จุฬาฯ จัดเวทีเสวนา From Farm to Facts : คุณภาพนมไทยพิสูจน์ได้ นำเสนอความรู้ที่ถูกต้องจากนักวิชาการจุฬาฯ

               จุฬาฯ เปิดเวทีวิชาการ “From Farm to Facts : คุณภาพนมไทยพิสูจน์ได้” เพื่อคลี่คลาย ข้อกังวลต่อคุณภาพน้ำนมและผลิตภัณฑ์นมไทย ด้วยองค์ความรู้จากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ ตอกย้ำบทบาทของจุฬาฯ “เมื่อสังคมมีปัญหา จุฬาฯ มีให้คำตอบ”

               จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จัดกิจกรรมเสวนา “From Farm to Facts : คุณภาพนมไทยพิสูจน์ได้” เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ห้อง Sci Space ชั้น 1 อาคารแถบนีละนิธิ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำนมและผลิตภัณฑ์นมของไทย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเสวนาได้เรียนรู้กระบวนการผลิตนมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางในฟาร์มโคนมจนถึงกระบวนการแปรรูป มาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์นมที่ผู้บริโภคได้รับ

               วิทยากรผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย รศ.น.สพ.ดร.กิตติศักดิ์ อัจฉริยะขจร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ  รศ.ดร.อินทาวุธ สรรรพวรสถิตย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ รศ.พญ.พรรณทิพา ฉัตรชาตรี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ชนม์ชนก เมืองนาโพธิ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

               การเสวนา “From Farm to Facts : คุณภาพนมไทยพิสูจน์ได้” นำเสนอความรู้ที่ถูกต้องอย่างครอบคลุมครบถ้วนโดยนักวิชาการจุฬาฯ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางด้านสัตวแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และแพทยศาสตร์ เริ่มจากที่มาของน้ำนมดิบและกระบวนการผลิตน้ำนม ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การเก็บรวบรวม การขนส่ง และการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อความมั่นใจในความสะอาดและมาตรฐานของวัตถุดิบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการแปรรูปน้ำนม ประเภทของนมและผลิตภัณฑ์นมที่พบทั่วไปในท้องตลาด เช่น นมสด นมพาสเจอร์ไรส์ นมยูเอชที รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมแปรรูปอื่น ๆ เช่น นมผง นมอัดเม็ด ฯลฯ

               นอกจากนี้ วิทยากรยังยังกล่าวถึงกระบวนการปรับมาตรฐานน้ำนม (Standardisation) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมปริมาณไขมัน โปรตีน และของแข็ง ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตลอดจนการเสริมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์นม รวมถึงการอธิบายถึงวัตถุเจือปนอาหารในนม โดยเน้นชนิดของวัตถุเจือปนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และหลักการควบคุมคุณภาพเพื่อคงความปลอดภัยของผู้บริโภค

               ในส่วนของข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง วิทยากรได้อธิบายหลักเกณฑ์การผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงแนวทางการแสดงฉลากและข้อมูลโภชนาการ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้ด้วยความมั่นใจในคุณภาพ นอกจากนี้ยังให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการบริโภคนมและผลต่อสุขภาพ การบริโภคอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย และการเลือกผลิตภัณฑ์นมที่ได้มาตรฐานเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

Driving a Healthier Future Through Science-Based Reformulation in Thailand

FIA, FTI and FoSTAT convene regulators, scientists, and industry leaders for a national dialogue on nutrition and reformulation

           BANGKOK, THAILAND, 25 AUGUST 2025 – Last week, Food Industry Asia (FIA), together with the Food & Beverage Industry Club, Federation of Thai Industries (FTI) and with the support of the Food Science and Technology Association of Thailand (FoSTAT), convened policymakers, regulators, academics, scientific experts, and industry leaders at the Scientific & Regulatory Workshop: “Science in Action – Reformulating Thailand’s Food Future” in Bangkok.

The workshop brought together key stakeholders for a constructive dialogue on how science-based reformulation can advance public health and nutrition outcomes in Thailand. The event created an important platform to bridge science, policy, and application in strengthening Thailand’s food system by anchoring discussions in practical implementation within the local context and ensuring regulatory engagement.

            Dr. Visaratana Therakomen, Deputy Director of the Bureau of Nutrition at the Department of Health, Ministry of Public Health, delivered a scene-setting speech that underscored Thailand’s current nutrition and health challenges, including rising rates of obesity and diet-related non-communicable diseases. She stressed the need for urgent, coordinated action and agreed that reformulation can serve as a critical pathway to reduce excessive sugar and sodium intake, alongside broader measures to improve national nutrition outcomes.

            Prof. Samuel Godefroy, Professor of Food Risk Analysis and Regulatory Systems at Université Laval, also underscored the importance of embedding robust risk assessment frameworks into reformulation policy, stressing that transparent, science-based evaluation strengthened regulatory confidence and consumer trust.

            Dr. Kotchaphon Manoonphol, Deputy Director of the Food Division at the Thai Food and Drug Administration, reinforced this during her speaking engagement, outlining how Thailand evaluates and authorises reformulation ingredients such as non-sugar sweeteners and sodium substitutes. She notes that safety, efficacy, and regulatory clarity are essential to ensuring consumer acceptance and public health outcomes.

Consumer insights were shared by FIA, highlighting findings from its new ASEAN-wide study. The research showed that consumers are actively reducing their sugar intake (81%), sodium consumption (78%), and expressing neutral and positive support towards reformulation efforts (94%). Importantly, 82% of consumers say they are willing to pay more for reformulated products if taste is maintained. These insights underscore the importance of consumer acceptance in shaping effective nutrition policies and building trust in healthier products.

“Reformulation remains one of the most complex yet essential strategies for delivering healthier food products to consumers, while also supporting a resilient and sustainable food system. It requires close alignment between scientific evidence, regulatory clarity, and consumer expectations. When that balance is achieved, reformulation becomes a practical tool for both government and industry to improve nutrition outcomes while maintaining trust and product quality,” said Mr. Charoen Kaewsuksai, Chairman of the Food & Beverage Industry Club, FTI. This message was further reinforced by Dr. Pichet Itkor, Secretary General of the Food & Beverage Industry Club, FTI, during his presentation.

            Dr. Kom Kamonpatana of FoSTAT also shed light on the crucial role of food science and technology in driving sustainable reformulation, emphasising the importance of understanding the food matrix, leveraging ingredient alternatives to balance taste and functionality, and fostering collaborative campaigns that encourage healthier consumption of reformulated products. FoSTAT provides a platform and forum for ongoing collaboration among scientists, technologists, and industry partners, paving the way for continuous innovation in reformulated choices. FoSTAT promotes food science, technology, and innovation through the FoSTAT Food Innovation Contest, a national competition for undergraduates. The contest develops young food scientists’ skills and generates innovative prototypes that offer new opportunities for the food industry to bring to market.

“We are deeply grateful for the support of all our partners and stakeholders in making this dialogue a success. A great deal has been discussed today, and it is encouraging to see the strong alignment on the role of science, innovation, and collaboration in improving nutrition outcomes. FIA remains committed to working hand in hand with stakeholders in Thailand to support capacity building and to create a healthier and more sustainable food system for the future,” said Matt Kovac, CEO of Food Industry Asia.

            The workshop concluded with a high-level panel discussion where regulators, academics, and industry leaders reflected on the insights shared and explored opportunities to align Thailand’s health priorities with responsible innovation. The dialogue reaffirmed the importance of multi-stakeholder collaboration to create an enabling environment for reformulation and to address nutrition and public health challenges together.

Continue reading “Driving a Healthier Future Through Science-Based Reformulation in Thailand”

SUSTAINOVATION PACKAGING CONFERENCE 2025: The Next Chapter of Circular Innovation Smarter Designs. Greater Impact. Circular by Innovation.

          เมื่อโลกของบรรจุภัณฑ์เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ปี พ.ศ. 2568 กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่หลอมรวมความยั่งยืนและความชาญฉลาดเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนำไปสู่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากแต่ยังเป็นยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการจัดงานสัมมนาโดยนิตยสาร ฟู้ด โฟกัส ไทยแลนด์ ภายใต้ธีม Sustainovation Packaging: The Next Chapter of Circular Innovation โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ภายในงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติ “PACK PRINT INTERNATIONAL 2025 และ CorruTec ASIA 2025” เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ณ ฮอลล์ 100-101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

 

          Sustainovation Packaging: The Next Chapter of Circular Innovation ถือเป็นเวทีแห่งการรวมตัวของผู้นำอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากหลากหลายหน่วยงาน โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุนทร ยงค์วิบูลศิริ จากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรม ในการนำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกและปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ที่ไม่อาจมองข้ามได้ รวมถึงการนำหลักการ Extended Producer Responsibility (EPR) มาบังคับใช้ ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ อีกทั้งยังกล่าวถึงหัวใจสำคัญอย่างการส่งเสริม Eco Design และ Design for Recycle (D4R) เพื่อตอบโจทย์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้จริงและง่ายขึ้น ภายในงานยังมีอีกหนึ่งประเด็นการบรรยายที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม กับแนวทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Digital Twin มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และสำรวจตัวเลือกการออกแบบที่หลากหลาย เพื่อยกระดับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดต้นทุนการใช้วัสดุ ลดการสร้างต้นแบบ และเร่งระยะเวลาการนำสินค้าออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณภูริพันธุ์ สุวรรณฤกษ์ จากบริษัท Siemens Digital Industries Software พร้อมด้วย คุณจักรพงศ์ อินทรสิงห์ และคุณกฤษฎา เอมชม จากบริษัท Material Automation (Thailand) Co., Ltd.

          นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาของผู้นำในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์หลัก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติก จากบริษัท ALPLA Packaging (Thailand) Ltd. บรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติ บริษัท Biodegradable Packaging for Environment Co., Ltd. และบรรจุภัณฑ์แก้วจากบริษัท BG Container Glass Public Co., Ltd. มาแลกเปลี่ยนกลยุทธ์สำคัญในการเตรียมความพร้อม ปรับตัว และขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยการออกแบบที่สอดคล้องกับหลักการ EPR พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เพื่อให้การปฏิบัติตามหลักการ EPR ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

          ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งเสวนาพิเศษที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากผู้เล่นสำคัญในตลาด ได้แก่ บริษัท Unilever Thai Trading Ltd. (ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค) บริษัท Berli Jucker PCL. (ธุรกิจค้าปลีก) และบริษัท Shrinkflex (Thailand) PCL. (ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นเครื่องมือสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งบทบาทของเทรนด์ความยั่งยืนที่เป็นโจทย์สำคัญของทุกภาคส่วน รวมถึงกลยุทธ์การนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคมาใช้เพื่อสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่สะดวกต่อการใช้งาน ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และยั่งยืน อันเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ นอกจากนี้ ยังเสริมถึงตัวอย่างความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า และกำหนดแนวโน้มบรรจุภัณฑ์ในอนาคตที่ผู้ประกอบการควรจับตามองเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจต่อไ

          การจัดงานประชุมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดเท่านั้น หากยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้รับฟังข้อมูลเชิงลึก พร้อมการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเป็นแนวทางการนำไปปรับใช้ในธุรกิจจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า PACK PRINT INTERNATIONAL 2025 และ CorruTec ASIA 2025 และงานประชุมนี้ จึงเป็นโอกาสที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในมิติต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ การตลาด เทคโนโลยี โซลูชัน เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

Continue reading “SUSTAINOVATION PACKAGING CONFERENCE 2025: The Next Chapter of Circular Innovation Smarter Designs. Greater Impact. Circular by Innovation.”

A Crisis of Trust in the Food Aisle

By:  Christian Philippsen

Managing Director

BENEO Asia-Pacific Pte. Ltd.           

 

Why Does Reading a Food Label Feel Like You Need a Translation Tool to Fully Understand It?

           Walk through any grocery aisle today and you’ll find shoppers behaving like detectives: turning over packages, scrutinising labels, and second-guessing what’s inside. In Asia, where nearly 60% of consumers say clean label products have a “fair” to “great” influence on their buying decisions, this scrutiny is only intensifying.

           In today’s food culture, it’s not enough for a product to be clean—it has to be honest as well. Consumers want ingredients they recognise, understand, and believe in. And increasingly, they’re rewarding brands that can offer transparency from farm to factory to final product.

 

Clean Label, Clearer Values

           As demand for transparency grows1, food manufacturers are under increasing pressure to use ingredients that meet both health and labelling expectations. This means going beyond “free from” claims and tapping into recognisable ingredients that offer functional benefits consumers understand and trust.

           Prebiotic fibres like Orafti® Inulin and Oligofructose are a great example. Extracted via a gentle physical extraction process from the chicory root, these ingredients naturally support digestive health and help manage blood glucose levels—nutritional benefits that are not only scientifically substantiated but can also be clearly communicated to consumers.

           Other ingredients, such as those made from rice, are also gaining traction for similar reasons. BENEO’s rice starch, for instance, is valued for its outstanding technological properties, hypoallergenic profile and mild taste, making it a fit for a broad range of applications. It enhances texture and improves stability in a wide range of applications, from infant meals and gluten-free applications to dairy and alternative dairy products as well as soups and sauces. In addition to providing functional benefits and high quality, BENEO continuously invests to improve its sustainability credentials, such as reducing CO2 emissions, fostering responsible water use in production as well as projects to reduce the environmental impact of rice farming2.

 

Production that Reflects Purpose

           Clean label isn’t just about what’s in the product. It’s also about how that product is made.      Increasingly, consumers care about sustainable sourcing, minimal processing, and the environmental footprint of their food.

           That’s where pulses like the faba bean come in. Naturally nutrient-dense and functionally versatile, faba beans are well-suited for clean-label applications—from emulsification in egg-free baked goods to improving texture and the nutritional profile in plant-based meat and dairy alternatives. Environmentally, they also have a natural advantage: as nitrogen-fixing crops, they enrich the soil and reduce the need for synthetic fertilisers not just for themselves, but also for subsequent crops.

           To scale up sustainable options like these, BENEO recently opened a new pulse-processing facility in Germany. The site was designed with sustainability in mind: powered on 100% renewable energy, it also features rooftop solar panels, and uses waste heat from production to heat the building.

           One of the facility’s most notable features is its water-free processing technology—a critical step in conserving water resources. The plant uses locally grown faba beans and follows a zero-waste model, with every part of the crop fully utilised. Protein concentrates, starch-rich flour, and hulls are all valorised for both food and feed applications, thus maximising resource efficiency.

           The site also reflects BENEO’s wider commitment to sustainability through its Healthy Planet Plan, which includes goals around climate protection, supply chain resilience, and responsible sourcing. The cultivation methods of the faba beans comply with the Farm Sustainability Assessment (FSA) Gold Level, i.e. they fulfil certain standards for sustainable agriculture.

 

A Future Built on Food You Can Trust

           Once upon a time, “clean label” simply meant removing artificial ingredients. Today, it’s about delivering on transparency through ingredients that are easy to understand, rooted in nature, and produced with intention.

           With more than 6 in 10 global consumers3 now reading food labels regularly and actively researching ingredient origins, the market is no longer just rewarding simplicity – it’s demanding evidence. Brands that back up their claims with scientifically proven health benefits are the ones earning consumers’ trust.

           In today’s world where trust is hard-earned and easily lost, the most powerful ingredient on any label is honesty.

Continue reading “A Crisis of Trust in the Food Aisle”

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษของไทย: ยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงด้านโภชนาการ

           ดร .วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต ได้มอบหมายให้คุณบุญเลิศ อ่องไพบูลย์ รองประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกันหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (Foods for Special Dietary Use) เช่น อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และอาหารสำหรับบุคคลผู้มีวัตถุประสงค์ในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษ (Foods for persons which require special purpose) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ในประเทศ ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งยกระดับการเข้าถึงอาหารพิเศษที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนชาวไทย

           จากการหารือพบว่า อุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษของประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งเรื่องการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีโอกาสเข้าร่วมในระบบ การวิจัยและพัฒนาที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณสูง โดยเฉพาะการวิจัยทางคลินิก ตลอดจนความจำเป็นในการปรับปรุงแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และยังคงความปลอดภัย ปัจจุบันหน่วยประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมด้านโภชนาการสำหรับอาหารวัตถุประสงค์พิเศษยังมีจำกัด และบริษัทที่ได้รับอนุญาตอาหารทางการแพทย์ มี 8 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ สเปน เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี เป็นต้น

           ทั้งสามหน่วยงานจึงเห็นพ้องกันในการดำเนินงานร่วมหลายด้าน อาทิ การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามระดับความเสี่ยง (Medium, High Risk) ให้สอดคล้องกับแนวทางการพิจารณาอนุญาต การจัดทำสูตรอาหารมาตรฐาน (Formulation Monograph) เป็นข้อแนะนำเกณฑ์ด้านโภชนาการของอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการขออนุญาตรับเลขสารบบอาหาร การลดระยะเวลาและเอกสารประกอบการพิจารณา รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการทดสอบเนื้อสัมผัสอาหาร โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เข้ามาช่วยพัฒนาเครื่องมือทดสอบ และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำวิธีการและเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้จัดทำโครงการ Positive list นำร่องสินค้าเกษตร โดยมี คุณรุจิเรข น้อยเสงี่ยม ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายระหว่างประเทศที่ 1 เป็นเจ้าของโครงการ และ ดร. วรรณพ วิเศษสงวน เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

           ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวคาดว่าจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทางการแพทย์และอาหารสำหรับบุคคลผู้มีวัตถุประสงค์ในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษของไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างความมั่นคงด้านโภชนาการของประชาชน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

อย. ร่วมศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น ยกระดับนวัตกรรมอาหาร เดินหน้าขับเคลื่อน Positive list เพื่อผู้บริโภคไทย

           สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เข้าร่วมภารกิจศึกษาดูงานด้าน Food Innovation & Food with Function Claims (FFC) ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง รวมถึงการกำกับดูแลการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยขับเคลื่อนผ่านคณะทำงานจัดทำแนวทางและกลไกเพื่อสนับสนุนการจัดทำบัญชีรายการสารสำคัญการกล่าวอ้างหน้าที่อื่นของอาหารและส่วนประกอบของอาหาร (Positive Lists for Other Function Claims)  มีเภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน และเภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นคณะทำงาน

 

          การศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมนวัตกรรมอาหารที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันตลาดอาหารที่มีการกล่าวอ้างคุณสมบัติทางสุขภาพส่งออกและตลาดในประเทศประมาณ 258,000 ล้านบาท และในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8-10 ต่อปี ซึ่งการพัฒนากลไก Positive list จะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

คณะผู้แทน อย. เข้าศึกษาดูงานหน่วยงานสำคัญของญี่ปุ่น ได้แก่

– RIKEN Center for Sustainable Resource Science (CSRS) ที่เน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชีวภาพอย่างยั่งยืน

– Consumer Affairs Agency (CAA) หน่วยงานกลางดูแลกฎหมายและนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงระบบการกล่าวอ้างคุณสมบัติของอาหาร (Food with Function Claims)

– National Agriculture and Food Research Organization (NARO) ศูนย์วิจัยด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่น

– ผู้ประกอบการอาหารเชิงหน้าที่ ที่พัฒนานวัตกรรมส่วนผสมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยอิงงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด

 

          เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงความสำคัญของภารกิจครั้งนี้ว่า “ระบบการกำกับดูแลการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวดเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้บนพื้นฐานของมาตรฐานสากล” อย. จึงอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อจัดทำ บัญชีรายการสารสำคัญและส่วนประกอบของอาหารที่สามารถกล่าวอ้างหน้าที่อื่น (Positive list) เป้าหมาย 150 รายการภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพ

          นอกจากนี้ ในระหว่างภารกิจที่ญี่ปุ่น เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ ยังได้รับเชิญให้ร่วมบรรยายในงานสัมมนา “การแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในประเทศไทยสำหรับภาคธุรกิจ Healthcare และ Wellness” ซึ่งจัดโดยธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ณ สำนักงานใหญ่ของธนาคาร SMBC ในกรุงโตเกียว ในการบรรยายดังกล่าว เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กฎระเบียบด้านการอนุมัติผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศไทย พร้อมทั้งเน้นย้ำนโยบายสำคัญรองรับแนวโน้มของตลาดสุขภาพไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพยายามของ อย. ในการยกระดับระบบกำกับดูแลให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และเอื้อต่อการลงทุน โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค

          การมีส่วนร่วมของ อย. ทั้งในภารกิจศึกษาดูงานและการแลกเปลี่ยนในเวทีสัมมนาระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกขององค์กรในการขับเคลื่อนนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก

Food Innovation Spotlight: Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025

Food Innovation Spotlight: นวัตกรรมเด่นจากงาน Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025

           งาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair จัดขึ้นโดยองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าฮ่องกง ภายในงาน ผู้จัดแสดงสินค้าต่างนำเสนอจุดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของผลิตภัณฑ์ในมิติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมของความหลากหลายและแนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เราขอรวบรวมนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจภายในงาน ดังนี้

           เยลลีโปรตีนจากไข่ขาว (Egg Jelly Stick) นวัตกรรมโปรตีนรูปแบบใหม่จากประเทศเกาหลี ผลิตจากโปรตีนสกัดจากไข่ขาวที่อุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมแคลเซียมเพื่อสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง รวมถึงมีมัลติวิตามินและสังกะสีเพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ใน 1 ซองมีโปรตีน 5 กรัม เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกช่วงวัยด้วยรูปแบบเยลลีที่รับประทานสะดวก ซึ่งมีให้เลือก 3 รสชาติ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อีกทั้งยังผลิตภายใต้มาตรฐาน HACCP และสามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเสริมโปรตีนได้ทุกที่และทุกเวลา

 

           คุ้กกี้เบคอน จากแบรนด์ Baken ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นการพลิกโฉม “เบคอน” ให้กลายเป็นของทานเล่นและของหวานรูปแบบใหม่ แบรนด์ได้พัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “all-bacon snack range” ไม่ว่าจะเป็น Bacon Cookies, Bacon Jam หรือ Real Bacon Crisps ซึ่งล้วนต่อยอดจากวัตถุดิบหลักอย่างเบคอนคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการหมัก บ่ม และรมควันอย่างพิถีพิถัน สำหรับคุ้กกี้เบคอน จุดเด่นอยู่ที่การนำรสเค็มมันของเบคอนมาผสานเข้ากับความหวานแบบคุ้กกี้ จนเกิดเป็นรสชาติ “คาว–หวาน” ซึ่งเป็นเทรนด์รสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจ พร้อมเปิดประสบการณ์การทานเล่นในรูปแบบที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

 

           BuzzClear ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยเร่งการสลายแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วยรูปแบบแคปซูลจากฮ่องกง ผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคโนโลยีเอนไซม์คู่ (ADH + ALDH) ที่ผ่านการจดสิทธิบัตร จึงช่วยแปลงแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างประสบการณ์ดื่มที่ปลอดภัยขึ้น โดยสูตรของเอนไซม์ของ BuzzClear ถูกออกแบบให้ปลดปล่อยที่บริเวณลำไส้เล็ก เพื่อลดภาระตับและป้องกันผลข้างเคียงจากแอลกอฮอล์ จึงช่วยลดอาการหน้าแดง ชีพจรเร็ว และอาการเมาค้างหลังการดื่ม โดยวัตถุดิบหลักผลิตมาจากตับโคธรรมชาติ (Grass-fed Beef Liver) ทำให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย

 

           HYR SALT เป็นเกลือทะเลพรีเมียมจากประเทศเกาหลีที่ผ่านการบ่มมานานถึง 5 ปี นอกจากจะให้ความเค็มแล้ว ยังให้มีรสชาติหวานธรรมชาติ เนื้อเบา และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผลิตภัณฑ์นี้มีโซเดียมต่ำ แต่แร่ธาตุสูง เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและการปรุงอาหารพรีเมียม นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นรสให้เลือกหลากหลาย เช่น ทรัฟเฟิล หอยนางรม กระเทียมดำ โสมแดง และผงโรยรสกิมจิที่ โดยผงปรุงรสถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกใช้งาน

 

           สมูทธีพร้อมดื่มสำเร็จรูป Kencko จากลิสบอน ประเทศโปรตุเกส คัดสรรผักและผลไม้ออร์แกนิก 100% กว่า 50 ชนิด ผ่านการแช่แข็งอย่างรวดเร็วและอบแห้งอย่างช้าๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหาร สี กลิ่น และรสชาติ แต่ละสูตรประกอบด้วยผักผลไม้เทียบเท่า 2.5 ถ้วย ปราศจากสารเติมแต่ง ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและลดของเหลือทิ้ง สามารถชงดื่มกับน้ำหรือนมได้ทุกที่ ทุกเวลา อีกทั้งยังใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ที่บ้าน จึงช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

           ZenxTag บริษัทสตาร์ทอัปจากฮ่องกง ได้พัฒนานวัตกรรม Spoilage Marker Dosimetric Tag (SMDT)” หรือฉลากอัจฉริยะสำหรับตรวจวัดความสดของอาหารโดยเฉพาะ ฉลากนี้สามารถติดบนบรรจุภัณฑ์อาหารแช่เย็นหรืออาหารโปรตีนสูง โดยอาศัยการตรวจจับไบโอเจนิกอะมีน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเน่าเสียของอาหารโปรตีนสูง ทำให้สามารถสังเกตความสดของอาหารได้ด้วยตาเปล่า ตัวฉลากถูกออกแบบให้ติดอยู่ภายในหรือบนบรรจุภัณฑ์ พร้อมชั้นฟิล์มพลาสติกด้านบนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก นอกจากนี้ ZenxTag ยังได้พัฒนาฉลากสำหรับตรวจวัดการเน่าเสียของผลไม้ เช่น ทุเรียน ได้อีกด้วย

 

           OFE+ Robot Cafe จากประเทศจีน เป็นนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การชงกาแฟที่ทันสมัยและต่อเนื่อง โดยคุณภาพการชงใกล้เคียงกับบาริสต้ามนุษย์ ผู้บริโภคสามารถปรับความหวาน ความเข้ม และอุณหภูมิกาแฟได้ตามต้องการ ขณะเดียวกันระบบยังประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 1,000 ถ้วยต่อวัน นอกจากนี้ระบบของ OFE+ ยังเชื่อมต่อกับคลาวด์เพื่อควบคุมเมนู ตรวจสอบการทำงาน และรายงานยอดขายแบบเรียลไทม์

 

           Cuppananno ชาสมุนไพรจีนแบบแคปซูล จากฮ่องกง ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคยุคใหม่เข้าถึงประโยชน์ของศาสตร์สมุนไพรจีนดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัยและใช้ได้กับเครื่องชงกาแฟที่รองรับแคปซูล โดยเทคโนโลยีการผลิต nanodecoct® ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยสกัดสารออกฤทธิ์ของสมุนไพรได้ภายในเวลาเพียง 1 นาที แคปซูลถูกหุ้มด้วยอลูมิเนียมที่รีไซเคิลได้ โดยผู้บริโภคสามารถเลือกสูตรตามความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น สูตรสำหรับสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนโลหิต สูตรสำหรับสุขภาพภายในและการผ่อนคลาย ฯลฯ เป็นต้น

 

           ตัวอย่างนวัตกรรมจากงาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2025 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารจากหลายประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เทรนด์ด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและความร่วมมือระดับสากลอีกด้วย

         

           สำหรับผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และนักลงทุน อย่าพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าร่วม Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มาสัมผัสนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติอีกครั้ง พร้อมเชื่อมต่อกับผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมและเก็บเกี่ยวแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจของคุณในอนาคต

           ท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมความเคลื่อนไหวของงาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2026 ได้ที่ https://www.hktdc.com/event/foodexpopro/en และลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ https://shorturl.at/7V5Ov

Continue reading “Food Innovation Spotlight: Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025”

ตรวจสอบอย่างถูกต้อง ปกป้องแบรนด์ของคุณ กับงานสัมมนาเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร

          ในยุคที่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมอาหาร การมีเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพื่อให้ธุรกิจของท่านเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ

          บริษัทเมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) ขอเชิญผู้ที่สนใจและผู้ประกอบการทุกท่าน เพื่อเข้าร่วมรับฟังสัมมนาพิเศษ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และนอกสถานที่ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 นี้ เพื่อให้เสริมความรู้และความเข้าใจในการตรวจสอบที่แม่นยำ ถูกต้อง และช่วยปกป้องแบรนด์ของท่านได้อย่างแท้จริง ได้แก่

– งานสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์: เลือกให้ใช่ ใช้ให้ชัวร์” ในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ อินเตอร์ โฮเทล จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเน้นย้ำหลักการและทฤษฎีของเครื่องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ สำหรับสิ่งที่ท่านต้องการตรวจสอบและเพิ่มความมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้จริง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ได้เตรียมเนื้อหามาอย่างเข้มข้น รวมถึงการพูดคุยและตอบคำถามจากผู้เชี่ยวชาญทั้งฝ่ายขายและฝ่ายบริการ  ลงทะเบียนคลิก

 

งานสัมมนาออนไลน์ “แนวทางการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ และการอ่านใบรับรองอย่างมืออาชีพ” ในวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 พร้อมเรียนรู้เทคนิคการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติที่เหมาะสม เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบ สร้างผลกำไร ลดการแถม และวิธีอ่านใบรับรองประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน ลงทะเบียนคลิก

 

งานสัมมนาออนไลน์ “มั่นใจไร้สิ่งแปลกปลอมทุกกระสอบและบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องเอกซเรย์” ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ร่วมค้นพบโซลูชันการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ เพื่อเสริมความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ในกระสอบและบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ของท่านปราศจากสิ่งปลอมปน  ลงทะเบียนคลิก

 

          ให้โซลูชันเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์จากเมทเล่อร์-โทเลโด เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องเอกซเรย์ หรือเครื่องชั่งน้ำหนักบนสายพาน ซึ่งบริษัทฯ พร้อมมอบความรู้และสาระสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตของท่านปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Continue reading “ตรวจสอบอย่างถูกต้อง ปกป้องแบรนด์ของคุณ กับงานสัมมนาเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร”

Anuga Meat 2025: The Leading Meat Industry Trade Show Under the Anuga Umbrella

 

             Anuga Meat is one of ten specialized trade shows held under the Anuga umbrella, the world’s largest food and beverage trade fair. As the central platform for the global meat industry, Anuga Meat brings together producers, processors, retailers, and industry experts. From October 4 to 8, 2025, the trade fair will showcase cutting-edge product innovations, market trends, and business opportunities, shaping the future of the sector.

            With its unique “10 trade shows under one roof” concept, Anuga enables cross-industry networking while Anuga Meat remains the go-to hub for the latest developments in meat processing, convenience products, and sustainability. The demand for ready-to-cook and high-quality frozen meat products is rising, reflecting modern consumer preferences for convenience without compromising taste.

Continue reading “Anuga Meat 2025: The Leading Meat Industry Trade Show Under the Anuga Umbrella”