Intelligent Test Substance … Innovation for Moisture Analyzer Performance

สารทดสอบอัจฉริยะ…นวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพเครื่องวัดความชื้น

โดย: บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำกัด
Mettler-Toledo (Thailand) Limited

Full article TH-EN

สารทดสอบประสิทธิภาพเครื่องวัดความชื้นอัจฉริยะ1สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องวัดความชื้น (Moisture Analyzer) เพื่อความมั่นใจได้ว่าเครื่องมือที่ใช้งานนั้นมีประสิทธิภาพที่ดี อยู่ในเกณฑ์กำหนดและให้ผลการทดสอบที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งผลการทดสอบนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงไปยังกระบวนการผลิตและบ่งชี้ได้ถึงคุณภาพของสินค้า
สารทดสอบประสิทธิภาพเครื่องวัดความชื้นอัจฉริยะ1 นี้นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมแห่งยุคที่ใช้สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจวิเคราะห์หาค่าวัดความชื้นในตัวอย่าง ซึ่งเครื่องวัดความชื้นนี้มีความสำคัญในกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของทุกๆ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร ยา พลาสติก เป็นต้น

เครื่องวัดความชื้น (Moisture Analyzer) ทำหน้าที่หาค่าความชื้นในตัวอย่างด้วยหลักการ Thermogravimetric Measurement ซึ่งภายในเครื่องจะประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือส่วนที่ให้ความร้อนและส่วนของเครื่องชั่ง หากแม้เกิดอุปกรณ์ส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานผิดปกติหรือเกิดความผิดปกติจากแวดล้อมภายนอก เช่น อุณหภูมิหรือความชื้นห้องผิดปกติ อาจส่งผลทำให้ผลการทดสอบนั้นได้ค่าที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นในระบบคุณภาพจึงมีการกำหนดให้ผู้ใช้งานดำเนินการตรวจสอบสภาพเครื่องมืออยู่สม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจได้ว่า เครื่องมือจะให้ผลการทดสอบที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ

ความถูกต้องของการวัดความชื้นอาจได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยสำคัญหลักที่มีผลกระทบต่อการวัด 3 ข้อคือ
• การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
• ความแตกต่างของลักษณะตัวอย่าง
• ความผิดพลาดในการชั่งน้ำหนัก

Intelligent test substance verifies and ensures efficiency and accuracy of moisture analyzer, which affect directly to the production process and product quality.
This intelligent test substance is an innovation of the era for moisture measurement. It plays a key role in production and quality control process of every industry ranging from food, medicine, plastic, to name a few.

Moisture analyzer works by measuring moist content in sample substance using thermogravimetric measurement. The machine consists of two parts, heating and weighing devices. When only one of the two devices are malfunctioned or facing errors from the influence of external factors, for example; erratic room temperature or irregular room humidity, the analyzer may deliver invalid test result. Therefore, in quality control system, users are required to test the equipment regularly to ensure accurate and reliable results.

The accuracy of moisture measurement may be influenced by many factors, but there are three crucial factors;
• Temperature change
• Sample differences
• Weighing errors

Confession of a QA Man

คำสารภาพของ QA Man

โดย: สหัส รัตนะโสภณชัย
Sahas Ratanasoponchai
Assistant Vice President: Hygiene Business
Betagro Group

Full article TH-EN

ในมายาของโลกภาพยนตร์ มักจะมีฮีโร่เสมอ เช่น ซูเปอร์แมน สไปเดอร์แมน แบทแมน หรืออุลตร้าแมน แต่ในโลกแห่งการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีตำแหน่งต่างๆ มากมาย ในจำนวนนี้จะมีพนักงานประกันคุณภาพเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่คอยตรวจสอบให้สินค้ามีคุณภาพถึงมือผู้บริโภคหรือลูกค้า การทำหน้าที่ของพนักงานนี้อาจเรียกอีกชื่อว่า “QA Man” ก็ได้

ปัจจุบัน โรงงานแต่ละแห่งจะประชาสัมพันธ์เสมอว่าสินค้ามีคุณภาพ สด สะอาด และปลอดภัย รับประกันโดยมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็ตรวจสอบโดย QA Man นี่เอง ความหนักอึ้งในบทบาทหน้าที่นี้จึงเกิดขึ้น…ไหนจะต้องถกเถียงกันภายในโรงงานกับหน่วยผลิต คลังสินค้า หรือการจัดส่ง…ไหนจะต้องพบกับแรงบีบคั้นจากฝ่ายอื่นๆ ในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหน่วยวิจัยพัฒนา หน่วยงานขายหรือการตลาด และท้ายสุดอาจมาจากเจ้านายเบื้องบนเองด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ แต่ละแห่งก็จะมีแรงกดดันหรือวัฒนธรรมองค์กรแตกต่างกันไป แต่ในฐานะ QA Man นี่คือหน้าที่ที่ต้องดูแลสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดครบทุกประเด็น

In the illusive world of movies, there are many glorified heroes, like Superman, Spiderman, Batman or even Ultraman. But in the real working world of food industry, where there are more professions and positions in an organization than one can count, Quality Assurance is just one small division that assures quality food products will be delivered to consumers/clients. Let’s call a person working in this division “the QA Man”.

As part of PR strategies, manufacturers commonly advertise that their products are fresh, clean, and safe; guaranteed by regular and thorough inspection. And the person responsible for this inspection is none other than our QA Man. Loads and responsibility of this position is, sometimes, so burdensome to the point of suffocating. For example, the QA Man is in constant arguments with other divisions in the factory, e.g., production, warehouse and logistics, as well as getting relentless pressures from other departments, like R&D, sales & marketing, and most importantly, from his own supervisor. Though each organization has different kind of pressures and different corporate culture, QA Man’s responsibility is almost always the same everywhere: s/he is to make sure that products meet with specified quality in every way.

The Truth About Vitamin D

คุณรู้จักวิตามินดีแค่ไหน

By: WebMD

Full article TH-EN

คงจะดีไม่น้อยถ้าวิตามินหนึ่งสามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงไปพร้อมๆ กับการป้องกันโรคเบาหวาน การอักเสบของปลอกประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง มะเร็ง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งช่วยลดน้ำหนัก นักวิจัยหลายรายตั้งความหวังไว้กับวิตามินดีซึ่งมาจากการที่ร่างกายสังเคราะห์บริเวณผิวหนังเมื่อได้รับแสงแดด และจากอาหารบางชนิดหรือการเสริมอาหาร…ดังนั้นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของวิตามินดีในภาวะต่างๆ และใครกันที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี

วิตามินดีเสริมสร้างสุขภาพกระดูก
วิตามินดีจัดว่ามีความสำคัญต่อกระดูกที่แข็งแรงตั้งแต่ทารกไปจนถึงผู้สูงวัย โดยวิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร ในวัยผู้สูงอายุการได้รับปริมาณวิตามินดีและแคลเซียมที่พียงพอต่อร่างกายจะช่วยป้องกันโรคกระดูกหักและกระดูดเปราะได้ สำหรับวัยเด็กจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีเพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็กอันเป็นสาเหตุของการผิดรูปของข้อเข่า หรือขาโก่ง และโรคกระดูกพรุน ในทศวรรษที่ 1930 พบว่าการเติมวิตามินดีในนมมีส่วนช่วยในการกำจัดโรคริคเก็ตส์ในสมัยนั้นได้

แสงแดดให้วิตามินดีได้อย่างไร?
คนส่วนใหญ่ได้รับวิตามินดีจากแสงแดด เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงกระทบกับผิวร่างกายจะทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้เอง แต่การรับวิตามินดีจากแสงแดดก็ใช่ว่าจะเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน โดยคนผิวขาวอาจได้รับวิตามินที่เพียงพอใน 5-10 นาทีในวันแดดออกหรือประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ในวันเมฆมากมีแสงน้อยอย่างในช่วงฤดูหนาว และการใช้ครีมกันแดด (สิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอย) อาจเป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายไม่ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดอย่างเพียงพอ และกรณีผู้สูงอายุและผู้ที่มีโทนสีผิวคล้ำก็ไม่ควรได้รับแสงแดดมากนัก อย่างไรก็ตาม หนทางที่ร่างกายจะได้รับวิตามินดีนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยังคงเชื่อว่าร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดดได้มากกว่าการกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

Wouldn’t it be great if one vitamin could build stronger bones and protect against diabetes, multiple sclerosis, cancer, heart disease, and depression? Or even help you lose weight? Researchers have high hopes for vitamin D — which comes from our skin’s reaction to sunlight, a few foods, and supplements. Learn the facts in the slides ahead … and see who’s at risk for a “D” deficiency.

Vitamin D Boosts Bone Health
Vitamin D is critical for strong bones, from infancy into old age. It helps the body absorb calcium from food. In older adults, a daily dose of “D” and calcium helps to prevent fractures and brittle bones. Children need “D” to build strong bones and prevent rickets, a cause of bowed legs, knock knees, and weak bones. Adding the vitamin to milk in the 1930s helped to nearly eliminate rickets.

How Does Sun Give You Vitamin D?
Most people get some vitamin D from sunlight. When the sun shines on your bare skin, your body makes its own vitamin D. But you probably need more than that. Fair-skinned people might get enough in 5-10 minutes on a sunny day, a few times a week. But cloudy days, the low light of winter, and the use of sun block (important to avoid skin cancer and skin aging) all interfere. Older people and those with darker skin tones don’t make as much from sun exposure. Experts say it’s better to rely on food and supplements.

The Innovation of Rapid Protein Test

นวัตกรรมชุดทดสอบโปรตีนรวม

By: THAI-NEO Biotech Co., Ltd.

Full article TH-EN

ชุดทดสอบโปรตีนรวม1 ใช้งานง่ายให้ผลภายใน 10 วินาที สามารถทดสอบหาสารโปรตีนตกค้างโดยใช้การอ่านผลการเปลี่ยนสีแบบง่าย สามารถทดสอบหาค่าโปรตีนได้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อตัวอย่าง ซึ่งมีความละเอียดและผลที่ได้มีความน่าเชื่อถือ

Ed Bradley, Neogen’s Vice President of Food Safety ให้ความเห็นว่า “ชุดทดสอบโปรตีนรวม1 ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง และเป็นวิธีที่รวดเร็วแม่นยำและน่าเชื่อถือ สำหรับการวัดค่าสารโปรตีนตกค้างบนพื้นผิว และเทคนิคดังกล่าวเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมสำหรับหลายบริษัทที่ต้องการอินดิเคเตอร์ที่มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกระบวนการทำความสะอาดโดยปราศจากการใช้เครื่องมือ”

ชุดทดสอบโปรตีนรวม1 สามารถตรวจสอบความสะอาดโดยตรวจหาสารโปรตีนตกค้างที่หลงเหลืออยู่ภายหลังจากการผลิตอาหารหรือน้ำ หากไม่มีโปรตีนหลงเหลือ สีของสารละลายที่ปลายก้านทดสอบจะยังคงเป็นสีทองแดงซึ่งแสดงว่าพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีสารโปรตีนตกค้างอยู่ หากมีการเปลี่ยนสีไปเป็นสีเทาแสดงว่ามีการพบสารโปรตีนตกค้างในปริมาณที่ต่ำ และถ้ามีการเปลี่ยนสีไปเป็นสีเขียวหรือสีฟ้าแสดงว่ามีการปนเปื้อนของสารโปรตีนในปริมาณมาก

นอกจากนี้ ผู้นำด้านนวัตกรรมชุดทดสอบโปรตีน2 ยังมีชุดทดสอบความสะอาด ATP Sanitation Monitoring System3 ที่มีความละเอียดและเป็นระบบการตรวจสอบความสะอาดที่มีความแม่นยำอีกด้วย โดยระบบการตรวจสอบนี้จะประกอบด้วย ก้านทดสอบที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ สามารถเก็บสิ่งตกค้างที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิวหลังจากกระบวนการทำความสะอาด ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กเหมาะสำหรับพกพา รวมไปถึงโปรแกรมจัดการข้อมูลที่ใช้งานง่ายเพื่อจัดการกับข้อมูลรวมไปถึงประมวลผลทดสอบ นอกจากนี้ยังมีระบบเครือข่ายออนไลน์4 ที่ผู้บริหารในองค์กรที่มีโรงงานหลายแห่ง สามารถเข้ามาดูข้อมูลผลทดสอบ ATP ของหลายโรงงานได้ในเวลาเดียวกัน

An Enhanced Rapid Protein Test1 is a simple, 10-second visual test that reveals detected protein residue through an easy-to-interpret color change. With a protein detection limit of 10 μg per sample, the test provides sensitive, reliable results.

“There is simply no easier, less expensive, or reliable method of quickly and accurately measuring protein residues on a surface than an Enhanced Rapid Protein Test1,” said Ed Bradley, Neogen’s vice president of Food Safety. “It’s the perfect solution for many companies that want a quick indication of the effectiveness of their sanitation processes without the use of an instrument.”

The Enhanced Rapid Protein Test1determines cleanliness by detecting any protein residues left behind from previously processed food and liquids. If no protein is detected, the solution in the bottom of the cup will remain copper-colored to indicate the surface is clean. A color change to gray indicates a low level of protein has been detected, while a change to green/blue or blue indicates a higher level of protein detected.

The protein testing solution provider2 also offers advanced ATP Sanitation Monitoring System3 —the most sensitive and consistent sanitation monitoring test system available. The system features samplers with new technology to more consistently collect any potential residues left behind after sanitation efforts; an enhanced compact instrument to better detect any residues collected by the samplers; user-friendly data management software to organize and analyze the system’s test results; and new network4, which is a cloud-based software platform that gives food safety directors immediate access to ATP testing results from each of their facilities.

High Pressure Processing (HPP) for Food Preservation

เทคโนโลยีการถนอมอาหารด้วยความดันสูง

โดย: APEC Center for Technology Foresight (APEC CTF)
STI Information and Foresight Centre (STI IFC)
National Science Technology and Innovation Policy Office (STI)

Full article TH-EN

จากการส่งเสริมการกินอยู่เพื่อสุขภาพที่ดีผ่านโครงการต่างๆ ของภาครัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์แทรกซึมไปทุกหนแห่ง จนใครก็สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดาย ผู้คนก็ยิ่งเริ่มมองหาคำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพจากโลกออนไลน์มากขึ้น เกิดเป็นกระแส “กินคลีน” หรือความต้องการซื้อหาอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูงในที่สุด ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้เองที่กลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารต้องพยายามหาวิธีเก็บรักษาอาหารให้มีอายุยืนยาว โดยยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารเอาไว้อย่างเต็มที่

กระบวนการถนอมอาหารโดยไม่ใช้ความร้อน (Non-thermal processing) สามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อจุลินทรีย์และเอนไซม์ได้ โดยไม่ส่งผลเสียต่อความสดและรสชาติของเนื้ออาหาร ซึ่งแตกต่างจากการพาสเจอร์ไรส์และสเตอริไลส์ซึ่งต้องใช้ความร้อนสูง กระบวนการที่ไม่ใช้ความร้อนนี้จะรวมถึงการฉายรังสีการฆ่าเชื้อ อัลตราซาวนด์ หรือการใช้กระแสไฟฟ้า เช่น เทคนิคสนามไฟฟ้า (Pulse electric field) เทคนิคแสงความเข้มสูง (High-intensity light pulses) เทคนิคสนามแม่เหล็ก (Oscillating magnetic fields) ตลอดจนเทคนิคการใช้แรงดันน้าความดันสูง (High hydrostatic pressure) ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ถูกนำไปใช้กับอาหารพร้อมรับประทานหลากหลายชนิด อาทิเช่น การใช้ระบบ Fresher under pressure ในการผลิตอะโวคาโดดิพพร้อมรับประทาน (Guacamole) ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือกระบวนการผลิตแฮมแผ่นในประเทศสเปน1 ซึ่งสามารถยืดอายุแฮมจาก 3 สัปดาห์ เป็น 8 สัปดาห์ เป็นต้น นอกจากนี้ การผลิตโดยใช้ระบบของประเทศฝรั่งเศส2 สามารถยืดอายุน้ำส้มและน้ำเกรพฟรุตจาก 1 สัปดาห์ เป็น 3 สัปดาห์ได้เลยทีเดียว

Over the last few years, due to government promotional campaigns in “health-and-wellness” food and beverages, consumers have developed better health awareness and hence demands in high-quality food and beverages. The effects of internet penetration together with easy-to access knowledge resources and social media services have led consumers to seek online advices for healthy eating.

Consequently, this has encouraged the food industrial sector to produce preserved food with minimised chemical treatment, maintained high nutrients, and longer shelf life. Traditionally, high-temperature methods used for food preservation require size reduction and cause unavoidable losses of essential nutrients and original characteristics such as colours, textures, and flavours. As opposed to pasteurisation and sterilisation, non-thermal treatments can be applied to inactivate micro-organisms and enzymes without affecting the freshness and palatability of food matrix. These include irradiation, antimicrobials, ultrasounds, electrical methods such as pulse electric fields, high-intensity light pulses, and oscillating magnetic fields, and high hydrostatic pressure. The latter, in particular, has been performed on a variety of convenient food products such as guacamole in the U.S. by Fresher under pressure system, sliced ham1 in Spain (shelf life extended from 3 weeks to 8 weeks), and oranges and grapefruit juices2 by ULTI company in France (shelf life extended from 5-8 days to 3 weeks under refrigerated storage).

A New Technique for Vegetable Oil Analysis

เทคนิคใหม่ในการตรวจวิเคราะห์น้ำมันพืช

Full article TH-EN

การทดสอบด้านการควบคุมคุณภาพและการรับประกันคุณภาพของสินค้าหรือบริการต่างๆ นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากในทุกๆ ขั้นตอนตลอดซัพพลายเชนอาหาร ตั้งแต่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดส่งและจัดจำหน่ายยังร้านค้าปลีก โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงอาหารหรืออาหารปลอมเกิดขึ้นจึงเริ่มมีการให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์อาหารที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูง

เรื่องอาหารปลอมนั้นจัดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานับสิบปีแล้ว ตามรายงานของ USP ซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เผยว่า น้ำมันพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันมะกอกมีความเสี่ยงสูงต่อการปลอมปนและพบเป็นกรณีที่มีการปลอมแปลงทางเอกสารมากที่สุดด้วย โดยมีการลดสัดส่วนขององค์ประกอบในน้ำมันอันเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้มีการเผยแพร่ผลการศึกษาและบทความมากกว่า 270 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงน้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียวในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการตรวจวิเคราะห์ทางอาหารได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างมาก ดังนั้น อาหารที่มีการปลอมแปลงต่างๆ ก็ไม่น่าจะหลุดรอดการตรวจจับที่เข้มงวดนี้ไปได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยอย่างกว้างขวางในด้านการตรวจวิเคราะห์น้ำมันพืชเพื่อทดสอบความถูกต้องและคุณสมบัติทางเคมีด้วยเทคนิคการตรวจวิเคราะห์ อาทิ Gas Chromatography (GC) และ High-Performance Liquid Chromatography (HPLC) ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อประเมินปริมาณไตรกลีเซอไรด์ในตัวอย่างน้ำมันพืช โดยที่คุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของน้ำมันพืชนั้นจะมีความสัมพันธ์กับชนิดและปริมาณสัมพัทธ์ของไตรกลีเซอไรด์ในแต่ละตัวอย่าง

Quality control and quality assurance testing are increasingly important at every point in the food supply chain, from manufacturing and packaging to distribution and retail sale. The focus on efficient and reliable food analysis has become more acute over the past few years, as high-profile cases of food fraud and adulteration have come to light.

Food fraud is a decades-old problem. According to researchers at the U.S. Pharmacopeial Convention (USP), an independent scientific non-profit organization, vegetable oils—especially olive oil—have a high vulnerability to adulteration and represent the most documented cases of food fraud, with dilution being the most common cause of problems. Over the past 30 years, more than 270 studies and articles have been published on the adulteration of olive oil alone.

In recent years, food analysis has improved dramatically and many types of adulterated food are now unlikely to escape detection. Extensive research has been done in the field of vegetable oil analysis to test for authenticity and chemical properties. For example, gas chromatography (GC) and high-performance liquid chromatography (HPLC) have frequently been used to evaluate triglyceride content in vegetable oil samples. The physical and chemical properties of vegetable oils are closely related to the type and relative amount of each constituent triglyceride in the sample.

Simple Substitutes for Vegetable Oil for Cake, Muffins, or Brownies

ส่วนผสมอาหารใกล้ตัวที่ใช้ทดแทนน้ำมันพืชสำหรับการอบเค้ก มัฟฟิน และบราวนี่

Full article TH-EN

สำหรับน้ำมันพืชแล้วจัดว่าเป็นส่วนผสมอาหารที่นิยมนำมาใช้ในการทำขนมอบ เนื่องจากทำให้ผลิตภัณฑ์ขนมอบหรือคุกกี้มีเนื้อเบาและรสชาติอร่อย แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณกำลังจะอบเค้กหรือคุกกี้แล้วเกิดพบว่าไม่มีน้ำมันพืชเหลือพอให้นำมาใช้? แน่นอนว่าคุณจำเป็นต้องมีส่วนผสมอาหารที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมันพืชไปในสูตรได้

เป็นที่ถกเถียงกันมานานของนักอบขนมเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันคาโนลาเมื่อเทียบกับน้ำมันพืช ทั้งที่อันที่จริงก็ต้องยกให้เป็นเรื่องของความชอบในอาหารและรสชาติของแต่ละบุคคลไป แต่น้ำมันคาโนลาและน้ำมันพืชนั้นสามารถใช้ทดแทนกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้น้ำมันคาโนลาแทนน้ำมันพืชก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ

อย่างไรก็ตาม มีตัวเลือกมากมายที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมันพืชได้เป็นอย่างดีและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้เนยแทนน้ำมันพืช ซึ่งในความเป็นจริงสูตรขนมอบส่วนใหญ่ก็ใช้เนยมากกว่าน้ำมัน ดังนั้นเนยจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจหากคุณจะไม่ใช้น้ำมันพืชในการอบขนม

The most common type of oil used in baking is vegetable oil, because it’s light in body and taste. So what happens when you’re baking cakes or cookies and you run out of your go-to oil?
Clearly, you’re going to need a suitable substitute for vegetable oil.

A longstanding debate among bakers is the one about the benefits of canola oil vs. vegetable oil, and really, it comes down to individual preferences regarding diet and taste. The two oils are quite interchangeable, so if you need to substitute canola oil for vegetable oil, go ahead and don’t worry about it.

There are many options available that are healthy and/or simple substitutes for vegetable oil. For example, you can easily substitute butter for vegetable oil; in fact, most baking recipes call for butter rather than oil so this is an obvious choice if vegetable oil isn’t an option.

Global Edible Oil Market

ตลาดน้ำมันเพื่อการบริโภคของโลก

โดย: MarketsandMarkets™

Full article TH-EN

น้ำมันเพื่อการบริโภคถูกผลิตขึ้นให้มีคุณสมบัติที่เฉพาะตัว และสามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสม เช่น คุณสมบัติที่ไร้รสชาติ เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตอาหารนานาชาติ คุณสมบัติทนทานตามธรรมชาติเพื่ออายุการเก็บรักษาในเวลานาน และคุณสมบัติของรสชาติที่มีความแน่นอน น้ำมันเพื่อการบริโภคนั้นสามารถผลิตได้ทั้งจากพืชและสัตว์ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย โดยตามกำหนดของรัฐบาลรัฐออนทาริโอของแคนาดา “น้ำมันเพื่อการบริโภค หมายถึงสารอาหารที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์นม และมีต้นกำเนิด แหล่งที่มา และองค์ประกอบอย่างไรก็ได้ และถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์ ทั้งในแบบ 100% และบางส่วน จากไขมันหรือน้ำมันที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์นม”

น้ำมันปาล์ม น้ำมันเพื่อการบริโภคที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด
น้ำมันเพื่อการบริโภคแต่ละชนิด เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างแพร่หลาย โดยในจำนวนนี้ น้ำมันปาล์มถือเป็นน้ำมันเพื่อการบริโภคที่มีการเติบโตมากที่สด เนื่องจากสามารถนำไปใช้ได้ในการผลิตอาหารหลายชนิด ตั้งแต่ขนมหวานไปจนถึงอาหารสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่นม น้ำมันปาล์มยังถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตน้ำมันและไขมันชนิดพิเศษ ด้วยลักษณะเฉพาะเชิงคุณสมบัติและเนื่องจากหาได้ง่าย ผลของต้นปาล์มนั้น แบ่งออกได้เป็น เนื้อส่วนนอก ที่นำไปผลิตน้ำมันปาล์ดิบ และเปลือกส่วนในสำหรับผลิตเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีเนื้อแกนกลางอีก 2-3 แก่น ซึ่งนำไปทำผลิตน้ำมันอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า น้ำมันจากเนื้อในเม็ดปาล์ม (Palm kernel oil) น้ำมันปาล์มมีส่วนประกอบของไตรกลีเซอไรด์กรดปาล์มิติก และกรดโดเลอิค และมีลักษณะเป็นกึ่งของแข็งในอุณหภูมิห้อง น้ำมันปาล์มที่ผ่านกระบวนการแล้วแปรสภาพเป็นกลิ่นคล้ายกับไวโอเล็ตและการอ็อกซิเดชั่น โดยผลิตภัณฑ์จากปาล์มเหล่านี้นั้นถูกนำไปใช้ในฐานะน้ำมันชั้นต้นในการผลิตไขมันและน้ำมันชนิดพิเศษ

เนื่องด้วยคุณสมบัติที่มีประโยชน์หลายอย่าง และความทนทานต่อกระบวนการอ็อกซิเดชัน น้ำมันปาล์มสามารถพบได้ในฐานะส่วนประกอบที่สำคัญของอาหารสำเร็จรูปหลายชนิด อาทิ มาการีนและผลิตภัณฑ์ทาหน้าขนมปังแบบเหลว ขนมทอดกรอบ มายองเนส ซุปสำเร็จรูป บะหมี่ ขนมปังแพ็ค เค้ก คุกกี้ และขนมอบ

Edible oils are processed to meet specific properties that provide an optimum range of desired functionalities such as neutral taste profile to ensure use in a wide range of food processing applications, natural high stability for longer shelf life, and increased flavour stability. Edible oils are both plant as well as animal based such as palm oil, olive oil, canola oil, coconut oil, and cotton seed oil. According to Government of Ontario, “edible oil product, means a food substance, other than a dairy product, of whatever origin, source or composition that is manufactured for human consumption wholly or in part from a fat or oil other than that of milk.”

Palm oils are most-widely accepted edible oil
Different edible oils such as olive oil, palm oil, soybean oil, canola oil, coconut oil, and cottonseed oil are widely used across the food industry. Among these, palm oil is the fastest-growing edible oil market due to their wide-ranging usage in confectionery and convenience foods, and non-dairy products. Palm oils are majorly used to produce specialty oils & fats, due to their compositions and wide availability. The palm fruit consists of an outer pulp, which is the source of the crude palm oil; an inner shell, which is used for fuel; and two or three kernels, which are the source of another oil type: palm kernel. Palm oil, which consists mainly of triglycerides of palmitic and oleic fatty acids, is semisolid at room temperature. Processed palm oil generally develops a slight, distinctive violet-like odour with oxidation. These palm products are used as base oils for production of specialty fats & oils

Due to their highly versatile feature and good stability against oxidation, palm oils are now finding wide application in the processing of several convenience food products such as pourable margarine and spreads, fried snacks, mayonnaise, soup-mixes, noodles, packaged bread, cakes, cookies, and pastries.

The Most Recent Food Regulations Have Been Enforced Notification of the Ministry of Public Health (No.381) B.E.2559 (2016) Re: Food Additives (No.4)

 

กฎระเบียบด้านอาหารล่าสุดที่มีผลบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 4)

โดย: สำนักอาหาร
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
food@fda.moph.go.th

Full article TH-EN

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยมีการนำวัตถุเจือปนอาหารมาใช้ในกระบวนการผลิตและเจือปนโดยตรงในอาหารอย่างกว้างขวาง เพื่อให้อาหารเกิดคุณสมบัติต่างๆ ตามที่ต้องการและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นหากมีการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่ไม่ถูกต้องหรือเหมาะสม ดังนั้น เพื่อให้ข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหารมีความเหมาะสมตามความจำเป็นทางด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหารสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางสากล ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 3 ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 379) พ.ศ.2559 เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 359) พ.ศ.2556 เรื่อง ซัยคลาเมต ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 380) พ.ศ.2559 เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 360) พ.ศ.2556 เรื่อง สตีวิออลไกลโคไซด์ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 4) เพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อกำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

Currently, food additives are widely used in Thailand’s food industry, both in the production process and adding directly into finished product, to enhance flavour, texture and appearance of food product. This could possibly pose risk to consumers from health-harming chemical intakes, especially in case the additives are incorrect or inappropriate. Therefore, to establish regulations for the appropriate use of food additives in accordance with food technology in present days and international standards, as well as increase the effective consumer protection measures, the Food and Drug Administration (FDA) has issued three Ministry of Public Health (MOPH) Notifications;

Thailand’s Food Industry

สถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารของแดนขวานทอง

โดย: กองบรรณาธิการ
Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN

อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยในปี 2559 อุตสาหกรรมอาหารสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า 24 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 860 พันล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าเกษตร ร้อยละ 40 และสินค้าเกษตรแปรรูป ร้อยละ 60

ผลิตภัณฑ์อาหารไทยหลากหลายชนิดมีมูลค่าการส่งออกสูง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ติด 5 อันดับต้นๆ ในตลาดโลก ได้แก่ ไก่แปรรูป อาหารทะเลบรรจุกระป๋อง กุ้งแช่แข็งและกุ้งแปรรูป และเครื่องปรุงรส โดยประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญ คือ ความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบ

การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารของไทยในปี 2560 นั้นเติบโตขึ้นจากหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ วัตถุดิบในภาคการเกษตรที่มีมากขึ้น การขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศกลุ่ม CLMV (ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ค่าเงินบาทที่คงที่มากขึ้น รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ New S Curve ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจในกลุ่ม SMEs และสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทย โดยในปี 2560 นี้คาดว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารของไทยจะเติบโตร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 26 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 902.5 พันล้านบาท

เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 ทางรัฐบาลได้พัฒนาศูนย์กลางในการเจริญเติบโตใหม่ๆ ขึ้น โดยริเริ่มจัดตั้งโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก ครอบคลุมเขตจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยจะมีการเชื่อมโยงกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่มด้วยกัน มุ่งหวังปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศที่เพิ่มมูลค่าและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการสนับสนุนในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก โดยมีข้อเสนอในเรื่องแรงจูงใจและการยกเว้นภาษีให้กับบริษัทซึ่งใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่มาสร้างโรงงานและฐานการผลิตในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้มุ่งเน้นไปในด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ (Efficient agriculture) เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมอาหาร โครงการดังกล่าวได้มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจอาหารของประเทศไทย ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ครัวของโลก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย

Thailand’s food industry plays a major role in driving Thailand’s economy forward. In 2016, the industry earned the country revenue of more than UDS 24 billion, or over THB 860 billion, which generate about 40 percent by agricultural commodities and 60 percent by agricultural processing.

Several Thai food products have high export value and are among the top five in the world market, such as processed chicken, canned seafood, processed and frozen prawns and seasoning. Indeed, Thailand’s strength lies in its possession of a considerable variety of raw materials.

Thailand’s food exports in 2017 are witnessing a growth trend thanks to several factors from an increasing number of available raw materials in the agricultural sector, the evident expansion of CLMV (Cambodia, Lao PDR, Myanmar, Vietnam) economies and more stability of our baht currency, to the government’s economic stimulus measures such as the “New S-Curve” under the “Eastern Economic Corridor (EEC)” that is aimed at supporting SMEs and startups, which are expected to become the country’s major business group. Food exports are expected to grow by 8 percent compared to the previous year, with a value of at least USD 26 billion or THB 902.5 billion.

In order to move forward on Thailand 4.0 strategy, the government is therefore developing new growth hubs by starting with the Eastern Economic Corridor (EEC) which covers Rayong, Chonburi and Chachoengsao. It is expected to connect with 10 target industries which take into account the shifting of Thailand’s economy to value-based, innovation driven economy, “Food for the Future” is among target industries being promoted in EEC area, which offered generous incentives and tax exemptions to high tech companies that set up advanced manufacturing facilities in the country. The key focuses are Efficient Agriculture, Biotechnology and Food Innovation. The Project places an emphasis on enhancing the competitiveness of Thai food entrepreneurs. It will contribute to the development of Thailand into the “Kitchen to the World”. New technology will also be adopted for food production and processing, thus reducing production costs.