
Author: admin
Mala Mania: From Chinese Hotpot Flavor to Modern Snack Innovation
Be Aware of the Law! FDA Sets Quality Standards for Jams, Jellies, and Marmalades (Part 1)
ก้าวสู่ยุคดิจิทัลของการมอนิเตอร์วัสดุด้วย VEGA โซลูชันวัดระดับอัจฉริยะเพื่อความเสถียรของกระบวนการผลิตในระยะยาว
ร่วมแสดงความคิดเห็น U Share V Care เดือน ธันวาคม 2568
Winner of U Share V Care October 2025

ประกาศรางวัลU Share V Care ตุลาคม 2568
Starbuck Gift Card 500 Baht
(2 Lucky Winners)
1. Wanitchaya Saleedang
Research and Development Manager
MRGN Petcare Ltd.
2. Sasirut Mahuttanobol
Research and Development Team Leader
Siam Winery Co., Ltd.

S_RM2026
Food Focus Thailand Roadmap 2026 Bakery & Pastry Edition : Presentation Slide
Food Focus Thailand Roadmap 2026: Bakery & Pastry Edition
19 March 2026 | Jupiter Room 4–9, Challenger Hall, IMPACT Muang Thong Thani
Proof to Perfection: Redefining the Future of Baking
09.45-10.15 นวัตกรรมเบเกอรีเพื่อสุขภาพ: การผสานวิตามินและสีธรรมชาติในสูตรผลิตภัณฑ์
โดย: คุณวิลาวัณย์ สกุลกอบสิน
Account Manager – Taste, Texture & Health
DSM Nutritional Products (Thailand) Ltd.
Continue reading “Food Focus Thailand Roadmap 2026 Bakery & Pastry Edition : Presentation Slide”
ผอมแต่เสี่ยง: บทบาทของไมโครไบโอมต่อสุขภาพเมตาบอลิกของชาวเอเชีย

แม้ชาวเอเชียหลายคนจะดูผอมเพรียว แต่บางคนมีไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในสูง (TOFI หรือ “Skinny-fat”) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และไขมันพอกตับ โดยไม่แสดงอาการชัดเจน
สาเหตุของภาวะ Skinny-fat ในชาวเอเชียเกิดจากการบริโภคอาหารดั้งเดิมที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและดูดซึมเร็ว เช่น ข้าวขาวหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ดื้ออินซูลิน และสะสมไขมันในช่องท้อง ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้เพียงลดแคลอรีหรือหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับไมโครไบโอมในลำไส้ ซึ่งเป็นชุมชนจุลชีพที่ควบคุมระบบเมตาบอลิซึม ดังนั้น การดูแลไมโครไบโอมให้สมดุลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคเมตาบอลิกในภูมิภาคเอเชีย
ไมโครไบโอม: ตัวแปรสำคัญที่ถูกมองข้ามในสมการสุขภาพ
ไมโครไบโอมในลำไส้เป็นศูนย์กลางควบคุมการย่อยอาหาร การสะสมไขมัน และการหลั่งฮอร์โมน เมื่อไมโครไบโอมในลำไส้สมดุลจะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและการตอบสนองต่ออินซูลิน แต่หากเสียสมดุลจากอาหารคุณภาพต่ำ อาจทำให้เกิดการอักเสบและสะสมไขมันผิดปกติ
ใยอาหารจากรากชิโครี ได้แก่ อินูลิน และโอลิโกฟรุกโตส ถือเป็นพรีไบโอติกส์ทางเลือกจากธรรมชาติที่ได้รับ การยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถช่วยบำรุงระบบนิเวศของจุลชีพในลำไส้ได้ โดยใยอาหารเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เช่น Bifidobacteria และ Lactobacilli ซึ่งส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมในลำไส้ที่เหมาะสม อันนำไปสู่ผลดีต่อสุขภาพเมตาบอลิกในภาพรวม
จากงานวิจัยทางคลินิกระบุว่า การบริโภคใยอาหารจากรากชิโครีเพียงวันละ 3 กรัม ก็ถือว่าเพียงพอต่อการเพิ่มจำนวน Bifidobacteria และส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยควบคุมความอยากอาหารและการใช้พลังงานของร่างกาย
จากลำไส้สู่สมอง: วิทยาศาสตร์ของสัญญาณความอิ่ม
การควบคุมน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอยู่กับวินัยเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานทางชีววิทยาที่เริ่มต้นจากลำไส้ เมื่อใยอาหารถูกหมักโดยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ จะเกิดกรดไขมันสายสั้น (SCFAs) ได้แก่ อะซิเตต โพรพิโอเนต และบิวทีเรต ซึ่งกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน GLP-1 และ PYY ซึ่งจะส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมองและช่วยควบคุมความอยากอาหารตามธรรมชาติ กลไกนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของลำไส้ต่อการควบคุมน้ำหนักและสุขภาพเมตาบอลิกในร่างกาย
จากงานวิจัยพบว่า การบริโภคใยอาหารจากรากชิโครีช่วยลดน้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และไขมันในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์นี้ยืนยันว่า การส่งเสริมไมโครไบโอมด้วยพรีไบโอติกส์ถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเพื่อเตรียมตัวรับมือกับโรคเมตาบอลิกที่เพิ่มสูงขึ้นในทวีปเอเชีย
สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากน้ำตาลที่สมดุล
สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 ผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 1 ใน 8 คน จะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงร่วมกับวิถีชีวิตแบบเมืองที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย แม้การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมจะมีความสำคัญ แต่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีอัตราการเกิดโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในประเด็นนี้ ไมโครไบโอมในลำไส้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนเดียวกับที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความอิ่ม ยังมีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผ่านการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาล และการยับยั้งการหลั่งกลูคากอนซึ่งมีผลต่อการเพิ่มระดับน้ำตาล นอกจากนี้ GLP-1 ยังช่วยชะลอการเคลื่อนผ่านของอาหารออกจากกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารไม่พุ่งสูงขึ้นเร็วจนเกินไป ด้วยกลไกดังกล่าว ใยอาหารจากรากชิโครีจึงมีบทบาทในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย
นอกจากนี้ ใยอาหารจากรากชิโครียังมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากมีรสหวานอ่อนๆ ตามธรรมชาติ จึงสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำตาลบางส่วนในสูตรอาหารได้ โดยที่ยังคงเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ดีไว้ อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณน้ำตาลและพลังงาน จากงานวิจัยทางคลินิกยังพบว่า หากยิ่งมีการทดแทนน้ำตาลด้วยใยอาหารดังกล่าวในสัดส่วนที่สูงขึ้น ระดับน้ำตาลและอินซูลินหลังมื้ออาหารก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย
อนาคตของนวัตกรรมอาหารในเอเชีย
ปัญหา “Skinny-fat” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแพทย์เท่านั้น แต่เป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในทวีปเอเชีย โดยผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้มองหาอาหารที่ระบุข้างฉลากว่า “แคลอรีต่ำ” หรือ “น้ำตาลน้อย” อีกต่อไป แต่ยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนการย่อยอาหาร ระดับพลังงาน และความสมดุลของระบบเมตาบอลิกจากภายในร่างกายอย่างแท้จริง
ใยอาหารจากรากชิโครี เช่น อินูลินและโอลิโกฟรุกโตส ถือเป็นผู้ช่วยสำคัญในการลดปริมาณน้ำตาลและพลังงานในผลิตภัณฑ์ โดยที่ยังคงรักษารสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดี พร้อมทั้งมีผลงานวิจัยรองรับเกี่ยวกับประโยชน์ต่อสุขภาพเมตาบอลิกอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ใยอาหารยังสามารถนำไปใช้ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นมทางเลือก เครื่องดื่ม ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวและเบเกอรี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในภาพรวม ทั้งในสิ่งที่เห็นได้จากภายนอกและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย

ผู้เขียน: Christian Philippsen
Managing Director
BENEO Asia-Pacific Pte. Ltd.
Continue reading “ผอมแต่เสี่ยง: บทบาทของไมโครไบโอมต่อสุขภาพเมตาบอลิกของชาวเอเชีย”












