Starbucks Plus Alibaba…to Transform the Customer Experience in the Coffee Industry in China

Starbucks จับมือ Alibaba เปลี่ยนประสบการณ์คอกาแฟในประเทศจีน

Businesswire
Translated By: Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN

นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งสอง บริษัท Starbucks และ Alibaba ที่พร้อมจะสร้างประสบการณ์การให้บริการอันแสนอภิรมย์และราบรื่นที่ Starbucks ผ่านการสานความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ล้ำลึก “New Retail” จาก Starbucks Coffee Company (“Starbucks”) (NASDAQ: SBUX) และ Alibaba Group Holding Ltd. จำกัด (“Alibaba”) (NYSE: BABA) ซึ่งเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยครั้งนี้ จะช่วยให้ประสบการณ์ Starbucks Experience มีความราบรื่นมากขึ้น และช่วยเปลี่ยนแปลงพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศจีน ทั้งนี้ โดยการใช้ความร่วมมือกันระหว่างธุรกิจสำคัญๆ ในระบบนิเวศของอาลีบาบา ได้แก่ Ele.me, Hema, T-mall, Taobao และ Alipay นอกจากนี้ Starbucks ได้ประกาศแผนการนำร่องในการให้บริการจัดส่งสินค้าตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2561 ผ่าน “Starbucks Delivery Kitchens” ที่จะสร้างความสำเร็จในการจัดส่งสินค้าโดยการรวมระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อสร้างร้าน Starbucks เสมือนจริง (Virtual Starbucks) แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ Starbucks Experience ออนไลน์ที่ไม่มีใครเทียบได้ สำหรับลูกค้าชาวจีน และที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้บริการมากขึ้นกว่าเดิม

การร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่ครั้งนี้นับเป็นการนำจุดแข็งด้านการค้าปลีกและเทคโนโลยีที่พิเศษของสองบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกมารวมกันเพื่อปฏิวัติประสบการณ์ของลูกค้า การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของอาลีบาบาและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในการขายปลีกจะช่วยให้ Starbucks สามารถให้ประสบการณ์ Starbucks Experience อย่างราบรื่นระหว่างร้านค้ากับลูกค้าออนไลน์

Marking a significant milestone for the two companies, Starbucks and Alibaba poised to enable a seamless Starbucks Experience through deepened partnership.

A deep, strategic “New Retail” partnership from Starbucks Coffee Company (“Starbucks”) (NASDAQ: SBUX) and Alibaba Group Holding Ltd. (“Alibaba”) (NYSE: BABA) will enable a seamless Starbucks Experience and transform the coffee industry in China. Collaborating across key businesses within the Alibaba ecosystem, including Ele.me, Hema, T-mall, Taobao and Alipay, Starbucks announced plans to pilot delivery services beginning September 2018, establish “Starbucks Delivery Kitchens” for delivery order fulfillment and integrate multiple platforms to co-create an unprecedented virtual Starbucks store – an unparalleled and even more personalized online Starbucks Experience for Chinese customers.

The collaboration marks a historic moment as two iconic, global companies build on their distinct retail and technology strengths to revolutionize the customer experience. Leveraging the Alibaba ecosystem and New Retail infrastructure, Starbucks will be able to further unify a seamless Starbucks Experience between its stores and online for customers.

Food Safety Testing Market Overview

ภาพรวมตลาดด้านการทดสอบความปลอดภัยอาหารทั่วโลก

By: Allied Market Research
Translated by: กองบรรณาธิการ
นิตยสาร ฟู้ด โฟกัส ไทยแลนด์
Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN

Allied Market Research เปิดเผยตลาดการทดสอบความปลอดภัยอาหารประเภทการตรวจสอบการปนเปื้อน ประเภทอาหารที่มีการทดสอบ และเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการทดสอบ: วิเคราะห์โอกาสการเติบโตในทั่วโลกและคาดการณ์อุตสาหกรรมปี 2561-2568 โดยพบว่าในปี 2560 การทดสอบความปลอดภัยอาหารทั่วโลกมีมูลค่าตลาด 13,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 23,204 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2568 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7.3 ตั้งแต่ปี 2561-2568 นอกจากนี้ใน 2560 นั้นยังพบว่ากลุ่มเทคโนโลยีการทดสอบทางปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของส่วนแบ่งตลาดการทดสอบความปลอดภัยอาหารทั้งหมด

การทดสอบความปลอดภัยอาหาร หมายถึงการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อหาสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดโรค สารเคมี และสิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอันตราย โดยทั่วไปจะมีเป้าหมายของการตรวจหาสิ่งที่ปนเปื้อนในอาหารเบื้องต้น 3 แบบ คือ เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สารเคมี และสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (GMOs)

“ในปี 2560 การทดสอบเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคนั้นครองส่วนแบ่งตลาดด้านการทดสอบความปลอดภัยอาหารทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้ตลอดช่วงเวลาคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2561-2568”

“การทดสอบความปลอดภัยอาหารในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในปี 2560 และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่เป็นกำไรอยู่ที่ร้อยละ 7.4 ในช่วงตั้งแต่ปี 2561-2568”

“การทดสอบความปลอดภัยอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ คาดว่าจะมีมีมูลค่าการเติบโตเฉลี่ยที่รวดเร็วที่สุดร้อยละ 7.9 ในปี 2561-2568”

“ด้านเทคโนลยีการตรวจสอบ เทคนิค PCR ครองตลาดการทดสอบด้านความปลอดภัยอาหารสูงสุดในปี 2560 และคาดว่าจะมีมูลค่าการเติบโตโดยเฉลี่ยสูงที่สุดที่ร้อยละ 7.7 ในระหว่างการคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2561-2568”

“ปี 2560 ภูมิภาคอเมริกาเหนือเป็นผู้นำตลาดด้านการทดสอบความปลอดภัยอาหารทั่วโลก และในช่วงปี 2561-2568 อาจจะได้เห็นมูลค่าการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 6.3”

The global food safety testing market size was valued at $13,144 million in 2017, and is estimated to reach $23,204 million by 2025, registering a CAGR of 7.3% from 2018 to 2025.

According to a new report published by Allied Market Research, titled, Food Safety Testing Market by Contaminant, Food Tested, and Technology: Global Opportunity Analysis and Industry Forecast, 2018-2025, the global food safety testing market size was valued at $13,144 million in 2017, and is estimated to reach $23,204 million by 2025, registering a CAGR of 7.3% from 2018 to 2025. In 2017, the polymerase chain reaction (PCR) technology segment accounted nearly half of the total food safety testing market share.

Food safety testing refers to the inspection of food products for disease-causing organisms, chemicals, and other hazardous materials. It is generally targeted at three primary food contaminants namely, pathogens, chemicals, and genetically modified organisms (GMOs).

In 2017, the pathogen testing segment dominated the global food testing market, and it is likely to maintain its dominance over the forecast period.”

“The processed food segment dominated the global food testing market in 2017, and it is anticipated to grow at a lucrative CAGR of 7.4% during the forecast period, that is, 2018 to 2025.”

“การทดสอบความปลอดภัยอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ คาดว่าจะมีมีมูลค่าการเติบโตเฉลี่ยที่รวดเร็วที่สุดร้อยละ 7.9 ในปี 2561-2568”

“By technology, the PCR-based assay segment dominated the food testing market in 2017, and is anticipated to witness the highest CAGR of 7.7% during the forecast period, in terms of value.”

“North America led the global food safety testing market in 2017, and is anticipated to witness a CAGR of 6.3% during the forecast period, in terms of value.”

Emerging Technologies for the Extraction of Polyphenols from Natural Sources

เทคโนโลยีใหม่ในการสกัดสารพอลิฟีนอลจากแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติ

By: Richard G. Maroun
Nicolas Louka

Translated and Compiled By: กองบรรณาธิการ
นิตยสาร ฟู้ด โฟกัส ไทยแลนด์
Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN 

กระบวนการแปรรูปโดยใช้ความดันสูง
กระบวนการแปรรูปโดยใช้ความดันสูงเป็นเทคนิคการแปรรูปโดยไม่ใช้ความร้อน โดยเป็นการให้ความดันกับผลิตภัณฑ์ในช่วง 100-1,000 เมกะปาสกาล เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ โดยยังคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการหรือวิตามินในผลิตภัณฑ์เอาไว้ได้ (Shouqin et al., 2004)

เมื่อไม่นานมานี้ มีการนำเทคนิคดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช ความดันสูงที่ใช้ทำให้เกิดปฏิกิริยา Deprotonation ของกลุ่มประจุ และทำให้พันธะของเกลือและพันธะไฮโดรโฟบิกซึ่งไม่ชอบน้ำเกิดการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้โครงสร้างภายในเซลล์และคุณสมบัติการซึมผ่านได้ของเซลล์เมมเบรนเปลี่ยนแปลงไป สามารถเพิ่มอัตราการถ่ายเทมวลและมีผลปรับปรุงคุณสมบัติการแพร่ของเมทาบอไลท์ในการสกัดด้วยตัวทําละลาย (Torres and Velazquez, 2005)

การสกัดโดยใช้ความดันสูงถูกนำมาใช้เพื่อสกัดสารพอลิฟีนอลจากผลไม้ เช่น เนื้อเยื่อลำไย สารพอลิฟีนอลที่สกัดได้จะเพิ่มขึ้นจาก 16 เป็น 21 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง เมื่อมีการเพิ่มความดันจาก 200 เป็น 500 เมกะปาสกาล อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นจาก 2.5 นาที เป็น 30 นาที นั้นไม่ได้ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณของสารพอลิฟีนอลที่สกัดได้ที่ระดับความดันเดียวกัน (500 เมกะปาสกาล) (Prasad et al., 2009a) สำหรับรูปแบบการถ่ายเทความดันไปทั่วตัวอย่างนั้นเป็นรูปแบบเดียวกันและเป็นไปอย่างทันทีทันใด สมดุลความเข้มข้นของตัวทำละลายระหว่างในเซลล์และนอกเซลล์จะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น (Torres and Velazquez, 2005) ซึ่งอธิบายได้ว่าการสกัดให้ได้ปริมาณสารพอลิฟีนอลที่สูงที่สุดนั้นจะเกิดขึ้นในช่วง 2 นาทีแรกของการสกัดโดยใช้ความดันสูง

High-pressure processing
High-pressure processing is a non-thermal food processing technique. It consists in treating food products at an elevated pressure between 100 and 1,000 MPa to inactivate microorganisms and extend the shelf life of the products without any degradation of nutrients or vitamins (Shouqin et al., 2004).

Recently, this technique is used to extract bioactive compounds from plant materials. High pressure can cause deprotonation of charged groups and disruption of salt bridges and hydrophobic bonds resulting in structural changes in cells and permeabilization of the cell membranes. It can enhance the mass transfer rate and improve the diffusivity of metabolites into the solvent extraction (Torres and Velazquez, 2005).

High-pressure extraction was used for the extraction of polyphenols from longan fruit pericarp. Polyphenol yields increased from 16 to 21 mg/g DW when increasing the pressure from 200 to 500 MPa. However, the increase of the treatment duration from 2.5 to 30 min did not improve the yields of polyphenols at a same pressure of 500 MPa (Prasad et al., 2009a). The transfer of pressure to the whole material is uniform and instantaneous. The equilibrium of solvent concentration between the inside and outside of the cells is reached in a short time (Torres and Velazquez, 2005). This explains the extraction of the highest yield of polyphenols during the first 2 minutes of the high-pressure extraction.

Salt Tax

นโยบาย…เก็บภาษีความเค็ม

By: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ
Dr.Surasak Kantachuvesiri
Division of Nephrology
Department of Medicine
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
Mahidol University
Chairman of the Low Salt Thailand Network

Full article TH-EN

โซเดียมเป็นภัยเงียบใกล้ตัว…เปรียบได้เหมือนการสะสมความตายแบบผ่อนส่ง นอกจากอาการป่วยที่จะสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตแล้ว ยังเป็นภาระทางการเงินระยะยาวที่ต้องแบกรับ ซึ่งประเทศไทยมีสถิติผู้ป่วยที่ต้องล้างไตเพิ่มขึ้นทุกปี

คนไทยกินเกลือ (โซเดียม) สูงถึง 4,351 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่า 2 เท่าของความต้องการของร่างกายปัจจุบัน คนไทยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังสูงถึง 7,600,000 คน เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดปีละเกือบ 40,000 คน หรือวันละ 108 คน เป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาต มากกว่า 500,000 คน

ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมาตรการในการรณรงค์ให้คนไทยลดการบริโภคเค็ม อย่างเช่น การมีฉลากโภชนาการ บอกค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงขอเสนอนโยบายเก็บภาษีความเค็ม โดยเริ่มต้นจากสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊ก ขนมกรุบกรอบ ทุกประเภท เป็นอันดับแรก เนื่องจากมีปริมาณโซเดียมสูงมาก

Sodium… a silent threat to your health that may not be noticeable, but killing you slowly. Associated with the illness that causes suffering, it is also a long-term financial burden of health care. In Thailand, the numbers of patients who need hemodialysis has been increasing every year.

Approximately, Thai people consume as high as 4,351 mg of sodium per day or more than 2 times the body needs. Today, estimated 7,600,000 of Thai people are suffering from chronic kidney disease. Nearly 40,000 people a year died of a heart attack from cardiovascular disease, or 108 people per day, and more than 500,000 people had developed symptoms of stroke.

Lately, Thailand has initiated measures coupled with a campaign for Thai people to reduce salt intake, such as nutrition labelling that stipulate nutrient levels displaying the information about energy, sugar, fat and sodium. However, these measures are not as effective as it should be. A salt tax was then introduced starting from food products that contain high sodium including instant noodles, instant porridge, and crunchy snacks.

Flexible Packaging’s Trending Topics

แนวโน้มของบรรจุภัณฑ์ยืดหยุ่นจับตาในปีหมู

Translated and Compiled By: Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN

ในปีที่ผ่านมา กัญชา การพัฒนาอย่างยั่งยืน และ อีคอมเมิร์ซ นับเป็นหัวข้อที่บรรจุภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย และมีแนวโน้ม รวมถึงประเด็นให้กล่าวถึงมากมาย และจะยังคงดำเนินต่อไปในปีนี้

แน่นอนว่าในปีที่ผ่านมา งาน PACK EXPO International ครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นใจกลางเมืองชิคาโกยังคงเป็นที่กล่าวขาน มีทั้งความกระตือรือร้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นวัตกรรม และหลากหลายสิ่งที่กลายเป็นประเด็นให้พูดคุยกัน ในขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งยังมีการพัฒนาไปข้างหน้าเพื่อสิ่งที่ดีกว่า แสดงให้เห็นว่าในปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆ และต่อจากนี้ คือ หัวข้อที่ได้รับความนิยมจากปี 2561 ที่จะส่งผลสืบเนื่องต่อในปี 2562 นี้อย่างแน่นอน

บรรจุภัณฑ์สำหรับกัญชา
หัวข้อแรกคือ กัญชาที่ใช้ในทางการแพทย์ ปัจจุบันกระบวนการเรียกร้องเดินขบวนกำลังดำเนินอยู่ และบรรจุภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นมีแนวโน้มที่จะเติบโตในตลาดเกิดใหม่นี้

และในขณะที่มีการคาดว่าตลาดกัญชาจะเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีปัญหาบางประการที่ผู้แปรรูปจะต้องแก้ไข หนึ่ง คือ บรรจุภัณฑ์เพาช์ของตัวกัญชาเอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยน้อยที่สุด สอง ความทนทานต่อการเข้าถึงของเด็ก และเหนือสิ่งเหล่านี้ คือ ค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีเผื่อไว้ใช้ในการตรวจสอบเสมอ

Cannabis. Sustainability. e-Commerce. The past year was a dynamic one in flexible packaging – and there are various trends and talking points that have shaped it and will continue to shape it moving forward.

The buzz at the last PACK EXPO International in downtown Chicago is still around. There was enthusiasm, new products and innovations, and lots of things to discuss. While the packaging industry is always changing and moving forward for the better, this past year has been a particularly exciting time to be a part of it. Here’s a look at some of the trending topics from 2018 that will certainly help shape things moving forward in 2019.

Cannabis Packaging
First came medical marijuana, now the recreational march is on – and flexible packaging is poised to grow with this emerging market.

And while the cannabis market is expected to be one that is fast-changing as well as fast growing moving forward, there are certain issues that converters are going to have to address. One, there’s the pouch itself, which is regarded as one of the least secure packages. Two, there’s child-resistance. And on top of all of this, there are costs that will have to be kept in check.

Bacteriophage: A Novel Approach for Controlling Bacteria in Foods

แบคทีริโอเฟจ: แนวทางใหม่ของการควบคุมแบคทีเรียในอาหาร

โดย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดสาย ตรีวานิช
ดร.ดำเกิง บัณฑิตอมร
Assistant Professor Sudsai Trevanich, Ph.D.
Damkerng Bundidamorn, Ph.D.
Department of Food Science and Technology
Faculty of Agro-Industry
Kasetsart University
fagisstn@ku.ac.th

Full article TH-EN

แบคทีเรียชนิดก่อโรคทางอาหารและแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเน่าเสีย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับทุก ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียดังกล่าวสู่อาหารสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของการผลิตอาหาร ผู้ผลิตอาหารใช้วิธีการต่างๆ เพื่อกำจัดหรือลดปริมาณของแบคทีเรียดังกล่าว เช่น สารเคมี ความร้อน ความดันสูง และรังสี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น เงินลงทุนเริ่มต้นสูง ความเสียหายที่อาจขึ้นกับอุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิต ผลกระทบต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสและโภชนาการของอาหาร รวมถึงการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นต้น

ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เฟจในงานด้านต่างๆ เช่น พันธุวิศวกรรม การแพทย์ การรักษาสัตว์ป่วย การควบคุมโรคพืช การจำแนกและการตรวจสอบแบคทีเรีย การบำบัดน้ำเสีย และการควบคุมแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารในทุกขั้นตอนของการผลิตอาหาร “Farm To Fork” เป็นต้น กรณีการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร มีการใช้เฟจเพื่อทำลายแบคทีเรียบนสัตว์และผักผลไม้ในการผลิตขั้นต้น การฆ่าเชื้อบนพื้นผิวอุปกรณ์และเครื่องมือที่สัมผัสอาหารในโรงงานอาหาร และการใช้เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติในอาหาร/ผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผ่านทางบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา หลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล และสหภาพยุโรป เป็นต้น ได้รับรองและอนุญาตให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์เฟจกับอาหาร

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เฟจทางการค้าที่ได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัย และนำมาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์เฟจที่สามารถใช้ทำลาย Xanthomonas campestris pv. vesicatoria และ Pseudomonas syringae pv. tomato บนมะเขือเทศและพริก เป็นต้น

Food spoilage and pathogenic bacteria are remained a major problem for every country, including Thailand. This is due to the contamination of bacteria to food can occur at any stages along the food production. Food manufacturers use various methods to eliminate or reduce the amount of bacteria such as chemicals, heat, high pressure, radiation and etc. However, these methods still have many limitations, such as high initial investment capital, damage that may occur with equipment and production tools, effects on sensory quality and nutrition of food, as well as consumer acceptance of food products.

The use of chemicals for disinfection (such as chlorine and ozone) may affect the color, smell, texture of the product, or create residues. The use of pasteurized heat or sterilization affect the color, smell, texture of the product, and nutritional value. Therefore, it may not be suitable for use with fresh meat, fresh vegetables and fresh fruits. Radiation may cause carcinogens, and most consumers still do not accept food that has been irradiated. In addition, this method may destroy beneficial microorganisms found in natural foods. Hence, biological control using virus of bacteria or Bacteriophage or called shortly as ‘Phage’ is one option that has gained high attention because it is a natural way or green technology which is applied to control bacteria in food or throughout the food chain production.

At present, there are the phages that are applied for various fields such as genetic engineering, medical, sick animals’ treatment, plant disease control, identification and detection of bacteria, wastewater treatment, and control of bacteria related to food quality and safety in every stage from “Farm to Fork”. In case of the applying in the food industry, phage is used for destroying bacteria on animals and fruits and vegetables during a primary production. It uses for disinfection on equipment and tool’s contact surfaces in food factories, and uses as natural antimicrobial agents in food/food products or through food packaging in order to extend shelf life. Many countries around the world, such as the United States, Canada, Switzerland, Australia, New Zealand, Israel and the European Union, have certified and allowed the use of phage product on food.

Currently, there are commercial phage products that are certified as safety product, and can be used to control the quality and safety of food. For instance, Phage product which can be used to destroy Xanthomonas campestris pv. vesicatoria และ Pseudomonas syringae pv on tomato and chilli.

Polyphenols for Beauty and Health

พอลิฟีนอล…โภชนเภสัชเพื่อสุขภาพและความงาม

By: จิรวุฒิ คารพานนท์
Jeravuth Karapanont
Assistant Sales Manager
Brenntag Ingredients (Thailand) Public Company Limited
Jeravuth.karapanont@brenntag-asia.com

Full article TH-EN 

สารพอลิฟีนอล คือ สารประกอบที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ มีโมเลกุลขนาดเล็ก พบในผักและผลไม้ โดยส่วนมากพืชจะใช้สารประกอบนี้เพื่อป้องกันรังสี UV และป้องกันการทำลายของไวรัสและเชื้อรา สารพอลิฟีนอลมีสีสันและรสชาติที่น่าดึงดูดจึงเป็นเหตุผลสำคัญในการล่อสัตว์และนกที่ชอบมากัดกินผลเบอร์รีเหล่านี้

สารพอลิฟีนอลพบได้ที่ใด?
ในผลไม้มากมายหลายชนิดมีสารพอลิฟีนอลเป็นองค์ประกอบ อาทิ บลูเบอร์รี สตรอวเบอร์รี ราสเบอร์รี ผลไม้ตระกูลส้ม องุ่นดำ เชอร์รี แอปเปิ้ล ลูกพลัม แบล็คเบอร์รี เรดเคอร์แรนท์ และแบล็คเคอแรนท์ ปริมาณสารพอลิฟีนอลที่พบยังมีปริมาณที่แตกต่างกันทั้งในผัก ชา กาแฟ ดาร์กช็อกโกแลต ถั่ว และธัญพืช

ผลเบอร์รีที่ได้รับการคัดสรรและปริมาณสารพอลิฟีนอลที่พบมากที่สุด
เรดเคอร์แรนท์และแบล็คเคอแรนท์ถือเป็นแหล่งผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของสารพอลิฟีนอลซึ่งมีองค์ประกอบแตกต่างกันมากกว่าเบอร์รีชนิดอื่นๆ นักวิจัยจากบริษัทเดนมาร์กแห่งหนึ่งได้ค้นพบสารพอลิฟีนอลที่มีความพิเศษไม่เหมือนใครในเรดเคอร์แรนท์และแบล็คเคอแรนท์ และได้รับการยอมรับให้เป็นนวัตกรรมสารประกอบเบอร์รีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ

จากการศึกษาวิจัยนานหลายปีก็สามารถคัดเลือกสายพันธุ์เรดเคอร์แรนท์และแบล็คเคอแรนท์ชนิดพิเศษซึ่งมีปริมาณสารพอลิฟีนอลสูงมาก และได้รับการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร โดยมีความเข้มข้นของเรดเคอร์แรนท์และแบล็คเคอแรนท์จากสายพันธุ์ชนิดพิเศษซึ่งมีสารประกอบเบอร์รีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ และปริมาณสารพอลิฟีนอลที่มีความเข้มข้นสูงมาก

 

Polyphenols are small, bioactive substances found in i.e. fruits and vegetables. The plants use them as protective agents against UV radiation and defense against viral and fungal attacks, and they have attractive colors and tastes that are important to attract animals and birds that eat the berries and spread the seeds.

Where are polyphenols found?
A large number of fruits contains many polyphenols, e.g. blueberries, strawberries, raspberries, citrus fruits, blue grapes, cherries, apples, dark plums, blackberries, redcurrants and blackcurrants. There are also varying amounts of polyphenols in vegetables, tea, coffee, dark chocolate, nuts and grain.

Selected berries and a unique content
Redcurrants and blackcurrants are specially concentrated sources of polyphenols with a more varied composition than many other berries. The researchers in a Danish company have discovered a totally unique polyphenol in redcurrants and blackcurrants, a novel bioactive berry compound.

After years of research they have selected special blackcurrant and redcurrant varieties with a particularly high content. A patented special concentrate product contains a special concentrate of these particular varieties of berries with a unique content of a novel bioactive berry compound and a very concentrated amount of polyphenols

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care เดือน กุมภาพันธ์ 2562

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care ลุ้นรับของกำนัล
Big C Gift Voucher worth THB500
(Only 2 Lucky winners)

ลุ้นรางวัลกับเราได้ตามลิงก์ด้านล่างเลย อย่าลืมกรอกให้ครบ..นะคะ

https://goo.gl/forms/R6cE8aPNlDfamCo73

Avoiding Stored Product Spoilage

การหลีกเลี่ยงการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ในระหว่างการจัดเก็บ

www.foodqualityandsafety.com
Translated by: Editorial Team
Food Focus Thailand Magazine
editor@foodfocusthailand.com

Full article TH-EN

ในหลายๆ กระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มมีความต้องการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในถังจัดเก็บก่อนประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน หรืออาจจะเป็นสัปดาห์ โดยจุดประสงค์ของการจัดเก็บอาจเพื่อการเก็บพักไว้ชั่วคราวก่อนที่จะบรรจุ หรือจัดเก็บในระยะยาวเพื่อรอให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง เช่น การหมัก ซึ่งจำเป็นต้องพักไว้ให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ในขณะที่การจัดเก็บนั้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม แต่ขั้นตอนดังกล่าวก็อาจมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียได้หากผู้จัดการสายการผลิตไม่ทันได้ระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องอากาศ หากไม่มีการป้องกันให้ดีแล้วอากาศซึ่งพกพาอนุภาคทั้งแบคทีเรีย ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ น้ำ ละอองน้ำมัน และไอระเหย ก็จะสามารถเข้าไปในถังจัดเก็บผลิตภัณฑ์และทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บได้

โดยทั่วไปวิธีการหลีกเลี่ยงการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์และการปนเปื้อนในถังจัดเก็บสามารถทำได้ 3 วิธีการ คือ ติดตั้งระบบการปกคลุมด้วยก๊าซ ระบบเครื่องกรองอากาศ และระบบระบายอากาศแบบฆ่าเชื้อ

ในด้านค่าใช้จ่ายและข้อดีของวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม ลองพิจารณาเปรียบเทียบข้อดีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในวิธีการดังต่อไปนี้

Many food and beverage manufacturing processes require a product to be stored in a holding tank for a few hours, days, or weeks. The purpose may be temporary storage before packaging, or longer-term storage where a reaction, such as fermenting, needs to occur before processing continues.

While storage is an important step in food and beverage manufacturing, it can be prone to spoilage unless plant managers take precautions. Without protection, air that harbors bacteria, dust, pollen, water, oil aerosols, and vapors can enter the tank and spoil or contaminate a product.

There are three commonplace methods for avoiding product spoilage and contamination in holding tanks: Tank blanketing; Sterile air box systems; and Sterile air tank venting.

The costs and advantages of these solutions vary widely, so it’s important to use them in appropriate circumstances. Let’s compare their relative benefits and costs.