโปรตีนเซลล์เดียว โปรตีนเซลล์เดียวจัดเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าโปรตีนจากพืชและแมลง เนื่องจากมีไขมันต่ำ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน อีกทั้งยังมีใยอาหาร แร่ธาตุ (ทองแดง สังกะสี […]

See What’s New in the Star Items October 2024
What's In

See What’s New in the Star Items October 2024

Innovations in Meat and Poultry Packaging: Balancing Quality, Safety, and Sustainability
What's In

Innovations in Meat and Poultry Packaging: Balancing Quality, Safety, and Sustainability

บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียได้ง่าย อย่างเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก โดยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อย่างเหมาะสมนั้นสามารถช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหารและจัดส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ความปลอดภัยของอาหารยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถของบรรจุภัณฑ์สำหรับการป้องกันการปนเปื้อนและรักษาคุณภาพอาหาร เพื่อให้สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่วัสดุบรรจุภัณฑ์บางชนิดอาจสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงได้เช่นกัน  เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์เบื้องต้นสู่การพัฒนาที่ล้ำหน้า การเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาคุณภาพของเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก โดยวัสดุบรรจุภัณฑ์สังเคราะห์ในรูปแบบของฟิล์มพลาสติก ถาด และฟอยล์นั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งในด้านความยืดหยุ่น ความแข็งแรง ถูกสุขลักษณะ ป้องกันการรั่วซึมได้ดี สามารถรองรับอุณหภูมิได้ในช่วงกว้าง และมีต้นทุนไม่แพงมากนัก โดยทั่วไป พลาสติกสังเคราะห์ที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก ได้แก่ โพลีเอทิลีน (PE) โพลีโพรพีลีน (PP) โพลีสไตรีน (PS) โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) และโพลีเอไมด์ (PA) ทั้งนี้ ควรพิจารณาเลือกใช้วัสดุและระบบบรรจุภัณฑ์ที่เข้ากันได้ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ คือ การสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพ และความยั่งยืน แม้ว่าการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาจะมีความจำเป็น แต่ยังคงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารด้วย การจะบรรลุเป้าหมายนั้นต้องอาศัยการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและต้องค้นหาวิธีที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทั้งสามด้านไปพร้อมกัน นั่นคือ ความมั่นคง คุณภาพ และความยั่งยืน โดยบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกในอนาคตขึ้นอยู่กับแนวทางการผสมผสานของปัจจัยต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย คุณภาพสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม By: Wanwarang […]

Guidelines for Enhanced Quality Control and Food Safety in Food Industry
What's In

Guidelines for Enhanced Quality Control and Food Safety in Food Industry

แนวทางการควบคุมคุณภาพเพื่อความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” เป็นคำกล่าวที่เห็นได้ชัดเจนในการควบคุมคุณภาพสำหรับกระบวนการผลิตอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลตลอดการผลิต เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค โดยหัวใจสำคัญของการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารนั้นจำเป็นต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปอาหาร รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านอาหารปลอดภัย การควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับด้านอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ดังนั้น การจัดการด้านความปลอดภัยสำหรับการบริโภคจึงมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบความปลอดภัยในอาหาร ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัยจากอันตรายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ได้แก่ อันตรายทางกายภาพ (เศษแก้ว เศษโลหะ เศษพลาสติก และเศษไม้) อันตรายทางเคมี (โลหะหนัก สารพิษตกค้าง และยาปฏิชีวนะ) สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร อันตรายจากสารกัมมันตภาพรังสี นอกเหนือจากการควบคุมกระบวนการเพื่อควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหารให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ด้านความปลอดภัยอาหาร โดยวัตถุประสงค์หลักในการควบคุมคุณภาพสำหรับการกำหนดมาตรการดูแลด้านความปลอดภัยเหล่านี้ เพื่อการป้องกันอันตราย หรือเพื่อลดระดับอันตรายในอาหารให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย หรือเพื่อกำจัดอันตรายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอาหารให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (ระดับที่ยอมรับได้ในที่นี้ หมายถึง มีความปลอดภัยต่อการบริโภคและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค)  แนวทางการอบรมผู้ปฏิบัติงานในระบบควบคุมคุณภาพอาหาร การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตอาหารสามารถทำได้โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อให้บุคลากรสามารถดำเนินการตามแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตอาหาร รวมถึงช่วยส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และเข้าใจในการดำเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัย โดยแนวทางสำหรับการอบรมบุคลากรด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยที่สำคัญมีดังนี้ -การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัย โดยพนักงานจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง เช่น หมวก ผ้าปิดปาก และถุงมือ เพื่อลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนสู่อาหาร -การอบรมให้ความรู้และการอัปเดตข้อมูลด้านมาตรฐานสากล โดยพนักงานจะต้องได้รับการอบรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงมาตรฐานใหม่ๆ และวิธีปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ By: Tawatchai Khamvijitraporn MT […]

Humanization of Pets Fuels Demand for Natural Colors in Pet Food
What's In

Humanization of Pets Fuels Demand for Natural Colors in Pet Food

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูกกระตุ้นความต้องการสีธรรมชาติในอาหารสัตว์เลี้ยง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจากทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องการกำลังใจและเพื่อนคลายเหงาในระหว่างการกักตัว เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ได้ขับเคลื่อนตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงให้สูงขึ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2566  โดยอุตสาหกรรมอาหารสัตว์กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตร้อยละ 5.6 ต่อปีในช่วงปี พ.ศ. 2566 – 2571 เนื่องจากสัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ดังนั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือที่เรียกกันว่า “พ่อแม่ของสัตว์เลี้ยง” จึงต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีสีและส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง  เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เสมือนลูกที่เพิ่มขึ้น   แนวคิดพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ด้วยความรักและเอาใจใส่เหมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เสมือนเลี้ยงลูกจึงให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูและใส่ใจด้านโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงขนฟูเหล่านี้เช่นเดียวกับการเลี้ยงเด็ก โดยเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงนี้กระตุ้นให้เกิดความต้องการอาหารสัตว์ที่มีความเหมือนกับอาหารของมนุษย์ทั้งในด้านคุณภาพ รูปลักษณ์ และคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ความสำคัญของสีจากธรรมชาติ สี ไม่เพียงทำให้อาหารสัตว์เลี้ยงดูน่ากินขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้มีลักษณะเหมือนกับอาหารของมนุษย์ จึงทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถแบ่งปันประสบการณ์การกินอาหารกับสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองได้ นอกจากนี้ การให้ขนมสีสันสดใสแก่สัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น วันเกิด วันฮาโลวีน หรือวันวาเลนไทน์ ยังสร้างความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น  ปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่พัฒนาขึ้นเป็นไปตามข้อกำหนดด้านอาหารของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แบบแห้ง ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นรูป อาหารเปียก และอาหารแปรรูป โดยสีธรรมชาติทั้งหมดนี้ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น แครอทสีส้มและแครอทสีดำ […]

Carbon Footprint Assessment for Reducing Greenhouse Gas Emissions in the Meat Industry
What's In

Carbon Footprint Assessment for Reducing Greenhouse Gas Emissions in the Meat Industry

การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่แนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ แนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์ 1.ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน – ใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือปรับปรุงเครื่องจักรเดิมให้ใช้พลังงานน้อยลง – ปรับปรุงระบบจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ 2.การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด – ใช้พลังงานจากแหล่งที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล – การใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต เช่น การใช้ก๊าซธรรมชาติหรือไฮโดรเจนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 3.การปรับปรุงกระบวนการผลิต – การลดการใช้วัตถุดิบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง โดยการหันมาใช้วัตถุดิบที่มีความยั่งยืนมากขึ้น – การใช้กระบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง เช่น การใช้เทคโนโลยีคาร์บอนแคปเจอร์ (Carbon Capture and Storage; CCS) 4.การรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด – การนำวัสดุที่เหลือใช้หรือของเสียกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตวัสดุใหม่ – การปรับปรุงระบบการจัดการของเสียในโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5.ความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรม – การทำงานร่วมกันระหว่างโรงงานและองค์กรต่างๆ เพื่อแบ่งปันทรัพยากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก By: Phuangphan SrithongCarbon Label Manager, Low Carbon Business Certification […]

Encapsulation: Masking Off-flavor Technique for the Food Industry
What's In

Encapsulation: Masking Off-flavor Technique for the Food Industry

เอนแคปซูเลชัน: เทคนิคการบดบังกลิ่นรสไม่พึงประสงค์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร การบดบังกลิ่นรสไม่พึงประสงค์ด้วยเทคนิคเอนแคปซูเลชัน กลิ่นและรสที่ไม่พึงประสงค์ถือเป็นอีกปัญหาสำคัญในกระบวนการผลิตอาหาร ดังนั้น จึงมีการนำ เทคนิคเอนแคปซูเลชัน (Encapsulation) มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งนอกจากเทคนิคดังกล่าวจะสามารถบดบังกลิ่นและรสที่ไม่พึงประสงค์ได้แล้ว ยังสามารถกักเก็บสารสำคัญในอาหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรักษาคุณสมบัติของสารสำคัญเหล่านั้นในผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ไว้ได้ อีกทั้งยังสามารถใช้เพื่อควบคุมการปลดปล่อยส่วนผสมที่ห่อหุ้มไว้เพื่อให้ไปถึงจุดเป้าหมายที่ตรงตามเวลาในอัตราที่ต้องการได้ โดยกระบวนการเอนแคปซูเลชันจะเป็นการใช้สารหรือส่วนผสมต่างๆ ในการเคลือบ (Coating) สารที่ต้องการห่อหุ้ม (Entrapped) ซึ่งสารที่ใช้ในการเคลือบมักถูกเรียกว่า Wall material, Carrier, Membrane, Shell หรือ Coating material เทคนิคเอนแคปซูเลชัน ในปัจจุบันเทคนิคการทำเอนแคปซูเลชันมีหลากหลายรูปแบบ ผู้ผลิตจึงสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผลิต โดยบทความนี้จะนำเสนอวิธีที่นิยมใช้ในการบดบังกลิ่นรสที่ไม่พึงประสงค์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร อันได้แก่ 1. ฟลูอิดไดซ์เบด (Fluidized bed coating) เทคนิคฟลูอิดไดซ์เบด เป็นการใช้ลมเป่าให้อนุภาคตัวอย่างเคลื่อนที่ไปอย่างต่อเนื่องและมีอิสระภายในระบบ จากนั้นจะทำการพ่นสารห่อหุ้มหรือเคลือบบนผิวของตัวอย่าง ซึ่งลมที่ใช้จะช่วยในการกระจายและถ่ายเทความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ตัวอย่างแห้งอย่างสม่ำเสมอและลดการเกาะตัวของอนุภาค 2. การทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray drying) กระบวนการนี้จะรวมสารห่อหุ้มเข้ากับสารให้กลิ่นรสผ่านการทำแห้งแบบพ่นฝอย ซึ่งหลักการทำงานจะเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนมวลและความร้อนระหว่างสารที่เป็นของแข็งกับสภาวะแวดล้อมที่เป็นก๊าซด้วยการระเหยน้ำออกจากสารที่เป็นของแข็ง ส่วนก๊าซที่ใช้ในระบบอาจเป็นอากาศในสภาวะปกติหรือใช้ก๊าซเฉื่อย เช่น ไนโตรเจน 3. […]

Development of Meat Emulsion Noodles Products from Animal Ingredients
What's In

Development of Meat Emulsion Noodles Products from Animal Ingredients

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นอิมัลชันจากวัตถุดิบเนื้อสัตว์ กระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์เส้นอิมัลชันจากเนื้อสัตว์ โปรตีนในเนื้อสัตว์มีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ คือ โปรตีนไมโอไฟบริลลา (myofibrillar protein) ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนแอกติน (actin) และไมโอซิน (myosin) ที่มีสมบัติในการละลายได้ในสารละลายน้ำเกลือเข้มข้นที่สภาวะอุณหภูมิต่ำ โปรตีนดังกล่าวเปรียบเสมือนสารอิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำให้ส่วนที่ไม่สามารถละลายหรือกระจายตัวเข้าด้วยกัน (เช่น ส่วนที่ละลายได้ในน้ำและส่วนที่ละลายได้ในไขมันหรือน้ำมัน) สามารถกระจายตัวอยู่ด้วยกันได้ โดยเมื่อโปรตีนทั้งสองถูกละลายออกมา จะทำให้เกิดการจัดเรียงโครงสร้างเป็นร่างแห และทำให้ส่วนที่ไม่ละลายน้ำกระจายอยู่ภายในโครงสร้าง จึงเกิดเป็นลักษณะที่เรียกว่า “อิมัลชัน” วัตถุดิบหลักที่จำเป็นในการผลิตผลิตภัณฑ์เส้นอิมัลชันจากเนื้อสัตว์ ประกอบด้วยส่วนของเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ เกลือ น้ำแข็ง และเครื่องปรุงรส โดยอาจมีการผสมแป้งหรือไม่ผสมก็ได้ ส่วนกระบวนการผลิตเส้นอิมัลชันจากเนื้อสัตว์นั้นมี 2 ขั้นตอนที่สำคัญ ประกอบด้วย การเตรียมส่วนผสมที่เรียกว่าแบทเทอร์ (batter) และการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้น ปัจจัยสำคัญที่ต้องควบคุมในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อิมัลชันจากเนื้อสัตว์ (โสรยา, 2567) ประกอบด้วย 1) ต้องบดเนื้อสัตว์ให้ละเอียดเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสให้โปรตีนได้สัมผัสกับเกลือมากขึ้น 2) ต้องมีเกลือเป็นส่วนผสมในการละลายโปรตีนแอกตินและไมโอซิน  3) ต้องควบคุมอุณหภูมิในระหว่างการละลายโปรตีนให้ต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส และระหว่างการผลิตผลิตภัณฑ์อิมัลชันต้องมีการควบคุมอุณหภูมิตลอดกระบวนการผลิตไม่ให้เกิน 14 องศาเซลเซียส โดยอาจมีการแช่เย็นเนื้อสัตว์ให้มีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 […]

Plant Protein: Challenges and New Alternatives for the Pet Food Industry Towards Food Security
What's In

Plant Protein: Challenges and New Alternatives for the Pet Food Industry Towards Food Security

โปรตีนพืช: ความท้าทายและทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อความมั่นคงทางอาหาร โปรตีนจากพืชได้มาจากผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วเขียว ถั่วเลนทิล ถั่วแดง ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ อย่างไรก็ตามโปรตีนที่มาจากแหล่งเดียวกันจะไม่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบทั้งหมดในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อความต้องการของสัตว์เลี้ยง ดังนั้นการใช้โปรตีนจากหลากหลายแหล่งและการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในปริมาณที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้งหมดอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ความต้องการโปรตีนในอาหารของสุนัขและแมวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ องค์ประกอบของร่างกาย และสภาวะทางสรีรวิทยา (การตั้งครรภ์ การให้นมลูก หรือสภาวะทางสุขภาพ) ความสามารถในการย่อยโปรตีนพืชของสัตว์เลี้ยง สุนัขและแมวมีความสามารถสูงในการย่อยโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร โดยใช้เอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารที่ร่างกายมีอยู่ตามธรรมชาติ คือ โปรตีเอสสำหรับการย่อยโปรตีน4 เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการย่อยได้ของแหล่งโปรตีนพืชที่ประกอบด้วยกลูเตนจากข้าวสาลี โปรตีนถั่วเหลืองไอโซเลต เมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ คือ เนื้อหมูอบแห้ง เนื้อสัตว์ปีก และเนื้อแกะ พบว่าสุนัขและแมวมีความสามารถในการย่อยได้ของโปรตีนกลูเตนจากข้าวสาลีสูงถึงร้อยละ 99 และความสามารถในการย่อยโปรตีนถั่วเหลืองไอโซเลต คือ ร้อยละ 95 ซึ่งสูงกว่าแหล่งโปรตีนจากสัตว์ ดังภาพที่ 2 (ศูนย์วิจัยโรยัลคานิน, 2024) นอกจากนี้ Golder et al. (2020) ได้ทำการศึกษาความสามารถในการย่อยโปรตีนพืชและสัตว์ของสุนัขและแมว โดยใช้สุนัข […]

The Possibility of Healthier Processed Meat Products
What's In

The Possibility of Healthier Processed Meat Products

ความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปเป็นหนึ่งในอาหารหลักสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม เบคอน ลูกชิ้น แฮมเบอร์เกอร์ และนักเก็ต โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและการเติมส่วนผสมในสัดส่วนที่พอเหมาะเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี อย่างไรก็ตาม เนื้อสัตว์แปรรูปมักถูกมองว่าประกอบด้วยส่วนผสมที่อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิด การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยการปรับลด ทดแทน หรือตัดส่วนผสมบางชนิดออก โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญอย่างเกลือ ไขมัน สารไนไตรต์และไนเตรต รวมทั้งสารปรุงแต่งกลิ่นรส เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทางเลือกใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ 1. ทางเลือกใหม่ของไขมัน ปัจจุบัน มีการประยุกต์ใช้เทคนิคโอลีโอเจล (oleogel) เพื่อเลียนแบบไขมันอิ่มตัวในเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น แพตตี้ ไส้กรอก และนักเก็ต ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการดัดแปลงโครงสร้างของน้ำมันให้อยู่ในสถานะกึ่งของแข็ง โดยใช้วิธีการเกิดเจล การขึ้นรูป การใช้สารก่อโอลีโอเจล และการเกิดอิมัลชัน เพื่อให้ได้ลักษณะของไขมันใกล้เคียงกับไขมันสัตว์แบบปกติ 2. ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของเกลือ เกลือในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มีบทบาทในการเพิ่มรสชาติ สร้างเนื้อสัมผัส ต้านจุลินทรีย์ และช่วยถนอมอาหาร โดยเทคนิคการปรับลดเกลือสามารถทำได้หลายวิธี (1) การใช้สารทดแทนเกลือโซเดียม (salt replacement) ด้วยเกลือโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม (KCI, MgCI2, CaCI2 และ […]

Promoting A Sustainable Food Safety and Food Quality Culture
What's In

Promoting A Sustainable Food Safety and Food Quality Culture

การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพอาหารอย่างยั่งยืน แนวทางการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพอย่างยั่งยืน 1.ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร แน่นอนว่าวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพอาหารนั้นต้องเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้เน้นการควบคุมและทวนสอบ แต่เน้นให้มีการปฏิบัติได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่มีเงื่อนไข มุ่งเน้นให้ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยจริงจากความตระหนักรู้ที่ไม่ใช่ปฏิบัติตามคำสั่งเพียงเพื่อต้องการให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเท่านั้น แม้ว่าในทางปฏิบัติ องค์กรที่เริ่มต้นนำระบบการจัดการความปลอดภัยอาหารมาใช้อาจเกิดจากเงื่อนไขความต้องการของลูกค้า แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการนำระบบมาใช้เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารในองค์กร 2.กระบวนการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความตระหนักด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น 2.1 การฝึกอบรม 2.2 การสื่อสาร ต้องหาแนวทางสื่อสารให้พนักงานเห็นว่าเรื่องความปลอดภัยอาหารไม่ใช่เป็นเรื่องของบริษัทกับลูกค้าเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับพนักงาน โดยเน้นการสื่อสารให้เกิดความตระหนักรู้และนำไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้การสื่อสารอาจแทรกอยู่ในโอกาสต่างๆ นอกเหนือจากการฝึกอบรม 2.3 การติดตามและการวัดผลงาน ควรจะเน้นเกณฑ์การวัดผลงานที่สะท้อนถึงประสิทธิผลหลังจากการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น พนักงานมีความเข้าใจมากขึ้น จำนวนครั้งของความผิดพลาดในการทำงานและจำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้าลดลง โดยไม่ควรเน้นที่ความพึงพอใจของพนักงานที่อาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกับประสิทธิผลของการดำเนินงาน 2.4 กิจกรรมกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน การทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในคุณค่าของงานและการทำงานในองค์กรที่ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยอาหาร 3.ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก ผู้บริหารต้องแสดงความจริงใจให้พนักงานได้เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยอาหาร โดยองค์กรต้องจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการปฏิบัติงานที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยทางอาหารได้อย่างแท้จริง มีการจัดสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมซึ่งสอดคล้องตามข้อกำหนด มีการพัฒนาขั้นตอนของการขออนุมัติจัดซื้อจัดหาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากมีวัสดุอุปกรณ์ที่เสียหายต้องรีบปรับปรุงหรือหยุดการใช้อุปกรณ์ชั่วคราว รวมถึงต้องมีการซ่อมแซมเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า 4.การนำนวัตกรรมมาประยุกต์เพื่อช่วยในการบริหารจัดการ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะทำให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการจัดการที่หลากหลายเพื่อนำมาใช้ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารได้ By: Jedsada Tipmontian, Ph.D. Logistics Management (International Program) International Academy of Aviation Industry |King […]

Intelligence Storage for Vegetables and Fruits: Revolutionizing Fresh Produce Preservation
What's In

Intelligence Storage for Vegetables and Fruits: Revolutionizing Fresh Produce Preservation

การจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะสำหรับผักและผลไม้: ปฏิวัติการเก็บรักษาเพื่อคงความสดใหม่ของผลผลิต การจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligence Storage) คือ การใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ IoT ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และก๊าซชนิดต่างๆ ในห้องเก็บผลผลิต โดยระบบจะเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้เทคโนโลยี AI ในการทำนายการเสื่อมสภาพของผักและผลไม้ เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงแนะนำการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องเก็บผลผลิต เช่น การเพิ่มความชื้นหรือการลดระดับอุณหภูมิ เพื่อชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของผลผลิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย เทคโนโลยี IoT มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อเซนเซอร์ในห้องเก็บรักษาผักและผลไม้กับระบบจัดการข้อมูล โดยการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์จะมีการส่งต่อไปยัง AI ที่จะช่วยวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในห้องเก็บรักษาผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ เช่น หากเซนเซอร์ตรวจพบระดับอุณหภูมิในห้องเก็บผลไม้ที่สูงเกินไป ระบบจะสั่งการให้เครื่องทำความเย็นทำงานเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังสามารถทำนายแนวโน้มการเสื่อมสภาพของผลผลิตจากข้อมูลที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยี AI จำเป็นที่จะต้องอาศัยอุปกรณ์ต่างๆ ในการประมวลผลและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในห้องเก็บสินค้า เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างอัตโนมัติและมีความแม่นยำ โดยมีอุปกรณ์หลักที่ใช้ ดังนี้ เซนเซอร์ (Sensors) ตัวควบคุม (Controllers) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit; […]