
ทิศทางการส่งออกอาหารอนาคตไทยท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
ในปี พ.ศ. 2568 อาหารอนาคตของไทยมีมูลค่าส่งออก 136,984 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.1 ของการส่งออกอาหารทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.3 ในปี พ.ศ. 2565 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมจากการแข่งขันด้านปริมาณ สู่การสร้างมูลค่าผ่านนวัตกรรม โภชนาการ และคุณสมบัติเฉพาะทาง
กลุ่ม Functional Food และ Functional Ingredients ยังคงเป็นกำลังหลักของอุตสาหกรรม คิดเป็นกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าส่งออกอาหารอนาคต โดยรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น อาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์ปรับโภชนาการ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของไทยด้านการพัฒนาสูตร การผลิต และการสร้างแบรนด์ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น ทำให้การยกระดับสู่การพัฒนา วัตถุดิบและสารประกอบเชิงฟังก์ชันกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบระยะยาว แม้ Functional Ingredients จะมีสัดส่วนการส่งออกไม่สูง แต่ถือเป็น “ต้นน้ำของนวัตกรรม” ที่กำหนดความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก
ในขณะที่ อาหารทางการแพทย์และโภชนาการเฉพาะบุคคล ยังคงเติบโตจากกระแสสังคมสูงวัยและความต้องการโภชนาการเฉพาะบุคคล โปรตีนทางเลือก แม้ตลาดโลกยังขยายตัว แต่การส่งออกของไทยยังชะลอตัวจากการแข่งขันด้านราคา การสร้างแบรนด์ และการยอมรับของผู้บริโภค ส่วน อาหารอินทรีย์ ยังคงเป็นตลาดเฉพาะ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับคุณประโยชน์เชิงฟังก์ชันมากกว่าคำว่า “Organic”
สถานการณ์ไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 แม้มูลค่าการส่งออกอาหารอนาคตลดลงจากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลก แต่โครงสร้างตลาดยังคงแข็งแรง โดยสัดส่วนอาหารอนาคตต่อการส่งออกอาหารทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 สะท้อนว่าอาหารมูลค่าสูงยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดเริ่มแบ่งออกเป็นสองทิศทางอย่างชัดเจน คือกลุ่มอาหารการแพทย์และโปรตีนเฉพาะทางที่ยังเติบโต และกลุ่มสินค้าที่เผชิญการแข่งขันสูงซึ่งเริ่มชะลอตัว











