Meat Pro Asia: The Ultimate Destination for the Meat Processing and Packaging Industry !

Meat Pro Asia (มีท โปร เอเชีย) เวทีเจรจาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมการแปรรูป กระบวนการผลิตเนื้อ และบรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากงานระดับโลกสู่ภูมิภาคเอเชีย !

Meat Pro Asia (มีท โปร เอเชีย) งานแสดงสินค้าแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ชั้นนำของเอเชีย ครอบคลุมธุรกิจไข่ สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และอาหารแปรรูป พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มผู้ซื้อ ตัวแทนจัดจำหน่ายรายสำคัญจากทั่วโลก เพื่อเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพสูงในอาเซียนได้

Meat Pro Asia มุ่งเน้นการนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาด้านการจัดการและการขนส่งจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ตั้งแต่การเชือด บรรจุภัณฑ์ การประทับตราสัญลักษณ์ การขนส่งด้วยความเย็น การควบคุมอุณหภูมิ ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ระบบอัตโนมัติ IoT ที่ใช้ในการผลิต การบำบัดและจัดการของเสีย ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่เหมาะกับ ผู้เข้าร่วมงานในสาขาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัทแปรรูป ผู้ค้าปลีก ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ค้าส่ง ผู้ผลิต ตัวแทน/ผู้จัดจำหน่าย และบริษัทวิศวกรรม

Meat Pro Asia เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือในเชิงกลยุทธ์ระหว่างสองผู้จัดงานแสดงสินค้าชั้นนำระดับภูมิภาค ทั้ง วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค (ผู้จัดงาน VIV Asia) และ Messe Frankfurt New Era Business Media Ltd. (ผู้จัดงาน IFFA) งาน Meat Pro Asia จัดร่วมกับงาน VIV Asia ตั้งแต่วันที่ 8-10 มีนาคม พ.ศ. 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค กรุงเทพฯ เวลา 10.00-18.00 น. | ลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ที่ www.meatpro-asia.com

ไฮไลท์ที่น่าสนใจของงาน Meat Pro Asia

 พบ 100+ ผู้ประกอบการจากบริษัทผู้ผลิต นําเข้าและตัวแทนจัดจําหน่ายเครื่องจักรเพื่อใช้ในโรงงานผลิตและแปรรูปอาหาร–เนื้อสัตว์ ตลอดจนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ การจัดการความเย็น ฯลฯ
 ร่วมงานสัมมนากว่า 30+ หัวข้อ ครอบคลุมทั้งนวัตกรรมการผลิตอาหาร มาตรฐานอาหารปลอดภัย อาหารแห่งอนาคต การผลิตอาหารอย่างยั่งยืน และอาหารฮาลาล ทุกหัวข้อสัมมนา สามารถเข้าฟังได้ฟรี
 เพิ่มโอกาสการเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อและนักลงทุนทั่วเอเชียเพื่อขยายเครือข่ายทางธุรกิจให้กว้างขวางผ่านกิจกรรมต่างๆ
 กิจกรรมนําทัวร์โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมสำรวจงานและพบกับคู่ค้าที่มีศักยภาพตรงกับกลุ่มธุรกิจที่มองหา
 บริการรถรับส่งฟรี สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าและจองรอบรถรับส่ง เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าเยี่ยมชมงาน

ตัวอย่างของผู้ประกอบการในงาน Meat Pro Asia

 Bizerba: ผู้ผลิตระบบตรวจสอบสำหรับการผลิตอาหารสัญชาติเยอรมันพร้อมจัดแสดงระบบตรวจจับโลหะ iMD pro พร้อมด้วยสายพานในตัวเพื่อการประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้และยืดหยุ่น
 Qingdao Main-Link Cleaning Equipment: ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารพร้อมจัดแสดง Centralized Foam Wash & Sanitizing System ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการแปรรูปอาหารและโรงฆ่าสัตว์
 HiperScan: การสาธิตเทคโนโลยีการตรวจสอบที่รวดเร็วและเชื่อถือได้สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกประเภท
 Wuhan Grand Hoyo: ผู้ผลิตไกลซีนเกรดอาหารรายใหม่มาแสดงคุณสมบัติการเก็บรักษาและการปรุงรสผลิตภัณฑ์
 Munforks: แบรนด์สัญชาติสวีเดนนำเสนอ SPS10 Carcass Splitting Blade, 4TPI Meat Bandsaw Blade และ Toothed Bacon Slicer
 Rieckermann: ผู้ให้บริการและเทคโนโลยีที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อแสดงโซลูชันคุณภาพสูงที่ปรับแต่งได้สำหรับห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของการผลิตภาคอุตสาหกรรม
 Mettler Toledo: โซลูชันสำหรับเครื่องมือวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิเคราะห์แบบอินไลน์ เครื่องชั่งดิจิตอล

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ

โปรแกรมการประชุมและสัมมนาภายในงาน Meat Pro Asia 2023 ถูกกำหนดให้เป็นงานระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมการผลิตโปรตีนจากสัตว์ ด้วยรายชื่อวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งจะมีโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดในธุรกิจ ไฮไลท์บางส่วนของโปรแกรมการสัมมนา ได้แก่

 The Future Food Conference presented (การประชุมเกี่ยวกับธุรกิจอาหารแห่งอนาคต) โดย Good Food Institute Asia Pacific, Bühler, Thai Union Group Plc.
 The Sustainable Food (การประชุมเกี่ยวกับการผลิตอาหารเพื่อความยั่งยืน)โดย Multivac Group, Mayekawa, Bizerba Southeast Asia, HiperScan GmBH
 The Food Safety (การประชุมเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารปลอดภัย) โดย Ecolab, Mettler Toledo, MOBA, Marel
 The Halal Food (การประชุมเกี่ยวกับอาหารฮาลาล) โดย LPPOM MUI, The Halal Science Center, Chulalongkorn University, Vikan A/S
 Trends, Challenges and Opportunities of Alternative Proteins in Asia (เสวนากลุ่ม – แนวโน้ม ความท้าทาย และโอกาสของโปรตีนทางเลือกในตลาดเอเชีย) ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2566 เวลา 13.30 น. -15.00 น. ณ VIV Square

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ อีเมล meatproasia@china.messefrankfurt.com และ/หรือ meatproasia@vnuasiapacific.com 

Meat Pro Asia is Asia’s largest processing and packaging trade fair. It focuses on egg, poultry, meat, seafood, and other food products. Meat Pro Asia facilitates key suppliers from around the globe, allowing them to access potential high-value markets in ASEAN.

Meat Pro Asia is focused on providing solutions that bring animal-based proteins from farm to plate. This includes the entire processing chain including slaughtering, packaging, labeling, cold chain logistics, quality control, hygiene, IoT, automation, waste treatment, and other aspects. Processing companies, food retailers and exporters, wholesalers as well as manufacturers, agents, distributors, and engineers are all possible visitors.

Meat Pro Asia officially opens in 2023, the result of a strategic partnership between two of the region’s leading trade show organizers: VNU Asia Pacific (organizer VIV Asia) and Messe Frankfurt New Era Business Media Ltd. (IFFA Organizer). VIV Asia and Meat Pro Asia are co-located from March 8-10, Challenger 1, Impact Bangkok, Time 10.00-18.00. Pre-register at www.meatpro-asia.com.

Highlights of Meat Pro Asia include:

-100 leading companies from the top level of the meat and food processing industry showcasing their innovation and technology.

-30+ intensive conferences covering a range of topics, including future food, food safety, halal, sustainability, and a panel discussion on the future of meat processing trends and opportunities.

-A wide range of product highlights, including new product launches, demonstrations, and hands-on workshops.

-A free guided tour service to help visitors explore the fair and meet potential partners.

-A free shuttle service is available for pre-booking in advance to make your visit to Meat Pro Asia 2023 even more convenient.

Some of the Entrepreneurs in Meat Pro Asia include:

-Bizerba a German manufacturer of inspection systems for food production, will showcase their iMD pro metal detection system, complete with an integrated conveyor for reliable and flexible quality assurance.

-Qingdao Main-Link Cleaning Equipment specializing in hygiene and food safety, will exhibit their Centralised Foam Wash & Sanitizing System, designed for use in food processing and abattoirs.

-HiperScan will demonstrate their quick and reliable examination technology for all types of meat products.

-Wuhan Grand Hoyo, a new manufacturer of food-grade glycine, will showcase the preservation and seasoning properties of their product.

-Munforks, a Swedish brand, will present their SPS10 Carcass Splitting Blade, 4TPI Meat Bandsaw Blade, and Toothed Bacon Slicer.

-Rieckermann, a reliable service and technology provider, will showcase their customized, high-quality solutions for the whole value chain of industrial production.

-Mettler Toledo will offer solutions for laboratory analytical instruments, inline analytical instruments, and digital balances.

Topnotch of the Conference Program

The conference program at Meat Pro Asia 2023 is set to be the topnotch event in the animal protein production industry. With a lineup of expert speakers and interactive sessions, attendees will have the opportunity to learn from the best in the business. Some of the highlights of the conference program include:

-The Future Food Conference presented by Good Food Institute Asia Pacific, Bühler, Thai Union Group

-The Sustainable Food presented by Multivac Group, Mayekawa, Bizerba Southeast Asia, HiperScan

-The Food Safety presented by Ecolab, Mettler Toledo, Moba, Marel

-The Halal Food presented by LPPOM MUI, The Halal Science Center, Chulalongkorn University, Vikan A/S

-Trends, Challenges, and Opportunities of Alternative Proteins in Asia, 10 March at 13.30 -15.00 at VIV Square

For more information, please e-mail meatproasia@china.messefrankfurt.com  and/or meatproasia@vnuasiapacific.com

METTLER TOLEDO 1st Event at MEAT PRO ASIA 2023

เมทเล่อร์-โทเลโด กับการเข้าร่วมแสดงสินค้าครั้งแรกใน Meat Pro Asia 2023

กรุงเทพฯ, เมทเล่อร์-โทเลโด ขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าของบริษัทฯ ภายในงาน Meat Pro Asia 2023 บูธเลขที่ 1220-1223 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี อาคาร Challenger Hall 1 ระหว่างวันที่ 8 -10 มีนาคม 2566 นี้ ภายในงาน เมทเล่อร์-โทเลโด ได้เตรียมนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งโซลูชันทางด้านเครื่องชั่งดิจิทัลสำหรับกระบวนการผลิต ระบบเครื่องชั่งรถบรรทุก และโซลูชันสำหรับการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อาทิ เครื่องตรวจสอบน้ำหนักบนสายพานลำเลียง (Checkweigher) เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) เครื่องเอกซเรย์ตรวจจับสิ่งปลอมปน (X-Ray Inspection) โดยโซลูชันมากมายเหล่านี้จะมาช่วยเสริมประสิทธิภาพในกระบวนการการผลิตของทุกโรงงานได้อย่างไรบ้างนั้น ? เราขอเรียนเชิญทุกท่านติดตามและรับชมภายในงาน และเพื่อเป็นการยืนยันเรื่องของการรณรงค์แคมเปญลดโลกร้อน เรายังคงนำเอาหลักการ Green MT มาดำเนินการ โดยโรงงานผลิตของ METTLER TOLEDO ได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดในงานครั้งนี้เรายังลดการใช้กระดาษ และยกเลิกการแจกโบรชัวร์หรือแผ่นพับ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการสแกน QR Code แทน เพราะนอกจากจะรักษ์โลกแล้ว ยังง่ายต่อการพกพาไปอ่านได้ทุกที่อีกด้วย


หากท่านใดสนใจข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและงานด้านการสอบเทียบ สอบถามข้อมูลได้ที่ 0 2723 0300,
Line OA: @mtth และ www.mt.com หรือ ทุกช่องทางของ Food Focus Thailand

วว. คว้ารางวัล Bronze Prize จากผลงานวิจัย “เครื่องอบแห้งอาหารและสมุนไพรระบบพลังงานลมร่วมแสงอาทิตย์” ในเวที SIIF 2022

Continue reading “วว. คว้ารางวัล Bronze Prize จากผลงานวิจัย “เครื่องอบแห้งอาหารและสมุนไพรระบบพลังงานลมร่วมแสงอาทิตย์” ในเวที SIIF 2022”

EU เตรียมใช้ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

Continue reading “EU เตรียมใช้ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป”

Healthy Hedonism: EXBERRY® by GNT identifies disruptive new color trend

GNT, the global supplier of plant-based EXBERRY® colors, explored how today’s consumers see color in the world of food and drink and beyond. The research revealed a powerful new trend shaped by Generation Z’s desire to embrace joy and creativity while staying true to core values. The new generation of consumers is radical, diverse, and digitally native – and it is rapidly changing global attitudes toward food and drink. Gen Z shoppers are committed to holistic wellness and are actively promoting environmental and social agendas through their purchases. At the same time, their devotion to social media means visual impact is more important than ever before.

 

This consumer behavior can be described as Healthy Hedonism. This ethos is now set to spark a global surge in demand for eye-catching products that are good for people and planet. From seductive healthy snacks to kaleidoscopic TikTok treats, the trend showcases a lifestyle that is playful, considered, and nourishing. GNT’s analysis found that it is already generating new directions in natural color. For example, cute soft-play pastel shades are being used to redefine what “healthy and sustainable” looks like. Psychedelic color schemes now work in harmony with mind-boosting ingredients to tap into new-age wellbeing. Bright, clashing color combinations can also enable brands to create virtuous products that satisfy the desire for creativity and self-expression.

 

Maartje Hendrickx, Market Development Manager at GNT Group, said: “Healthy Hedonism resonates with the new generation of conscious consumers who are determined to rewrite the rules. To tap into the trend, brands need to celebrate disruption and adopt a new visual language for products that are both healthy and environmentally sound. Earthy colors are no longer a necessity – it’s time to be bold, be creative, and make people smile.” Available in shades spanning the full spectrum, EXBERRY® colors are plant-based concentrates created from non-GMO fruit, vegetables, and plants using traditional physical processing methods. GNT has also set out a commitment to become the leader in its field on sustainability by 2030.

Julia Meyer, Healthy Hedonism trend specialist at GNT Group, said: “We have vast experience and expertise in bringing spectacular color concepts to life in food and drink using our plant-based EXBERRY® concentrates. We’re here to inspire brands to tap into modern consumers’ emotional needs through color and unleash their products’ true potential.”

To access GNT’s exclusive color trend analysis on how Gen Z is changing perceptions of color: https://exberry.com/en/discover-the-trend-that-is-redefining-natural-color/

For more information:

Robin Hackett, Ingredient Communications

robin@ingredientcommunications.com | +44 7507 277733

Countless Partnerships for Innovative & Sustainable Protein System; Towards Healthy People and Nature

“คุณวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Countless Partnerships for Innovative & Sustainable Protein System Towards Healthy People and Nature” ในงาน “Tackle Climate Crisis Together for a Resilient Agri-Food System Reception 2022” จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทยโดยมี “คุณแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน” เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย “นายสัตวแพทย์ไค๊ส์ เตอนิสเซิ่น” อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนชั้นนำของไทยและเนเธอร์แลนด์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร เกษตรอุตสาหกรรม ตลอดจนคณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องด้านเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร รวมถึงสื่อมวลชนร่วมรับฟังการบรรรยายดังกล่าว ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 ธันวาคม 2565

คุณวสิษฐ กล่าวถึง ปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารที่มีผลต่อความมั่นคงด้านอาหารในอนาคต ทุกคนต้องร่วมมือกัน และพัฒนาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

            ในฐานะที่เบทาโกรเป็นบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากล (World-class Branded Food Company) ที่มีห่วงโซ่คุณค่าครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่เกษตรกร คู่ค้า ลูกค้า ผู้ประกอบการอาหาร รวมถึงผู้บริโภค จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการธุรกิจให้มีความยั่งยืนตลอด Ecosystem โดยมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment Social และ Governance) ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล พร้อมทั้งตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ตัวอย่างการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เช่น

          – การใช้ระบบโซลาร์เซลล์เป็นพลังงานสะอาดเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า และลดการเกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยเบทาโกรได้ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint Organization; CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
          – การใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน โดยบรรจุภัณฑ์ของ S-pure นั้น เป็นแบรนด์แรกของประเทศไทยที่พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์จาก Eco-Fiber รวมทั้งยังมีถาดกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติกอีกด้วย
          – การจัดการระบบน้ำและน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักการ 5Rs ได้แก่ Rethink Reduce Repair Reuse และ Recycle โรงงานของเบทาโกร จำนวน 34 โรงงาน ใช้ระบบการจัดการน้ำตามหลัก 5Rs และสามารถลดการใช้น้ำลง ร้อยละ 7 ในปี 2563 (จากเป้าหมาย คือ ร้อยละ 5)
          – การจัดการของเสีย เบทาโกรมุ่งลดปริมาณของเสีย โดยจัดทำตารางการตรวจสอบของเสีย และมีแผนการปรับปรุงการลดของเสียในกระบวนการผลิต รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการลดของเสียอีกด้วย โดยองค์กรมีเป้าหมายในการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ มากกว่าร้อยละ 95
          – การจัดการด้านคุณภาพและมาตรฐานของอาหาร เบทาโกรมีระบบควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์สู่การเลี้ยงสัตว์ รวมถึงจากโรงงานผลิตอาหารไปจนถึงจุดจำหน่ายสินค้า โดยเบทาโกรมีระบบการจัดการคุณภาพ (Betagro Quality Management; BQM) ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพ

เบทาโกรเชื่อว่าประชาชนต้องมีทางเลือก และสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต และเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาบางส่วน จาก https://www.betagro.com

ลิ้มรสสุดยอดเมนูแห่งอนาคต จากงาน APEC2022

“อาหารอนาคต” คือ “อาหารเพื่อความยั่งยืนของโลก” เพราะ การผลิตอาหารแบบเดิมนั้นมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทรัพยากรที่ใช้เลี้ยงสัตว์ อย่างน้ำและอาหาร รวมถึงสิ่งแวดล้อม อีกไม่นานมนุษย์ต้องเผชิญกับ “ภาวะขาดแคลนอาหาร” อย่างรุนแรง เนื้อสัตว์แบบเดิมจะผลิตได้น้อย และไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาหารอนาคตจะกลายเป็นคำตอบที่มาแทนที่อาหารดั้งเดิม สิ่งที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด คือ การคิดหาแหล่งอาหารใหม่ ตลอดจนนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาพัฒนาจากอาหารธรรมดาให้กลายเป็น “อาหารแห่งอนาคต (Future Food)” ที่เพิ่มผลผลิตได้เร็วกว่า ใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงน้อยกว่าการทำปศุสัตวแบบเก่า ลดการใช้ทรัพยากรอาหารในการเลี้ยง ที่สำคัญอาหารนั้นยังให้คุณค่าทางโภชนาการสูง และส่งผลดีต่อความยั่งยืนของโลก เพราะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดการสร้างขยะเหลือทิ้ง (Zero Waste) จากกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เนื่องจากขยะมีส่วนในการเพิ่มก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

จากการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในงานประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดการแข่งขันเมนูแห่งอนาคต ในโครงการ “Future Food for Sustainability” ภายใต้แนวคิด BCG Economy เพื่อต้อนรับผู้นำ  21 เขตเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันนวัตกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี จนพัฒนาเป็น “อาหารแห่งอนาคต” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า และแก้ไขปัญหาโลกร้อนจากการผลิตอาหาร รวมไปถึงแก้ไขวิกฤติการขาดแคลนอาหารในระยะยาวได้ ซึ่งอาหารอนาคตถือว่าเป็น Mega Trend ที่มีมูลค่าสูงถึง 122,927 ล้านบาท และจะเติบโตขึ้นอีก 2 เท่า ในปี 2025 โดยเกณฑ์ตัดสินเมนูที่ผ่านเข้ารอบนั้น ได้แก่ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตลอดจนรสชาติ รูปลักษณ์ และเนื้อสัมผัส คุณประโยชน์ที่ได้รับ รวมไปถึงความเป็นไปได้ในธุรกิจ สามารถตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนอาหารได้ ซึ่งเมนูอาหารแห่งอนาคตที่ผ่านเข้ารอบนั้น ต่างก็มีแนวคิดที่น่าสนใจ เช่น การใช้วัตถุดิบอาหารในท้องถิ่นที่เพาะปลูกด้วยแนวเกษตรอินทรีย์ ไม่พึ่งพาสารเคมี การเลือกใช้เนื้อเทียม (Plant based protein) จากโปรตีนทางเลือกที่หลากหลาย เช่น พืช เห็ด และธัญพืชต่างๆ การหาแหล่งวัตถุดิบอาหารใหม่ๆ ที่ให้สารอาหารสูง เช่น แมลง และสาหร่าย การเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเพื่อเสริมสุขภาพในด้านต่างๆ หรือแนวคิด (Zero Waste Cooking) ที่คำนึงถึงการลดขยะเหลือทิ้งจากขั้นตอนการผลิตอาหาร โดยเมนูทั้ง 21 เมนูที่ผ่านเข้ารอบนั้น มีจุดขายและตรงกับแนวคิดของโครงการที่น่าสนใจ และผ่านกระบวนการคัดเลือกผลงานมากว่า 3 เดือน โดย วันที่ 13 ธันวาคม 2565 ได้ประกาศผลการแข่งขันกิจกรรมรังสรรค์เมนูอาหาร Plate to Planet และจัดพิธีมอบรางวัลกิจกรรมแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหาร Plate to Planet ดังนี้

รางวัลที่ 1 เมนูขนมชั้นในอนาคต-ขนมชั้นสูตรลดน้ำตาล เสริมใยอาหารและโพรไบโอติก

ขนมชั้นนวัตกรรมใหม่ รูปทรงดอกบัวให้กลิ่นและรสน้ำตาลสด เป็นสูตรลดน้ำตาลมากถึง 40% ด้วยเทคนิคสลับชั้นหวานและจืด โดยลิ้นยังคงรับรสหวานดังเดิม เสริฟพร้อมครัมเบิ้ลมะพร้าวที่เสริมจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์พิเศษ มีใยอาหารสูง ราดด้วยซอสโปรตีนทำจากมะพร้าว สีชมพูของขนมทำมาจากสารสกัดเปลือกแก้วมังกรที่เสถียรต่อความร้อน ช่วยลด Food-Waste ในกระบวนการผลิตได้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ขนมไข่ผำชูกำลัง Wolffia Power Energy Dessert

มูสเต้าหู้ไข่ผำ เจลลี่น้ำผึ้งไข่ผำ กราโนล่า ครีมเต้าหู้ผำสด สูตรไม่มีเจลาตินจากสัตว์ ขนมไข่ผำชูกำลัง ซึ่งโดยทั่วไปขนมหวานแบบมูสมักมีเจลาตินจากสัตว์ ขนมทั่วไปก็ไม่ค่อยมีโปรตีน ส่วนผสมมักมีแค่ เนย ไข่ และแป้ง ส่วนเต้าหู้ในท้องตลาดก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์แนวคิดแบบใหม่ เป็นที่มาของการแปรรูปเต้าหู้อาหารโปรตีนสูงให้เป็นมูสขนมหวานที่มี Functional จาก Super food ที่ให้โปรตีน วิตามิน กรดอะมิโนและสารอาหารสูงไม่ต่างจากเนื้อสัตว์และผักสลัด

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ProTim Magket

เป็นไอศกรีมสไตล์แมกนัมที่มีส่วนผสมหลักจากโปรตีนจิ้งโกร่ง นมข้าวถั่ว และกระทิ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนและวิตามินบีสูง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยสามารถทานได้ มีคุณค่าทางอาหาร มีรสชาติที่อร่อย เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน ส่วนในมุมมองระดับอุตสาหกรรมนั้น สามารถจำหน่ายเป็นรูปแบบแท่งสำเร็จรูป และยังสามารถต่อยอดเป็นผงสำเร็จรูปเพื่อความสะดวกสำหรับผู้บริโภคเพื่อให้สามารถนำไปใช้ทำเป็นขนมหวานทานเองได้

รางวัล Popular Vote คาร์โบนาร่าด้วยไข่จากพืช (Vegan Cabonara)

เมนู Carbonara ที่ผลิตจากพืช 100% สำหรับสปาเกตตี้เส้นสดเลือกใช้วัตถุดิบที่ให้ค่า Gi ต่ำ มีส่วนผสมของข้าว กข 43 และผำจากฟาร์ม​ Flo Wolffia ที่ให้วิตามิน B12 สูง ตอบโจทย์คนไม่ทานเนื้อสัตว์ ส่วนซอสครีมเข้มข้นได้จากพืชผัก นมข้าวไทยกับธัญพืช​แทนนมข้าวโอ๊ตหรือนมอัลมอนด์​ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นำมาผัดกับ Whole-Food Smoked Mushroom Guanciale​/Bacon ที่ทำจากเห็ดรมควันจากไม้ไทย ใช้ไข่แดงจากพืชผักและดอกไม้ไทย มีโปรตีน​สูงใกล้เคียงไข่ไก่ รสชาติเข้มข้น ไม่มีคอเลสเตอรอล​ เลือกใช้ชีสหมักโดยมีกลิ่นหอมธรรม​ชาติจากมอลต์ข้าวไทยและธัญพืช​

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่น่าสนใจมากมาย เช่น เมนูห่อหอมดวงใจ (ห่อหมก Vegan Ready to Eat) ห่อหมก Vegan ชนิดผง (Ready To Cook) ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ห่อหมกจากเดิมให้เป็นแบบผงที่ให้รสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสที่ดี เมื่อคืนรูปจากผงแล้วได้ห่อหมกที่มีความสดใหม่เหมือนนึ่งออกจากเตา สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ เมนูโครเก็ตพะแนงแพลนเบส ใช้มันเทศแทนมันฝรั่ง เลือกใช้โปรตีนทดแทนจาก ขนุน เห็ด ธัญพืช เมนูซาชิมิคอลลาเจนจากเกล็ดปลา ผสานคุณค่าไฮยารูรอนิคจากเห็ดหูหนูขาว เลือกใช้เกล็ดปลาที่เป็นของเหลือจากกระบวนการแปรรูปปลามาผลิตเป็นซาซิมิที่มีคอลลาเจน ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าแต่ละเมนูนั้นตอบโจทย์ถึงความยั่งยืนอาหารที่จะช่วยสร้างภาวะโภชนาการแก่ทุกคนและคนรุ่นหลังต่อไป  ซึ่ง “อาหารอนาคต” นั้นจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ มีประโยชน์ต่อสังคม และไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับสินค้าจากอาหารเหลือทิ้งสู่อาหารอนาคตที่มีมูลค่าสูง ที่สำคัญตรงกับคอนเซปต์ที่ว่า “ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ และดีต่อโลก

สามารถติดตามข้อมูลเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้ที่: https://futurefoodapec.com