
ขับเคลื่อนสังคมสูงวัยไทย ด้วยโภชนาการเชิงป้องกันและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร
สังคมสูงวัยกำลังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์โภชนาการเฉพาะบุคคล อาหารสำหรับผู้มีปัญหาการเคี้ยวและกลืน ไปจนถึงนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว ฉบับมิถุนายนนี้ เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางการวิจัยที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งเป้าสู่การเป็นสถาบันชั้นนำระดับนานาชาติภายในปี พ.ศ. 2573 โดยมุ่งเน้นการวิจัยแบบสหวิทยาการด้านอาหาร โภชนาการ และสุขภาพ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าอาหาร พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จนถึงการทดสอบในมนุษย์ หนึ่งในโจทย์สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการสำหรับสังคมสูงวัย ผ่านการพัฒนาอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุในประเทศไทย
แนวทางสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ คือการให้ความสำคัญกับ “การป้องกัน” มากกว่า “การรักษา” เนื่องจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาหลักของผู้สูงอายุไทย ขณะเดียวกัน แนวคิดการสร้าง “Blue Zone” หรือพื้นที่ส่งเสริมอายุยืนในระดับชุมชน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจในการสนับสนุนสุขภาพเชิงป้องกันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือการพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เน้นเพียงการลด “หวาน มัน เค็ม” แต่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยออกแบบอาหาร ตั้งแต่การพัฒนาอาหารที่เคี้ยวและกลืนได้ง่าย การเพิ่มสุนทรียภาพและกระตุ้นความอยากอาหาร ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ “Complete Meal” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนในมื้อเดียว รวมถึงแนวคิด DIY Fortification ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล
สามารถติดตามบทสัมภาษณ์จาก รศ.ดร. ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Food Focus Thailand ฉบับมิถุนายน 2569












