
คุณค่าจากวัตถุดิบทางทะเล สู่โภชนาการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง
แนวโน้ม Pet Humanization กำลังเปลี่ยนความคาดหวังของเจ้าของสัตว์เลี้ยง จากการมองหาเพียงโภชนาการพื้นฐานสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะด้าน พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ความยั่งยืน และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความต้องการทางโภชนาการยังแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่การสนับสนุนพัฒนาการของสมองและการมองเห็นในลูกสุนัขและลูกแมว ไปจนถึงการดูแลผิวหนัง เส้นขน กระดูก ข้อต่อ และสุขภาพในสัตว์เลี้ยงสูงวัย
วัตถุดิบจากทะเลจึงมีศักยภาพในการต่อยอดจาก Human Nutrition สู่ Pet Nutrition โดยเฉพาะการนำส่วนต่างๆ ของปลาทูน่า เช่น หัว หนัง และกระดูก มาเพิ่มมูลค่าผ่านแนวคิด Upcycling of Co-products และพัฒนาเป็นส่วนผสมฟังก์ชัน ได้แก่ น้ำมันโอเมก้า 3 จากปลาทูน่า คอลลาเจนเปปไทด์ และแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า
น้ำมันทูน่าที่มี DHA สูงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสูตรที่มุ่งเน้นสุขภาพสมอง การรับรู้ และดวงตา โดยเฉพาะในลูกสุนัข ลูกแมว และสัตว์เลี้ยงสูงวัย ขณะที่คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทูน่ามีศักยภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านผิวหนังและเส้นขน รวมถึงข้อต่อและการเคลื่อนไหว ส่วนแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่าในรูปไฮดรอกซีอะพาไทต์ยังประกอบด้วยฟอสฟอรัส คอลลาเจน และแร่ธาตุอื่นๆ จึงสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพกระดูก ฟัน และการเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตาม โภชนาการที่ดีต้องมาพร้อมกับความน่ากิน (Palatability) เพื่อให้สัตว์เลี้ยงยอมรับและรับประทานอย่างต่อเนื่อง วัตถุดิบจากปลาทูน่าจึงมีข้อได้เปรียบจากกลิ่นและรสตามธรรมชาติ และสามารถตอบโจทย์ทั้งคุณค่าทางโภชนาการและความน่ากินในสูตรเดียวกัน
การเลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับช่วงวัยและความต้องการด้านสุขภาพ ควบคู่กับคุณภาพ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความน่ากิน และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาโภชนาการเพื่อ Better Lives for Pets อย่างยั่งยืน
Continue reading “Upcycling Marine Ingredients: Better Lives for Pets”









