Magnesium: Unlocking the Body’s Stress Response

แมกนีเซียม: กลไกสำคัญในการควบคุมวงจรความเครียดของร่างกาย

            ความเครียดไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกไม่สบายใจ ความอึดอัด หรือภาวะทางอารมณ์เท่านั้น แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ว่าเป็นภาวะขาดสมดุลทางชีวภาพที่เกิดขึ้นเมื่อความต้องการที่เผชิญอยู่นั้นเกินกว่าศักยภาพที่รับรู้ว่าจะสามารถรับมือได้ เมื่อสมองรับรู้ถึงภาวะคุกคาม ร่างกายจะตอบสนองผ่านระบบหลัก 2 ระบบที่ทำงานในเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่

1.  ระบบ SAM (Sympathetic-Adrenal-Medullary) เป็นกลไกการตอบสนองต่อความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยสมองจะส่งสัญญาณไปยังต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและนอร์อะดรีนาลีน ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และมีการลำเลียงเลือดไปยังกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น กระบวนการนี้เรียกว่า “การตอบสนองแบบสู้หรือหนี” (Fight or Flight)

2. ระบบ HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal) เป็นกลไกการตอบสนองต่อความเครียดที่ทำงานช้ากว่าระบบ SAM แต่มีผลต่อร่างกายในระยะยาว โดยเริ่มจากสมองส่วนไฮโปทาลามัสจะหลั่งฮอร์โมน CRH (Corticotropin Releasing Hormone) เพื่อกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมน ACTH (Adrenocorticotrophic Hormone) ซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ผลิตคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกายในระยะยาว

            ในระยะสั้น การตอบสนองดังกล่าวถือเป็นกลไกการปรับตัวที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอดของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อระบบดังกล่าวยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ภาวะความเครียดเรื้อรัง ส่งผลให้ระดับคอร์ติซอลในร่างกายยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การหดตัวของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำทั่วร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลิน และทำให้สมองสูญเสียความสามารถในการยับยั้งความวิตกกังวล

 

แมกนีเซียม: ตัวปิดสวิตช์ระบบความเครียด

            เมื่อสมองรับรู้ถึงภัยคุกคาม วงจรความเครียดจะเริ่มทำงานผ่านแกน HPA ส่งผลให้มีการผลิตคอร์ติซอล ขณะเดียวกัน ระบบประสาทซิมพาเทติกจะถูกกระตุ้นให้หลั่งอะดรีนาลีนและนอร์อะดรีนาลีน เพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการตอบสนองแบบ “สู้หรือหนี” ในกระบวนการนี้ แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวควบคุมเชิงยับยั้งในหลายระดับของวงจรความเครียด โดยทำหน้าที่เป็นโคแฟกเตอร์ (Cofactor) ของเอนไซม์ tryptophan hydroxylase ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์เซโรโทนิน สารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลทางอารมณ์ นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังมีบทบาทในการยับยั้งตัวรับ NMDA เพื่อลดการกระตุ้นเซลล์ประสาทที่มากเกินไป
จากกลูตาเมต (Glutamate) รวมถึงช่วยกระตุ้นตัวรับ GABA-A ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งและช่วยลดความวิตกกังวล โดยมีกลไกบางส่วนคล้ายคลึงกับยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน (Benzodiazepines) ยิ่งไปกว่านั้น แมกนีเซียมยังมีส่วนช่วยลดการหลั่ง ACTH ทางอ้อม ส่งผลให้ระดับคอร์ติซอลในร่างกายลดลง และช่วยรักษาสมดุลของระบบตอบสนองต่อความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Continue reading “Magnesium: Unlocking the Body’s Stress Response”

ProPak Asia 2026: Navigating New Horizons in Processing & Packaging

ProPak Asia 2026: เปิดโลกใหม่ด้านอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์

           ProPak Asia 2026 งานแสดงสินค้าชั้นนำระดับเอเชียด้านเทคโนโลยีการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจัดโดยอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ยังคงเดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงบุคลากรในอุตสาหกรรมเข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ระดับโลก เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก

           จากความสำเร็จของการจัดงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 2,000 แบรนด์จาก 42 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานกว่า 72,000 คนจากทั่วโลก สำหรับในปี พ.ศ. 2569 นี้ พร้อมขยายพื้นที่การจัดงานขึ้นถึงร้อยละ 30 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 70,000 ตารางเมตร เพื่อนำเสนอโซลูชันครอบคลุมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีการแปรรูป เครื่องดื่ม การติดฉลาก เภสัชกรรม คลังสินค้า และอื่นๆ ผ่าน 9 โซนอุตสาหกรรม ได้แก่ ProcessingTechAsia, DrinkTechAsia, PharmaTechAsia, PackagingTechAsia, PackagingSolutionsAsia, Lab&TestAsia, Coding Marking & LabellingAsia, Coldchain Logistics Warehousing & FactoryAsia และโซนใหม่ล่าสุดอย่าง DigitalizationAsia

           ProPak Asia 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะรวบรวมแบรนด์ชั้นนำด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์จากทั่วโลก พร้อมกิจกรรม สัมมนา และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือและนวัตกรรม

Continue reading “ProPak Asia 2026: Navigating New Horizons in Processing & Packaging”

The Taste of Innovation – Handtmann Co-extrusion System

ยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารด้วยระบบ Co-extrusion System โซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยให้การผลิตไส้กรอกเป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์การผลิตในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ

– Coex Kit 87-36: เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ไส้กรอกสอดไส้ เช่น ไส้กรอกทั่วไปหรือไส้กรอกค็อกเทล โดยการอัดและทวิสไส้จะทำงานด้วย Holding Device และยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบราวแขวนอัตโนมัติได้อีกด้วย

– Coex Kit 87-40: เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผลิตภัณฑ์สอดไส้ขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้งานควบคู่กับเครื่องคลิป เช่น โบโลน่า แฮม ยอ และอื่นๆ

 

พบกับโซลูชันใหม่!!

           Coex Forming System: ผลิตภัณฑ์แบบเลเยอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนหลัก เสมือนลักษณะของเบคอนตามธรรมชาติ อัตราส่วนปริมาณเนื้อแดงและเนื้อขาวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 70/30 ถึง 80/20 นอกจากนี้ส่วนเนื้อขาวและเนื้อแดงยังสามารถสลับตำแหน่งกันได้ (Reverse layering) เช่น Chicken Strips, Vegan Bacon และ Pork Bacon เป็นต้น

ท่านที่สนใจนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก Handtmann แวะมาเยี่ยมชมได้ที่งาน ProPak Asia 2026 Hall C3 / Booth C3-AS42 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในวันที่ 10-13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Continue reading “The Taste of Innovation – Handtmann Co-extrusion System”

Pregelatinized Starch: Enhancing Quality and Texture in Modern Foods

แป้งพรีเจลาตินไนซ์: นวัตกรรมเสริมคุณภาพและปรับเนื้อสัมผัสในอาหารยุคใหม่

 

ในกระบวนการผลิตอาหาร ผู้ผลิตมักเผชิญข้อจำกัดด้านเวลาและอุณหภูมิ ทำให้แป้งไม่สุกเต็มที่และแสดงคุณสมบัติได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยแป้งพรีเจลาตินไนซ์ ซึ่งผ่านการทำให้สุกล่วงหน้าด้วยวิธีสเปรย์ดรายหรือดรัมดราย จนพร้อมใช้งานทันทีและให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

ประโยชน์ของแป้งพรีเจลาตินไนซ์ มีดังนี้

(1) ละลายได้ในน้ำเย็น

(2) สร้างความข้นหนืดโดยไม่ต้องใช้ความร้อน

(3) ให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม

(4) ให้ความคงทนต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระยะยาว

(5) ผลิตได้จากแป้งดัดแปรทุกประเภท

(6) ทนต่อกระบวนการผลิตในสภาวะต่างๆ เช่น ให้ความร้อนซ้ำหรือการแปรรูปขั้นตอนต่างๆ

(7) ใช้งานได้กับอาหารหลายประเภท ตั้งแต่ซอส ซุป น้ำสลัด ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มผง ไส้ขนมและเค้ก

ในอาหารคาว เช่น ซอส ซุป และน้ำสลัด แป้งชนิดนี้ช่วยเพิ่มความหนืดได้ทันทีทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านความร้อน ช่วยให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ลดการแยกชั้น และคงคุณภาพได้ดีทั้งอุณหภูมิห้องและแช่เย็น สำหรับเบเกอรี เช่น ไส้ขนมและเค้ก แป้งพรีเจลาตินไนซ์ช่วยให้ได้ความหนืดและความคงตัวสม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติละลายน้ำเย็น เพิ่มความหนืดรวดเร็ว และรักษาคุณภาพระยะยาว จึงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารยุคใหม่

Continue reading “Pregelatinized Starch: Enhancing Quality and Texture in Modern Foods”

Special Beer: A New Balance Between Health and Pleasure

เบียร์ชนิดพิเศษ: ทางเลือกใหม่ของสมดุลระหว่างสุขภาพและความรื่นรมย์

 

 

ในยุคที่การดูแลสุขภาพมีความสำคัญ “เบียร์” กำลังถูกพัฒนาให้มีส่วนประกอบเชิงหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยอาศัยหลักการทางเทคโนโลยีชีวภาพในการเปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูป ผ่านการทำงานของเอนไซม์และจุลินทรีย์ซึ่งกำหนดกลิ่น รสชาติ และคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของเบียร์ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะ “พอลิฟีนอล” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่พบในเบียร์ ทำให้เบียร์ชนิดพิเศษดังต่อไปนี้ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

– เบียร์แอลกอฮอล์ต่ำและไลท์เบียร์ ผลิตโดยการลดคาร์โบไฮเดรตและแอลกอฮอล์ ช่วยลดอาการมึนเมาและควบคุมน้ำหนัก

– เบียร์ปราศจากแอลกอฮอล์ มีปริมาณเอทานอลอยู่ที่ร้อยละ 0–0.5 ผลิตโดยการกำจัดแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องใช้สารเสริม เช่น แซ็กคาริน กรดแอสคอร์บิก และกรดแลคติค เพื่อปรับปรุงคุณภาพทางประสาทสัมผัส

– เบียร์เสริมโพรไบโอติกส์ การใช้เทคนิค Encapsulation หรือเลือกสายพันธุ์ทนทานอย่าง paracasei L26 และ S. cerevisiae var. boulardii ช่วยให้โพรไบโอติกส์รอดชีวิต และมีศักยภาพต่อสุขภาพลำไส้

– เบียร์ปราศจากกลูเตน ผลิตจากธัญพืชและธัญพืชเทียมที่ไม่มีกลูเตน โดยปริมาณกลูเตนต่ำกว่า 20 ppm

– เบียร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การเติมวัตถุดิบเสริม เช่น สมุนไพร ผัก เห็ดและผลไม้ ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้ในการผลิตเบียร์เพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงสุขภาพและปรับปรุงคุณลักษณะทางประสาทสัมผัส

เบียร์ชนิดพิเศษมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการใช้วัตถุดิบและกลิ่นรสใหม่ ดึงดูดผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม แม้ต้นทุนและความซับซ้อนสูง แต่ผู้บริโภคยังยินดีจ่ายเพื่อคุณค่าและประสบการณ์เฉพาะตัว

Continue reading “Special Beer: A New Balance Between Health and Pleasure”

THAIFEX – Anuga Asia 2026 Expands into Hall 4 as Show Reaches New Heights

THAIFEX – Anuga Asia 2026 ขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 เปิดมิติใหม่แห่งนวัตกรรม

 

 

            กลับมาอีกครั้งกับงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในปีนี้มีการขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติมไปยังฮอลล์ 4 จึงทำให้การจัดงานครั้งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดงานมา พร้อมทั้งเปิดตัวประเทศผู้เข้าร่วมงานใหม่ พาวิลเลียนระดับนานาชาติ ตลอดจนกิจกรรมและไฮไลท์พิเศษต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในระดับโลก

ขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 พร้อมจุดประกายไอเดียที่ไร้ขีดจำกัด

            การขยายพื้นที่สู่ฮอลล์ 4 ในครั้งนี้ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก รวมถึงความต้องการที่สูงขึ้นจากกลุ่มบริษัทอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคเอเชีย โดยฮอลล์ดังกล่าวได้จัดภายใต้แนวคิด F&B Idea Engine ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเทรนด์และองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมไว้ในที่เดียว พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานผ่านโซนสำคัญต่างๆ ได้แก่ Future Food Experience+, tasteInnovation Show, Trend Zone, Startup, New-to-Market Street, Taste the Future, Alternative Protein Taste & Flavour Challenge และ Thailand Ultimate Chef Challenge พื้นที่ดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนเวทีที่รวบรวมนวัตกรรมด้านวัตถุดิบแห่งอนาคต ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกระแสหลักของตลาดในภายภาคหน้า

            พลาดไม่ได้กับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เวทีสำคัญสำหรับการเจรจาการค้า สร้างเครือข่าย และก้าวนำเทรนด์ตลาด โดยในเดือนพฤษภาคมนี้ ภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลกจะมารวมตัวกัน ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแห่งโอกาสระดับนานาชาติ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaifex-anuga.com

 

            THAIFEX – Anuga Asia returns to IMPACT Muang Thong Thani, Bangkok from 26 to 30 May 2026, expanding into Hall 4 as the show reaches its largest edition yet. The upcoming event will introduce new participating countries, new national pavilions, and new features reflecting the continued growth of the global F&B trade.

 

Expanding into Hall 4: Sparking Continuous Innovation

            Introduced to accommodate growing global participation and rising demand from international F&B companies targeting Asian markets, Hall 4 is the show’s F&B Idea Engine — where innovation and market trend insights are concentrated and amplified for buyers and brands. Home to Future Food Experience+, the tasteInnovation Show, Trend Zone, Startup, New-to-Market Street, Taste the Future, the Alternative Protein Taste & Flavour Challenge, and the Thailand Ultimate Chef Challenge, it is where next-generation ingredients and disruptive concepts converge before entering mainstream markets.

            An event you can’t miss! THAIFEX – Anuga Asia 2026 remains a key platform for trade negotiations, networking, and staying ahead of market trends. This May, the global food and beverage industry will converge in Bangkok to participate in this international platform of opportunity. For more information, please visit www.thaifex-anuga.com

 

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care เดือนพฤษภาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น U share V care ลุ้นรับของกำนัล   

Air Purifier  (2 Lucky Winners)

ลุ้นรางวัลกับเราได้ตามลิงก์ด้านล่างเลย อย่าลืมกรอกให้ครบ..นะคะ

Winner of U Share V Care March 2026

ประกาศรางวัลU Share V Care เดือนมีนาคม 2569

Mini Air Purifier
(2 Lucky Winners)

1. Pattamaporn Sakprom
EOSH Auditor
Haad Thip Public Company Limited

2. Ratchatorn Sansa-ard
Product Development Lead
Chotiwat Manufacturing Public Company Limited

NSF Certifies First Malaysian Bottled Water Client for Beverage Quality

Spritzer, a leading Malaysian bottled beverage brand, has earned certification to ANSI-Accredited Product Certification Body – Accreditation #0216

 Kuala Lumpur, Malaysia  (April 7, 2026)—NSF, a leading global organization dedicated to protecting human health, has awarded its first accredited product certification for bottled water and beverages in Malaysia.  Spritzer, a leading Malaysian bottled beverage company, received certification to ANSI-Accredited Product Certification Body – Accreditation #0216 for three of its product lines: Natural Mineral Water, Distilled Drinking Water and Sparkling Natural Mineral Water.

“With this first certification for bottled water and beverages in Malaysia, NSF is expanding its footprint in the APAC region, supporting even more businesses in their efforts to prioritize quality and safety,” said Sutida Ketudut, Managing Director, NSF APAC. “NSF’s Bottled Water and Packaged Ice certifications help clients to stand out in a highly competitive market, while ensuring that consumers have a verified, reliable option for drinking water and beverages.”

NSF developed the Bottled Water Certification program, which includes comprehensive guidelines and requirements specifically for bottled water. It is the only accredited product certification program that offers analysis for bottled water, including microbiological, chemical and radiological analyses in accordance with national and international regulations.

Dr. Chuah Chaw Teo, a key executive and the Research and Development (R&D) Director at Spritzer Bhd, received an official certificate from Sutida Ketudut, Managing Director of APAC, NSF.

Spritzer’s certified products can now carry the official NSF certification mark and be listed on NSF website, helping consumers and retailers to easily identified verified products. The popular beverage brand was founded in 1989 and offers innovative, sustainable and delicious hydration solutions.

NSF’s certification process involves a thorough product and manufacturing facility analysis. The products must be produced in a manufacturing facility that is inspected annually for compliance with international regulations, such as the United States Food and Drug Administration (FDA), Environmental Protection Agency (EPA), China Natural Mineral Water and European Union (EU). Additionally, the facility must undergo a rigorous annual or biannual audit to verify it meets all certification requirements.

Learn more about NSF’s beverage quality certification.

About NSF

NFI is an independent, global services organization dedicated to improving human and planet health for more than 80 years by developing public health standards and providing world-class testing, inspection, certification, advisory services and digital solutions to the food, nutrition, water, life sciences and consumer goods industries. NSF has 40,000 clients in 110 countries and is a World Health Organization (WHO) Collaborating Center on Food Safety and Water Quality.

About Spritzer
For over three decades, Spritzer has been synonymous with excellence in the bottled water industry. From its humble beginnings in 1989 to its current status as a pioneer and innovator, the group’s journey reflects a steadfast commitment to quality, sustainability, and customer satisfaction. As Spritzer continues to lead the way forward, it not only quenches the thirst of millions but also sets a refreshing standard for responsible and innovative business practices in Malaysia.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไทยลุยตลาดสิงคโปร์! ส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก” ประเทศแรกในรอบ 28 ปี คาดสร้างรายได้ปศุสัตว์ไทยกว่า 150 ล้านบาท ในปี 2569

           กรมปศุสัตว์ เผยความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ หลังสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency; SFA) อนุมัติให้ประเทศไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกผ่านความร้อน” ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยอาหารไทย (Thai Food Safety) ในเวทีโลก พร้อมทำสถิติเป็นประเทศแรกที่เปิดตลาดสิงคโปร์ได้สำเร็จหลังวิกฤตนิปาห์ไวรัสปี พ.ศ. 2541

 

 

           นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) ได้มีหนังสือแจ้งอนุมัติรับรองให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกที่ผ่านความร้อน (Heat-treated Pork Blood Products) ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ทันที ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพการดำเนินงานเชิงรุกของกรมปศุสัตว์ในการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหาร (GHPs) และระบบควบคุมโรคระบาดที่เข้มแข็งจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

           “ความสำเร็จในครั้งนี้มีจุดเริ่มจากการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นโดยคณะผู้แทน SFA ได้เดินทางมาตรวจประเมินโรงฆ่าสุกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568  ซึ่งผลการประเมินยืนยันชัดเจนว่า ระบบการผลิต กระบวนการจัดเก็บ และการแปรรูปเลือดสุกรของไทยมีสุขอนามัยและความปลอดภัยในระดับสูง (Premium Quality & Safety) สอดคล้องกับมาตรฐานที่เข้มงวดของสิงคโปร์ทุกประการ จึงอนุมัติรับรองให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุกที่ผ่านความร้อน (Heat-treated Pork Blood Products) ไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ทันที” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว

ที่มา / Source: Pasakorn, 2026

 

           ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เลือดสุกรสุกในประเทศสิงคโปร์ได้สำเร็จ หลังจากที่มีการระงับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จากสถานการณ์การระบาดของโรคนิปาห์ไวรัส การเปิดตลาดครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูและขยายโอกาสทางการค้า โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สุกรของไทยในปี พ.ศ. 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 150 ล้านบาท

           นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยอาหารเข้มงวดระดับโลก ให้การรับรองประเทศไทย นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อสินค้าปศุสัตว์ไทยในตลาดนานาชาติ กรมปศุสัตว์จึงพร้อมเดินหน้าร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการขยายตลาด ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

 

เอกสารอ้างอิง / Reference

Pasakorn. (2026, April 4). สิงคโปร์ ไฟเขียวไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก.” กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์. https://foreign.dld.go.th/index.php/th/public-relation-menu/dilc-contents-menu/stategy/sgpbloodexport