Skip to main content

What's In

See What’s New in the Star Items August 2024
What's In

See What’s New in the Star Items August 2024

พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ…

Zero-Alcohol Beverage Technology: Exploring the De-alcoholization Techniques
What's In

Zero-Alcohol Beverage Technology: Exploring the De-alcoholization Techniques

สำรวจเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0% กรรมวิธีในการผลิตเบียร์ปราศจากแอลกอฮอล์ 1. การจำกัดการสร้างเอทานอล หลักการทั่วไป คือจะไม่ย่อยสลายเวอร์ต (Wort) หรือของเหลวที่สกัดจากมอลต์จนหมด โดยผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการเหล่านี้ คือ เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่มีรสชาติหวานเด่นชัด คงกลิ่นและรสชาติความหวานของมอลต์ไว้ได้ดี รวมถึงมีสีสันที่สดใสกว่า 1.1 การหยุดกระบวนการหมัก (Interrupted fermentation) เป็นวิธีการผลิตเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่ใช้เครื่องมือเหมือนการผลิตเบียร์แบบดั้งเดิม โดยให้ยีสต์ย่อยสลายน้ำตาลมอลต์เพียงบางส่วน แล้วนำยีสต์ออกเพื่อหยุดกระบวนการหมัก ซึ่งข้อดีของวิธีนี้คือไม่จำเป็นต้องมีการกำจัดแอลกอฮอล์ออกในภายหลัง 1.2 การหมักยีสต์เย็น (Cold yeast contact) จุดเด่นของวิธีนี้คือการหมักที่อุณหภูมิต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ยีสต์กำจัดสารประกอบคาร์บอนในน้ำตาลมอลต์ออกได้ ส่งผลให้เบียร์ที่ผลิตด้วยวิธีนี้มีกลิ่นหอมใกล้เคียงเบียร์ทั่วไป แต่ยีสต์ที่ใช้อาจเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็นแอลดีไฮด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในเบียร์ได้ 2. การกำจัดเอทานอลออกจากเบียร์ วิธีนี้มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติม และอาจสูญเสียกลิ่นหอมระหว่างกระบวนการกำจัดแอลกอฮอล์ ผู้ผลิตจึงควรเลือกวิธีกำจัดแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมกับกำลังการผลิต 2.1 การกลั่นด้วยสุญญากาศ (Vacuum distillation) แม้จะได้เบียร์ที่มี ABV ต่ำมาก แต่วิธีนี้ก็มีต้นทุนสูงจากการใช้เครื่องมือพิเศษ ทั้งยังอาจสูญเสียกลิ่นหอมระหว่างกระบวนการกลั่น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้สามารถใช้อุณหภูมิต่ำได้ จึงช่วยคงคุณภาพของเบียร์ได้ดี 2.2 การแยกด้วยเมมเบรน (Membrane separation processes) […]

Plant-based Edible Film: A Noteworthy Sustainable Packaging Innovation
What's In

Plant-based Edible Film: A Noteworthy Sustainable Packaging Innovation

ฟิล์มบริโภคได้จากพืช: นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่น่าจับตามอง แนวทางการพัฒนาฟิล์มบริโภคจากพืช (Plant-based edible film) จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าพอลิเมอร์ชีวภาพที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตฟิล์มหรือบรรจุภัณฑ์บริโภคได้นั้นสามารถผลิตเป็นฟิล์มบริโภคได้ชนิดต่างๆ รวมถึงมีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน จึงได้มีการพัฒนาสูตรฟิล์มให้มีสมบัติต่างๆ ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน จากข้อมูลการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์บริโภคได้นั้นมีการคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์บริโภคได้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มถึง 4 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2566 เป็น 4.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2576 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในปี พ.ศ. 2566-2576 ที่ร้อยละ 14.31 จากตัวเลขชี้วัดของอัตราการเติบโตดังกล่าว จึงทำให้นักวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวล้านนาและคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความพยายามในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาสูตรส่วนผสมฟิล์มชนิดใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ฟิล์มบริโภคได้จากพืชที่ผลิตจากการผสมพอลิเมอร์ชีวภาพในกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์ ได้แก่ คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (carboxymethyl cellulose; CMC) ที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย เปลือกข้าวโพด เปลือก และแกนกัญชง ฯลฯ นำมาผสมร่วมกับพอลิเมอร์ชีวภาพในกลุ่มของโปรตีน […]

Plant-derived Food Ingredients for Boosting Energy Expenditure
What's In

Plant-derived Food Ingredients for Boosting Energy Expenditure

ส่วนผสมจากพืชเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย กลไกการเพิ่มระบบเผาผลาญไขมันของสารสำคัญจากพืช Adenosine 5¢-monophosphate-activated protein kinase (AMPK) เป็นวิถีทางชีวภาพที่สำคัญในระบบควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย โดยมีบทบาทในการควบคุมเอนไซม์ Hormone Sensitive Lipase (HSL) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนไตรกลีเซอไรด์ให้เป็นกรดไขมันอิสระและยับยั้งการสร้างไขมัน นอกจากนี้ AMPK ยังทำหน้าที่กระตุ้นกระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันที่จะเกิดขึ้นภายในตับ ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่ได้ศึกษาถึงองค์ประกอบของพืชในการนำมาใช้เป็นส่วนผสมอาหารที่มีบทบาทต่อการกระตุ้นวิถีชีวภาพนี้ องุ่น เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารประกอบฟีนอลิกหลากหลายชนิด ซึ่งมีรายงานว่า สารสกัดโปรแอนโทไซยานิดินที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นช่วยลดการขยายขนาดของเซลล์ไขมัน (Adipocyte hypertrophy) และเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ไขมันได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มหน้าที่ของเซลล์ไขมันด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญของเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาล ด้วยการช่วยเพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ออกซิเดส (Oxidase activity) และหน้าที่ของไมโทคอนเดรีย ซึ่งจะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ สารสกัดเรสเวอราทรอลก็เป็นพอลิฟีนอลจากเมล็ดองุ่นอีกชนิดหนึ่งที่มีการศึกษากันอย่างแพร่หลาย โดยมีรายงานว่าเรสเวอราทรอลสามารถเพิ่มการสลายไตรกลีเซอไรด์ให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระและกลีเซอรอล รวมถึงเพิ่มกระบวนการออกซิเดชันของไขมัน และเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรีย ซึ่งส่งผลให้มีการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น สารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัส เช่น ส้ม มะนาว และเกรปฟรุต ก็เป็นหนึ่งในสารสกัดจากพืชที่มีรายงานถึงสมบัติที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยจากผลการศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัสในมนุษย์ ร่วมกับผลการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและ Meta-analysis ได้ข้อสรุปว่าการบริโภคพืชตระกูลซิตรัสและสารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัสสามารถลดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index; BMI) เส้นรอบเอว เส้นรอบสะโพก […]

Innovative Fruits and Vegetables Washing with Micro-nano Bubble Ozone System
What's In

Innovative Fruits and Vegetables Washing with Micro-nano Bubble Ozone System

นวัตกรรมการล้างผักและผลไม้ด้วยระบบไมโครนาโนบับเบิลโอโซน เทคโนโลยีการล้างผักและผลไม้ด้วยระบบไมโครนาโนบับเบิลโอโซน ผ่านการพิสูจน์ว่าสามารถลดปริมาณยาฆ่าแมลงและเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้ได้อีกด้วย ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องล้างผักผลไม้ไมโครนาโนบับเบิลโอโซนแบบอัตโนมัติในระดับกึ่งอุตสาหกรรมที่มีขนาดความจุปริมาตร 140 ลิตร โดยสามารถผลิตโอโซนที่ละลายในน้ำได้ 0.6-0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร พร้อมระบบทำความเย็น ซึ่งมีความเหมาะสมในการใช้งานเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถล้างผักได้โดยใช้เวลาขั้นต่ำ 15 นาที ซึ่งมีค่า pH ของน้ำเท่ากับ 7 และมีค่า ORP (oxidation-reduction potential) เท่ากับ 600-800 mV โดยเครื่องสามารถสร้างฟองขนาดเล็กระดับไมโครและนาโนเมตรเท่ากับ 10 นาโนเมตรถึง 0.46 ไมโครเมตร ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการลดปริมาณสารฆ่าแมลงและเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี โดยฟองที่มีขนาดเล็กนั้นจะมีความคงตัวและสามารถกระจายอยู่ในน้ำได้นาน รวมทั้งมีพื้นที่ต่อปริมาตรสูงซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการละลายก๊าซและสารละลายใดๆ อาทิ ก๊าซโอโซน หรือสารประกอบคลอรีน จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่สิ่งสกปรกหรือเชื้อจุลินทรีย์จะหลุดออกมาจากพื้นผิวและสัมผัสกับสารฆ่าเชื้อได้มากกว่า By:Assoc. Prof. Kanda Whangchai, Ph.D. Department of Biology Faculty of Science Chiang Mai University kanda@chiangmai.ac.th Asst. […]

Ready-to-Drink Rooibos Tea Product: Alternative Decaffeinated Tea
What's In

Ready-to-Drink Rooibos Tea Product: Alternative Decaffeinated Tea

ผลิตภัณฑ์ชาแดง Rooibos สำเร็จรูป: ทางเลือกใหม่ของชาไร้คาเฟอีน องค์ประกอบและคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายของชารอยบอส      ชารอยบอส มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aspalathus ในทวีปยุโรปมักเรียกว่า Red tea หรือชาแดง ความพิเศษของชาชนิดนี้คือ มีความหวานเล็กน้อย ไม่มีรสขม และไม่มีคาเฟอีน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องควบคุมหรือระมัดระวังในการบริโภคคาเฟอีน นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งแอสพาราธิน (Aspalathin) และเควอซิทิน (Quercetin) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะสามารถปกป้องเซลล์ไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระได้ ปัจจุบันมีการศึกษาประโยชน์ของแอสพาราธินที่มีต่อร่างกายในหลากหลายด้าน ดังนี้ – การรักษาภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic syndrome) ปัจจุบันมีการศึกษาประโยชน์ของชารอยบอสในการลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย (Oxidative stress) ซึ่งเป็นสาเหตุของการพัฒนาภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Hong et al. (2014) ที่ได้ศึกษาคุณสมบัติของชารอยบอสในการช่วยลดความเครียดในหนูทดลอง ซึ่งพบว่า กลุ่มหนูที่ได้รับชารอยบอสมีการผลิตสาร 5-Hydroxy indoleacetic acid (5-HIAA) (องค์ประกอบหลักของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งจะถูกผลิตออกมามากขึ้นเมื่อมีความเครียด) และ Free Fatty Acid (FFA) […]

Enhancing the Production of Non-alcoholic Fermented Beverages with a<br>Tailor-made Microbial Consortium
What's In

Enhancing the Production of Non-alcoholic Fermented Beverages with a<br>Tailor-made Microbial Consortium

ยกระดับการผลิตเครื่องดื่มหมักไร้แอลกอฮอล์ด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ถูกออกแบบเฉพาะ ‘กลไกของจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเฉพาะ’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเครื่องดื่มหมักชนิดไร้แอลกอฮอล์ ความสำเร็จของการใช้งานกลุ่มจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต NAFBs ขึ้นอยู่กับความสามารถของการทำงานร่วมกัน (Synergistic interactions) ระหว่างจุลินทรีย์ต่างๆ เป็นหลัก โดยกลไกปฏิสัมพันธ์ร่วมระหว่างจุลินทรีย์สามารถแบ่งออกได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมในกระบวนการทางเมแทบอลิซึม (Metabolic cooperation) ซึ่งจุลินทรีย์ต่างๆ สามารถเสริมการทำงานของเส้นทางเมแทบอลิซึม (Metabolic pathway) ของกันและกัน จึงทำให้เกิดการใช้สารตั้งต้นที่มีประสิทธิภาพและผลิตสารเมตาบอไลต์ที่ต้องการได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เชื้อแบคทีเรีย Lactobacillus spp. สามารถผลิตกรดแลคติกซึ่งจะถูกนำไปใช้โดยยีสต์ Saccharomyces spp. ในกระบวนการผลิตเอทานอล ส่งผลให้รสชาติโดยรวมของผลิตภัณฑ์ดีขึ้น กลไกต่อมาซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันระหว่างสายพันธุ์ (Competitive exclusion) โดยจุลินทรีย์บางชนิดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียหรือเชื้อโรค ผ่านการผลิตสารประกอบต้านจุลชีพต่างๆ เช่น แบคเทอริโอซิน (Bacteriocins) กรดอินทรีย์ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายมีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากขึ้น กลไกสุดท้าย คือการปรับและตอบสนองต่อสัญญาณ (Signal modulation) ซึ่งจุลินทรีย์ต่างๆ สามารถสื่อสารกันผ่านการรับรู้ความหนาแน่นของประชากร (Quorum sensing) ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นตัวควบคุมการแสดงออกของยีนและกิจกรรมทางเมแทบอลิซึมของจุลินทรีย์ที่อาจนำไปสู่การผลิตสารให้กลิ่นรส เอนไซม์ [&hellip;]

Sustainable Packaging Innovation with Bioactive Compounds: Opportunities and Challenges for Thailand
What's In

Sustainable Packaging Innovation with Bioactive Compounds: Opportunities and Challenges for Thailand

นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สู่โอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทย นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน: ทางออกใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาพลาสติกในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า บรรจุภัณฑ์ช่วยปกป้องคุณภาพผลิตภัณฑ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย และช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ แม้ว่าผู้บริโภคในปัจจุบันจะนิยมใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์สังเคราะห์ทั่วไป ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนานวัตกรรมโดยนำสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive compounds) หรือสารแอคทีฟมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าบรรจุภัณฑ์สังเคราะห์ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาจนได้เป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์บริโภคได้ (Edible packaging) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคในอนาคต รวมถึงยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน การประยุกต์ใช้สารแอคทีฟจากธรรมชาติในบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ต้านจุลินทรีย์ บรรจุภัณฑ์ต้านจุลินทรีย์เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์และการใช้วัตถุกันเสีย โดยส่วนใหญ่ผลิตจากพอลิเมอร์สังเคราะห์หรือพอลิเมอร์ชีวภาพ (Biopolymer) ที่เติมหรือเคลือบด้วยสารแอคทีฟจากธรรมชาติ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านจุลินทรีย์ และน้ำมันหอมระเหย เป็นต้น โดยมีตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ได้แก่ การยืดอายุแฮมปรุงสุกหั่นชิ้นแช่เย็นด้วยฟิล์ม PET/PE/EVOH/PE ที่เคลือบด้วย (1) น้ำมันหอมระเหยจากชาเขียว และ (2) น้ำมันหอมระเหยจากชาเขียวและออริกาโน ร่วมกับการปรับสภาวะอากาศในบรรจุภัณฑ์ (ไนโตรเจนร้อยละ 70 และคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 30) ซึ่งสามารถชะลอการเน่าเสีย การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสีและพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการต้านจุลินทรีย์และคุณภาพของบรรจุภัณฑ์จะขึ้นอยู่กับชนิดของสาร กลไกของสารแอคทีฟ และเทคนิคที่ใช้ในการผลิต            [&hellip;]

Efficacy of Isomaltulose in Blood Sugar Control
What's In

Efficacy of Isomaltulose in Blood Sugar Control

บทบาทของไอโซมอลทูโลสกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases; NCDs) ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย ดังนั้นการตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดจึงเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพ ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำจะมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยไอโซมอลทูโลสถูกจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งมีคุณสมบัติในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสม่ำเสมอกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น โดยให้พลังงานอยู่ที่ 4 กิโลแคลอรีต่อกรัม จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานจากไขมันในร่างกายได้อีกด้วย โดยได้มีการศึกษาผลของการใช้ผลิตภัณฑ์ไอโซมอลทูโลส เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำตาลซูโครสที่มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน GLP-1 ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 30 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 49-77 ปี โดยจำนวนครึ่งหนึ่งในกลุ่มอาสาสมัครนั้นเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมด้วย พบว่าผู้ที่รับประทานไอโซมอลทูโลสจะมีการหลั่งฮอร์โมน GLP-1 มากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้รับซูโครสอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ความอยากอาหารลดลง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงช่วยเร่งระบบเผาผลาญและสามารถนำพลังงานไปใช้ได้ดีขึ้นอีกด้วย ไอโซมอลทูโลส ถือเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เหมาะสำหรับนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยจัดการน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งผ่านการพิสูจน์จากงานวิจัยทางคลินิกมากมาย นอกจากนี้ไอโซมอลทูโลสยังเป็นผลิตภัณฑ์วีแกน ปลอด GMO ไม่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ อีกทั้งยังผ่านการรับรองตามมาตรฐานฮาลาลและโคเชอร์อีกด้วย By: BENEO Asia Pacific Pte. Ltd. Inga.Heinemann@beneo.com Obesity and type 2 diabetes are [&hellip;]

Brenntag Nutrition Expo 2024:<br>Sustainable Ingredients Inspiration for the Next Generation Success
What's In

Brenntag Nutrition Expo 2024:<br>Sustainable Ingredients Inspiration for the Next Generation Success

บริษัท เบรนน์แท็ก อินกรีเดียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเเสดงสินค้าและสัมมนาร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตส่วนผสมอาหารชั้นนำจากหลายหลายประเทศ ภายใต้ธีม ‘Brenntag Nutrition Expo 2024: Sustainable ingredients inspiration for the next generation success’ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อผู้บริโภคและยกระดับธุรกิจสู่ความยั่งยืน ซึ่งงานนี้ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกว่า 300 ท่าน ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในการจัดงานโดยคาดหวังให้ผู้ร่วมงานสามารถนำคอนเซปท์ของการประยุกต์ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมอาหารเพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการอาหารแห่งอนาคต และคุณ Kenneth Keh, Regional President of Nutrition Asia Pacific, Brenntag Specialties กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งในงานนี้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคการใช้ส่วนผสมอาหารที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านหลากหลายหัวข้อบรรยายที่น่าสนใจ อาทิ เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในตลาดอาเซียน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจในด้านสุขภาพ และแนวทางปฏิบัติในการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งนำเสนอโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ควบคู่กับการจัดแสดงนวัตกรรมส่วนผสมอาหารจากซัพพลายเออร์ด้านวัตถุดิบและส่วนผสมอาหารชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ Roquette, ARLA Foods Ingredients, Oterra, Syensqo, RikeVita, [&hellip;]

Advancing the Fruit and Vegetable Industry with Technology and Machinery
What's In

Advancing the Fruit and Vegetable Industry with Technology and Machinery

เทคโนโลยีและเครื่องจักร: กุญแจสำคัญสู่อนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมผักและผลไม้ ยกตัวอย่างเทคโนโลยีเครื่องจักรที่นิยมนำมาใช้ในกระบวนการผลิตผักและผลไม้ ดังนี้ 1. เครื่องล้างผักและผลไม้อัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอัลตราโซนิก เทคโนโลยีอัลตราโซนิกใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสามารถสร้างฟองอากาศขนาดเล็กเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ยาฆ่าแมลง และแบคทีเรียได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องใช้สารเคมีและไม่ทำลายเนื้อสัมผัส ช่วยประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และน้ำ และในบางรุ่นยังมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การล้างเบื้องต้น ฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการเตรียมผักผลไม้ให้พร้อมสำหรับการปรุงอาหาร โดยเครื่องจักรมีระบบควบคุมเวลาการทำงานที่สามารถตั้งเวลาเวลาเปิดปิดได้ มีระบบวาล์วควบคุมการถ่ายน้ำ ระบบตัดไฟอัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพในการล้างผักผลไม้ในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ทั้งด้านความสะอาด ปลอดภัยจากสารเคมีและเชื้อจุลินทรีย์ เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานแปรรูป 2. เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก น้ำที่หลงเหลืออยู่บนใบผักหลังการล้างอาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ดิน น้ำปุ๋ย และแมลงศัตรูพืช ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการก่อโรคอาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่ค้างบนผักยังเพิ่มความชื้นให้กับอาหาร จึงทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และเร่งให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง เครื่องสลัดน้ำช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้แรงเหวี่ยงและการกรองเอาน้ำออกจากผักโดยไม่ทำลายใบผัก วิธีนี้ช่วยเพิ่มสุขอนามัยและคงความสดใหม่ ทำให้ผักกรอบและน่ารับประทาน โดยเพียงนำผักใส่เครื่องสลัดน้ำ มอเตอร์ของเครื่องจะหมุนเหวี่ยงให้น้ำไหลออกสู่ภาชนะรองรับ อีกทั้งเครื่องสามารถรองรับผักในปริมาณมากและใช้เวลาทำงานเพียงไม่กี่นาที รวมถึงยังสามารถตั้งเวลาให้เครื่องทำงานได้แบบอัตโนมัติ จึงสะดวกและเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานแปรรูปอาหารที่ต้องใช้ผักตัดแต่งในปริมาณมาก 3. เครื่องคัดขนาดผลไม้ เครื่องคัดแยกผลไม้ช่วยคัดแยกผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ช่วยลดความสูญเสีย ยกระดับคุณภาพผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเครื่องส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและมีน้ำหนักเบาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย จึงเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในสวนผลไม้และโรงงานแปรรูป เครื่องคัดแยกผลไม้สามารถคัดแยกผลผลิตได้ตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักอย่างแม่นยำจึงให้คุณภาพที่สม่ำเสมอและลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานลงได้ โดยกลไกการทำงานมีหลายรูปแบบ เช่น [&hellip;]

Nutrients and Brain-Boosting Beverages to Improve Work Performance
What's In

Nutrients and Brain-Boosting Beverages to Improve Work Performance

สารอาหารและเครื่องดื่มบำรุงสมองเพื่อเสริมศักยภาพในการทำงาน คำว่า “สุขภาพดี” ในปัจจุบันนี้ อาจจะไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ร่างกายที่แข็งแรงหรือปราศจากโรค แต่ยังหมายรวมถึงการมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีและมีสมองที่ปลอดโปร่ง ด้วยเหตุนี้ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงสมอง จากข้อมูลตลาดของเครื่องดื่มบำรุงสมองทั่วโลกในปี พ.ศ. 2565-2566 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 18.10 และ 19.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 40.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2574 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 10.5 โดยเครื่องดื่มบำรุงสมองจะมีสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองมากมาย เช่น คาเฟอีน (Caffeine) มีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยเพิ่มระดับอะดรีนาลีน และเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาทชนิดอื่นด้วย สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba extract) โดยสารสกัดที่ได้นั้นมาจากใบแปะก๊วยเป็นหลัก อันประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์อย่างฟลาโวนอยด์ และเทอร์พีนอยด์ ที่มีส่วนช่วยปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและสมอง รวมถึงจอประสาทตาจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ กรดอะมิโนแอลธีอะนีน (L-Theanine) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ พบมากในชาเขียวช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาอาการวิตกกังวล ลดความเครียด รวมไปถึงช่วยเสริมระบบการเรียนรู้และการจดจำ เนื่องจากแอลธีอะนีนสามารถกระตุ้นการผลิตคลื่นสมองชนิดอัลฟ่า และกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท วิตามินบี [&hellip;]